ราคาน้ำมันดิบ (9 ม.ค.) ปรับลด หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังตลาดถูกกดดันจากค่าเงินของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบที่กำหนดราคาด้วยสกุลเงินนี้ มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันในตลาด
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 8 ม.ค. 2567 อยู่ที่ 73.32 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.93 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 76.23 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.82 เหรียญสหรัฐ
ปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ปรับลดลงในเดือน ธ.ค. 67 หลังจากเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 2 เดือน โดยปัจจัยหลักมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ลดกำลังการผลิตน้ำมันลงมากที่สุดในกลุ่มที่ระดับ 90,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงของแหล่งผลิตน้ำมันดิบในประเทศ ขณะเดียวกันปริมาณการผลิตน้ำมันของรัสเซียในเดือน ธ.ค. 67 เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 8.971 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายการผลิตของประเทศ
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 3 ม.ค. 68 ปรับลดลง 0.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 414.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงเพียง 0.2 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินทรงตัวสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับเพิ่มขึ้น หลังอุปทานในตลาดมีแนวโน้มตึงตัวขึ้นจากแผนการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในอินโดนีเซียช่วงกลางเดือน ม.ค.ถึง ก.พ. 68 อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงถูกกดดันจากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในภูมิภาคที่อ่อนตัว
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานน้ำมันดีเซลในภูมิภาคยังคงตัวอยู่ในระดับสูง อีกทั้งสต๊อกน้ำมันดีเซลของสหรัฐ ประจำสัปดาห์ ปรับเพิ่มขึ้น 6.1 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับเพิ่มเพียง 0.5 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ดี ตลาดได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ปรับขึ้นจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นในยุโรป
