เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

‘การท่องเที่ยว’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เวียดนามเร่งดันแข่งเพื่อนบ้าน

17 ม.ค. 2568 | 19:21น.
ท่องเที่ยว เวียดนาม

ตลอดปี 2024 ภาคการท่องเที่ยวกลายเป็นจุดเด่นในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนาม ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ที่เติบโตตามเป้า จนกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่นและทั่วประเทศ

เวียดนามเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจดีมากในปี 2024 และดีที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน โดยมีจีดีพีโตถึง 7.09% มากกว่าอินโดนีเซียที่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ว่าจะโต 5.1% ตามมาด้วยมาเลเซียที่ธนาคารโลก (World Bank) คาดการณ์ว่าจะโต 4.9% และสิงคโปร์ที่โต 4% ส่วนไทย สภาพัฒน์คาดว่าจะโตเพียง 2.6%

ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม (General Statistics Office) มูลค่าจีดีพีในปี 2024 อยู่ที่ 476,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16,537,136 ล้านบาท) จีดีพีต่อหัว 4,700 ดอลลาร์ (ราว 163,146 บาท) ขับเคลื่อนโดยภาคบริการ คิดเป็น 49.46% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรมและการผลิต คิดเป็น 45.17% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่วนภาคการเกษตร ป่าไม้และประมงคิดเป็น 5.37% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ

จะเห็นได้ว่าภาคบริการมีส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเวียดนาม ซึ่งวีน่าแคปิตัล (VinaCapital) บริษัทหลักทรัพย์ในเวียดนามประเมินว่า ภาคการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามทั้งทางตรงและทางอ้อมมากถึง 16% ในปี 2024 โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติถือเป็นครึ่งหนึ่งของแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเท่ากับว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมีส่วน 8% ในการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนาม

ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของทางการเวียดนาม ในปี 2024 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเยือนเวียดนาม 17.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 39.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี (YOY) บรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ และรัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าปี 2025 ใหม่เพิ่มเป็น 22-23 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 31% (YOY) และมากกว่าระดับก่อนเกิดโควิด-19

สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติเวียดนาม (Vietnam National Administration of Tourism : VNAT) คาดว่า เมื่อรวมกับนักท่องเที่ยวในประเทศอีก 120-130 ล้านคน ในปี 2025 ภาคการท่องเที่ยวจะสร้างรายได้มากถึง 980-1,050 ล้านล้านดอง (ราว 1.3-1.43 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 6-8% ของจีดีพี และสร้างงานได้ 5.5 ล้านตำแหน่ง เป็นการจ้างงานโดยตรง 1.8 ล้านตำแหน่ง

เกือบ 80% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปเที่ยวเวียดนามเป็นนักท่องเที่ยวจากทวีปเอเชีย ตามมาด้วยยุโรป 11.3% อเมริกา 5.7% และแอฟริกา 0.3% นักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 อันดับแรก ได้แก่ เกาหลีใต้ 4.5 ล้านคน คิดเป็น 25.98% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด รองลงมาเป็นจีน 3.7 ล้านคน คิดเป็น 21.26% ตามด้วยไต้หวัน สหรัฐ ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย กัมพูชา และไทย

อย่างไรก็ตาม เวียดนามรู้ตัวดีว่ายังต้องเสริมบริการให้หลากหลายกว่านี้ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ไทย สิงคโปร์ และจีนได้ ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปเที่ยวเวียดนามนิยมไปเที่ยวชมสถานที่เชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แวะร้านอาหารท้องถิ่น และดื่มกาแฟแบบคนในพื้นที่ แต่เวียดนามยังขาดบริการสันทนาการที่หลากหลายเพียงพอ ทั้งยังขาดแหล่งช็อปปิ้งที่จะช่วยดึงการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น

Advertisement

เวียดนามพยายามผลักดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้เวลาพำนักและจับจ่ายมากขึ้น ที่ผ่านมาเวียดนามดำเนินการออกวีซ่าออนไลน์ (e-Visa) แก่ชาวต่างชาติทั้งหมด และขยายระยะเวลาการพำนักชั่วคราวจาก 30 วัน เป็น 90 วัน โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งการเดินทางเข้า-ออก ให้แก่ 13 ประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าเพียงฝ่ายเดียว แต่หลายฝ่ายก็ยังมองว่าเท่านี้ยังไม่เพียงพอ

ฮหว่าง เญิน จิ๋งห์ (Hoàng Nhàn Chành) ประธานสำนักงานเลขาธิการกรรมการที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว (Tourism Advisory Board) กล่าวว่า เวียดนามจำเป็นต้องมีแผนการทุกระยะ ทั้งสั้น กลาง และยาว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยแผนการระยะสั้น ได้แก่ การผ่อนปรนเงื่อนไขวีซ่า จัดโปรโมชั่นเที่ยวบินและที่พักราคาถูกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ในระยะกลาง ภาคธุรกิจต้องจัดการสถานที่ท่องเที่ยวให้มีคุณภาพเหมาะสม สุดท้ายในระยะยาว ต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งมวลชน พัฒนาทักษะแรงงานทักษะสูงให้เพียงพอ เพื่อรองรับอุปสงค์ภาคการท่องเที่ยว

เมื่อพิจารณาแผนการเหล่านี้ หากเวียดนามสามารถดำเนินการได้ตามแผนทั้งหมด คาดได้ว่าภาคการท่องเที่ยวของเวียดนามจะเป็นภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจต่อไปอีกนาน