Skip to content

เปิดกลยุทธ์รับมือตลาดแรงงานในอนาคต ตำแหน่งงานดาวรุ่ง-ดาวร่วง

09 ม.ค. 2568 | 08:10น.
เปิดกลยุทธ์รับมือตลาดแรงงานในอนาคต ตำแหน่งงานดาวรุ่ง-ดาวร่วง

เปิดรายงาน “The Future of Jobs 2025” ของ World Economic Forum ร่วมกับจุฬาฯ เสนอแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน 5 ปีข้างหน้า พร้อมเผย 10 ทักษะที่จำเป็นสำหรับแรงงานไทย และ 5 กลยุทธ์สำคัญเพื่อพัฒนาศักยภาพเพื่อความพร้อมในอนาคต 

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงรายงาน “Future of Jobs 2025” ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมกับ World Economic Forum ในการเสนอแนวทางเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในระหว่างปี พ.ศ. 2568-2573

รายงานนี้อ้างอิงจากการสำรวจ 1,000 บริษัท ครอบคลุมพนักงาน 14 ล้านคน ใน 22 อุตสาหกรรม จาก 55 ประเทศทั่วโลก โดยมีผลการวิเคราะห์ที่สำคัญ ได้แก่

  • จะเกิดตำแหน่งงานใหม่ 170 ล้านตำแหน่ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม
  • 92 ล้านตำแหน่งงานจะหายไป เนื่องจากระบบอัตโนมัติและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
  • การจ้างงานเติบโต 7% หรือเท่ากับ 78 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลก

นอกจากนั้นยังเผยถึง 5 ปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในปี 2573 ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี AI หุ่นยนต์ และนวัตกรรมด้านพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่เปลี่ยนแปลงบทบาทงานและทักษะ

2. การเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระตุ้นความต้องการวิศวกรสิ่งแวดล้อมและพลังงานหมุนเวียน

3. ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเป็นความท้าทายสำคัญ

4. การเปลี่ยนแปลงด้านประชากร ประชากรสูงอายุในประเทศรายได้สูงและแรงงานขยายตัวในประเทศรายได้ต่ำปรับเปลี่ยนตลาดแรงงาน

5. การแบ่งแยกทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ข้อจำกัดทางการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อรูปแบบธุรกิจ

5 ตำแหน่งงานดาวรุ่ง

1. ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Engineers Specialists)

2. วิศวกรด้านการเงินดิจิทัล (FinTech Engineers)

3. ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และการเรียนรู้ของเครื่อง (AI and Machine Learning Specialists)

4. ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Specialists)

5. ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความปลอดภัย (Security Management Specialists)

5 ตำแหน่งงานดาวร่วง

1. เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์

2. พนักงานธนาคาร

3. เจ้าหน้าที่ป้อนข้อมูล

4. พนักงานแคชเชียร์

5. ผู้เชี่ยวชาญงานธุรการ หรือเลขานุการ

กลยุทธ์ตั้งรับตลาดแรงงานในอนาคต

เราจึงต้องเตรียมพร้อมด้านกลยุทธ์เพื่อพัฒนาทรัพยากรในประเทศเพื่อพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และเพื่อตอบสนองต่อความต้องการแรงงาน โดยรายงานได้แบ่งกลยุทธ์สำคัญสำหรับประเทศไทยไว้ ดังนี้

1. เพิ่มทักษะที่จำเป็นให้แก่บุคลากร : เตรียมคนไทยให้พร้อมด้วยความรู้และทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

2. สรรหาบุคลากรที่มีทักษะใหม่ ๆ : ค้นหาและสนับสนุนผู้ที่มีศักยภาพในทักษะที่ตรงกับความต้องการของเศรษฐกิจยุคใหม่

3. ยกระดับกระบวนการทำงานด้วย Automation : ใช้ระบบอัตโนมัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

4. ปรับบทบาทการทำงานของบุคลากร : ให้บุคลากรมีคุณค่าเพิ่มในงานยุคใหม่

5. ผสานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้เข้ากับการทำงาน : เชื่อมโยงเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสร้างนวัตกรรมที่เพิ่มคุณค่าและความสามารถในการแข่งขัน

10 ทักษะจำเป็นในตลาดแรงงานไทย

ทักษะที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ ได้แก่

  1. AI and Big Data ทักษะด้าน AI และ Big Data
  2. Analytical Thinking ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์
  3. Creative Thinking ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์
  4. Networks and Cybersecurity ทักษะด้านเครือข่าย และความปลอดภัยทางข้อมูล
  5. Leadership and Social Influence มีความเป็นผู้นำ และสร้างอิทธิพลต่อสังคมได้
  6. Resilience, Flexibility and Agility ปรับตัวไว ทำงานอย่างยืดหยุ่น และคล่องตัว
  7. Empathy and Active Listening มีความเห็นอกเห็นใจ และมีทักษะในการรับฟัง
  8. Motivation and Self-awareness มีความเข้าใจ และมีแรงจูงใจในการทำงาน
  9. Talent Management ทักษะด้านการบริหารจัดการคนเก่งในองค์กร
  10. Curiosity and Lifelong Learning มีความช่างสงสัย ใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต

วิเลิศอธิบายเพิ่มเติมถึงทักษะเหล่านี้ว่า ทักษะการคิดวิเคราะห์ คือ การไม่เชื่อข้อมูลที่ได้มา แต่จะมีการตั้งคำถามเพิ่มเติมว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยยกตัวอย่างร้านอาหารมิชลิน 5 ดาว เดิมทีเราจะเข้าไปกินด้วยความเชื่อมั่นในการรับรองของมิชลิน แต่คนที่มีทักษะคิดวิเคราะห์จะตั้งคำถามว่า ทำไมร้านนี้ถึงได้การรับรองมิชลิน

ส่วนทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์นั้น วิเลิศกล่าวว่า ไม่ใช่เพียงแค่มีผลงานที่ไม่เหมือนคนอื่น แต่ต้องมีแนวคิดที่แตกต่างอีกด้วย แม้การเรียนรู้ในสมัยก่อนจะใช้การท่องจำอย่างการท่องสูตรคูณ ซึ่งสมองของคนส่วนใหญ่ก็จะท่องแม่สูตรคูณที่ต้องใช้เท่านั้น

แต่ปัจจุบันนี้ เราไม่มีความจำเป็นที่ต้องเรียนแบบท่องจำอีกต่อไปแล้ว โดยมี AI เข้ามาแทนที่ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เสมือนการที่เราใช้เครื่องคิดเลขจนคล่องมือ กลายมาเป็นเหตุผลว่า ตำแหน่งงานผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอจึงมีความสำคัญ

นอกจากนี้ แรงจูงใจก็นับเป็นทักษะสำคัญของการทำงานในอนาคต จากความคาดหวังของบริษัทที่ต้องการคนที่คิดว่า ตัวเองต้องทำได้ดีกว่าเดิม และต้องมีสกิลนี้ติดตัวไปตลอดชีวิต ตลอดจนฝังรากลึกในจิตวิญญาณ ต่างจากกลุ่มคนที่ไม่กระตือรือร้นอะไร

ซึ่งความคิดที่จะต้องดีกว่าเดิมนี้สอดคล้องกับยุค AI ที่คนหันมาใช้กันมากขึ้น เนื่องจากต้องการพัฒนาไปในทางที่ดี อาทิ ทำงานได้มากขึ้น หรือการได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นเชื่อมโยงไปถึงวิสัยทัศน์ในการมองอนาคตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิมนั่นเอง

วิเลศระบุว่า “ขณะนี้บริษัทในประเทศไทยขาดทักษะนี้กว่า 90%”

ขณะเดียวกัน ถ้าหันไปมองทางระดับโลกนั้นให้ความสำคัญกับทักษะด้าน AI และ Big Data, ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางข้อมูล, ความฉลาดในการใช้งานเทคโนโลยี และทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์

WEF จุฬาฯ 2568

ไทยพร้อมแค่ไหน ?

จากทักษะดังกล่าวที่ไทยต้องการ โดยสามารถบูรณาการทุกศาสตร์เข้าด้วยกัน และนำมาใช้ได้อย่างลงตัว ต่างจากสมัยก่อนที่ตลาดแรงงานต้องการผู้เชี่ยวชาญเพียงทักษะใดทักษะหนึ่ง และองค์กรเองก็ต้องมีความพร้อมในการพัฒนาระบบงานที่รองรับแรงงานยุคใหม่ และต้องสร้าง AI เป็นของตัวเอง เนื่องจากโลกต่อจากนี้ไปจะต้องการแรงงานที่มีทักษะด้าน AI และ Big Data

แต่สำหรับประเทศไทยในตอนนี้อยู่ในช่วงทำความเข้าใจความสำคัญของ AI เพื่อไปใช้งานเท่านั้น ขณะที่ระดับโลกเลยช่วงนั้นจนกลายมาเป็นผู้สร้างนวัตกรรมไปแล้ว คนยุคใหม่ หรือที่วิเลศนิยามว่า “คนพันธุ์ใหม่” นี้จึงจะต้องไม่ได้มีเพียงสมองที่ฉลาด ต้องมีหัวใจที่ดีงาม ที่จะเปลี่ยนความสามารถทางเทคโนโลยีให้เป็นพลังที่สร้างคุณค่าแก่ทั้งตนเองและสังคม

“สิ่งที่จะชนะปัญญาประดิษฐ์ได้ คือปัญญาที่ไม่ประดิษฐ์ หรือปัญญาสัญชาตญาณ ซึ่งเป็นปัญญาที่เกิดจากความเข้าใจโลก สัญชาตญาณ ทักษะที่ทำเป็นประจำจนชำนาญ” วิเลิศกล่าว