เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

หุ้นไทยอ่อนแรง แนวรับ 1,324 จุด ตลาดขาดแรงหนุน จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ

15 ม.ค. 2568 | 09:11น.
set

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินหุ้นไทยวันนี้ยังอ่อนแรง แนวรับ 1,324 จุด แนวต้าน 1,350 จุด ตลาดขาดแรงหนุนให้เปลี่ยนแนวโน้ม มีเพียงการรีบาวนด์สลับในช่วงสั้น วันนี้จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด หุ้นแนะนำวันนี้ ADVANC-BBL

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด รายงานว่า คาด SET ขาดแรงหนุนให้เปลี่ยนแนวโน้ม มีเพียงการรีบาวนด์สลับในช่วงสั้น ขณะที่วันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด และประเด็นสำคัญในจันทร์หน้า ซึ่งทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง ปธน. ตลาดยังกังวลต่อนโยบายด้านการค้า ด้านดัชนีกรอบบนยังถูกจำกัดที่แนวต้าน 1,350-1,360 จุด ส่วนแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,330 และ 1,324 จุด ตามลำดับ

ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสฟื้นตัวโดยมีแนวต้านที่บริเวณ 1,400 จุด แม้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแย่กว่าภูมิภาคจากความกังวลเสถียรภาพการเมืองและ ESG ของ บจ. รวมทั้งความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการส่งออกรถยนต์ที่คาดอ่อนแอลง แต่ยังมีความคาดหวังต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลดค่าครองชีพในประเทศเพิ่มเติม รวมถึงการเริ่มต้นของมาตรการ Easy E-Receipt ตั้งแต่ 16 ม.ค.-28 ก.พ. 2568 จะช่วยกระตุ้นงบฯ 1Q68

ด้านปัจจัยต่างประเทศ ตลาดคาด GDP 4Q67 ของจีนจะเพิ่มขึ้น 5% YOY และเงินเฟ้อ ธ.ค. 2567 ของสหรัฐ เร่งตัวขึ้น 2.9% YOY ทั้งนี้มองแนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนและการลดดอกเบี้ยของเฟดจะยังไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม อาจจะไม่กดดันลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากนัก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนําให้ “Selective Buy”

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม

ททท.คาดในช่วงตรุษจีนปีนี้ (24 ม.ค.-2 ก.พ. 2568) รวม 10 วัน จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 1.35 ล้านคน และการเดินทางในประเทศ 2.22 ล้านคน-ครั้งและมีรายได้สะพัดราว 4 หมื่น ลบ. เพิ่มขึ้น 10%

• ม.หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ธ.ค. 2567 ที่ 57.9 เพิ่มขึ้นสามเดือนติดต่อกัน หนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วยผ่อนคลายสถานการณ์เศรษฐกิจและภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว

• รมว.คลังเผยวันที่ 27 ม.ค. 2568 จะเริ่มต้นแจกเงินหมื่นเฟสสองแก่กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ คาดจะช่วยหนุน GDP ปีนี้เติบโตราว 0.07-0.1%

• ทอท.เผยกำลังศึกษาแนวทางการส่งเสริมสนามบินภูมิภาคให้รองรับเครื่องบินเพิ่มและเป็นฐานการบินของสายการบินต้นทุนต่ำตามแนวคิดของ รมว.คมนาคม เพื่อบริหารจัดการตารางบินให้มีประสิทธิภาพและลดความแออัดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ

• Jake Sullivan ที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐ เผยว่าว่าที่ ปธน. มีแนวโน้มจะสานต่อมาตรการคุมเข้มชิป AI ต่อเนื่องจากไบเดน ด้วยเหตุผลด้านความกังวลความมั่นคงเกี่ยวกับการแสวงหาเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน

• EIA เผยในรายงานแนวโน้มพลังงานในระยะสั้น อุปสงค์น้ำมันในสหรัฐ จะยังอยู่ที่ 20.5 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2568-69 และคาดการผลิตน้ำมันจะเพิ่มขึ้นแตะ 13.55 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 13.52 ล้านบาร์เรล/วัน

• ทีมเศรษฐกิจของว่าที่ ปธน.สหรัฐ กำลังหารือกันเกี่ยวกับการปรับขึ้นภาษีอย่างค่อยเป็นค่อยไปแบบเดือนต่อเดือน เพื่อเพิ่มอำนาจในการเจรจาต่อรอง ขณะเดียวกันก็จะช่วยหลีกเลี่ยงการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสฟื้น แต่ Upside จำกัด โดยรอการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากภาครัฐ และนโยบายการค้าของสหรัฐ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และ 2 ธีมเทรดดิ้งระยะสั้น ดังนี้

1. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากมาตรการ Easy E-Receipt ช่วงวันที่ 16 ม.ค.-28 ก.พ. 2568 และเงินหมื่นเฟส 2 ในช่วงเทศกาลตรุษจีน แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ (CRC HMPRO CPALL TNP) กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (CBG OSP) และกลุ่มท่องเที่ยว (MINT)

2. นักลงทุนที่ต้องการหุ้นปันผลสูงซึ่งคาดมีเงินปันผลจ่ายที่เหลือจากกำไรปี 2567 คิดเป็น Div. Yield เกิน 3% เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ต แนะนำ AP KTB BBL PTT

3. หุ้น Earnings Play ซึ่งมองราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับขึ้นสะท้อนโมเมนตัมกำไร 4Q67 ที่คาดจะเติบโตดี YOY และ QOQ อีกทั้งยังมีศักยภาพการจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ เลือก OSP AMATA AU TIDLOR BCP

4. Trading Idea : นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจเก็งกำไรใน 1) หุ้นที่ได้ Sentiment บวกหากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เช่น แผนดึงเม็ดเงินลงทุน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน Entertainment Complex และลดค่าครองชีพ-เพิ่มกำลังซื้อ แนะนำ กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) กลุ่มท่องเที่ยว (AOT AWC) และ 2) หุ้นที่ราคา Laggard (เทรด PER 2568F ต่ำกว่า -1SD) แต่ผลการดำเนินงานยังมีแนวโน้มเติบโตดี แนะนำ BTG BEM BDMS

หุ้นแนะนำวันนี้

ADVANC : หุ้น Defensive ซึ่งกําไรเติบโตได้ต่อเนื่อง โดย 4Q67 คาดมีกําไรปกติ 8.7 พัน ลบ. เติบโต 23% YOY และ 3% QOQ หนุนจากรายได้การให้บริการหลักที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและการควบคุมต้นทุนที่ดี ปี 2567 คาดมีกําไรปกติ 3.43 หมื่น ลบ. เติบโต 20% YOY (สูงกว่าประมาณการของเราอยู่ 8.5%) และมองประมาณการกําไรปี 2568 ของเราอาจมี Upside

BBL : Valuation ถูกสุดในกลุ่มธนาคาร ซื้อขาย PER และ PBV ปี 2568F ต่ำสุดที่ 6.2x (เทียบค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 8.0x) และ 0.48x (เทียบค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 0.8x) ตามลำดับ อีกทั้งมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำสุดในกลุ่ม ขณะที่ปี 2567 คาดกำไรเติบโต 7% YOY และเติบโตต่อ 3% YOY ในปี 2568 แรงหนุนจาก Credit Cost ลดลง, NIM และสินเชื่อขยายตัวดี รวมทั้งมีสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ้นไทย เงินเฟ้อสหรัฐ