Skip to content

เทรนด์องค์กรแห่งอนาคต ท้าทายคนรุ่นใหม่ ยุค AI ครองโลก

22 ม.ค. 2568 | 11:16น.
เทรนด์องค์กรแห่งอนาคต ท้าทายคนรุ่นใหม่ ยุค AI ครองโลก

เนื่องด้วยปัญหาของสังคมสูงวัย ทำให้ตลาดแรงงานไทยเข้าสู่สภาพวิกฤต ขาดแรงงานหนุ่มสาว อายุเฉลี่ยของประชากรไทยคือ 40 ปี มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดในอาเซียน ไทยมีแรงงานสูงอายุที่ขาดทักษะดิจิทัล ขาดทักษะทุนชีวิต หรือทักษะรู้หนังสือ ทักษะทางอารมณ์และสังคม ทักษะภาษาอังกฤษต่ำเกือบที่สุดในอาเซียน

รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ที่ปรึกษาบริหารสำนักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงการสร้างแรงงานแห่งอนาคตว่า ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาโลกร้อน น้ำท่วม การถดถอยของความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งอาจเกิดการย้ายถิ่นฐาน

ส่งผลให้หลายคนไม่มีโอกาสได้รับการศึกษา ผลวิจัยคาดปี 2037 เฉพาะพื้นที่ EEC ต้องการแรงงานมากถึง 2.1 ล้านตำแหน่ง ในขณะที่ทั้งประเทศสามารถผลิตแรงงานได้เพียง 0.7 ล้านตำแหน่ง

รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข
รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข

เมืองไทย ดูแล้วกลุ้มใจ

ผลวิจัยจากธนาคารโลกระบุทักษะของคนไทย โดยร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และภาคีที่เกี่ยวข้อง สำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (ASAT) ในไทย ในวัยแรงงาน อายุ 15-64 ปีทั่วประเทศ เพื่อวัดทักษะพื้นฐานในชีวิต (ทักษะทุนชีวิต) 3 ด้าน คือ ทักษะการรู้หนังสือ ทักษะดิจิทัล และทักษะทางอารมณ์และสังคม

ผลการศึกษาพบว่า คนไทยวัยแรงงานมีทักษะต่ำกว่าเกณฑ์คือ ทักษะการอ่าน เกือบ 2 ใน 3 หรือ 65% ส่วนทักษะการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล ราว 74% และทักษะด้านการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ราว 30% ที่ต่ำกว่าเกณฑ์ นอกจากนี้ มีคนวัยทำงานเกือบ 20% หรือราว 1 ใน 5 ที่ขาดทักษะทั้ง 3 ด้านเลย

6 เมกะเทรนด์ของโลกปี 2030

รศ.ดร.ศิริยุพา เปิดเผยถึง 6 เทรนด์ที่มีผลกระทบต่อการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและองค์กรทั่วโลก ได้แก่ แนวโน้มด้านประชากรและสังคม ประชากรเพิ่มขึ้น 1 พันล้านคนในปี 2578 แรงงานย้ายถิ่น 25 ล้าน-1 พันล้านคน เพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง แรงงานมีโอกาสรับการศึกษาสูงขึ้น ค่านิยมของแรงงานต้องการอิสระประชาธิปไตยเพิ่มขึ้น

การเมืองและธรรมาภิบาล ความเสี่ยงทั่วโลกจากสภาพโลกรวนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ควบคุมไม่ได้ ขั้วอำนาจแบ่งเป็นหลายขั้ว ภาวะเผชิญหน้าและสงครามสูงขึ้น

สภาพแวดล้อมโลกวิกฤต ภัยธรรมชาติอุบัติมาก ความหลากหลายทางทรัพยากรและชีวภาพถูกคุกคามรุนแรง

เศรษฐกิจและธุรกิจ ประเทศในเอเชียมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจการค้าสูงขึ้น มีการเผชิญหน้าทางเศรษฐกิจสูงขึ้น หนี้ทั่วโลกสูงขึ้น มีการปฏิรูปเรื่องพลังงานเพื่อลดต้นทุนและรักษาสภาพแวดล้อม

เทคโนโลยีและนวัตกรรม ช่องว่างด้านเทคโนโลยีระหว่างประเทศ พัฒนาแล้วกับกำลังพัฒนามีมาก เทคโนโลยีเกิดใหม่รวดเร็ว แต่แรงงานพัฒนาไม่ทัน ปัญหาท้าทายด้านดุลยภาพของแรงงานมนุษย์กับเครื่องจักรและเทคโนโลยี

สุขภาพและการดูแล เกิดโรคระบาดใหม่ โลกรวนสร้างปัญหาสุขภาพ โรคหัวใจ อัลไซเมอร์ มาแรง ประชากรสูงวัยต้องการการดูแลทั่วโลกเพิ่มขึ้น

ค่านิยมแรงงานรุ่นใหม่

รศ.ดร.ศิริยุพา กล่าวต่อว่า ทิศทาง เทรนด์ ค่านิยม คนรุ่นใหม่ต้องการประชาธิปไตย เน้น Culture of Meaning จากในอดีตเน้นผลิตภาพ และปัจจุบันเน้นการสร้างความผูกพันกับพนักงาน

ดังนั้น องค์กรแห่งอนาคตคือองค์กรที่เน้นความสำคัญของมนุษย์ ต้องรับฟังและเข้าใจความต้องการของพนักงาน

สำนักงานใหญ่จะเปลี่ยนบทบาท จากการเป็นศูนย์รวมอำนาจสั่งการเป็นศูนย์สังคมสื่อสารสานสัมพันธ์เพื่อสร้าง “ประสบการณ์พนักงาน” การบูรณาการด้านวัฒนธรรมและการแบ่งปันแลกเปลี่ยนค่านิยม เนื่องจากแรงงานรุ่นใหม่ไม่สนใจปริญญา แต่การทำงานอิสระไม่ทำให้เกิดการพัฒนา เทรนด์การจ้างงานปัจจุบันองค์กรสนใจคนที่มี EQ พร้อมเรียนรู้ให้ความสำคัญกับไอเดียเป็นคุณค่าหลักของพนักงาน

ผู้นำจึงต้องสามารถสร้างและสื่อสารวัฒนธรรมองค์กรที่สะท้อนวิสัยทัศน์และพฤติกรรมการทำงานที่ชัดเจน เนื่องจากคนรุ่นใหม่ต้องการทำงานกับองค์กรที่มีค่านิยมตรงกับตนเอง และคาดหวังให้ผู้นำมีจริยธรรมและนำการเปลี่ยนแปลงที่ดี

แรงงานไทย พร้อมมั้ย

อ้างอิงจาก ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการ กสศ. ในงานประชุมเวทีนโยบายระดับสูง ที่ได้กล่าวว่า ไทยควรเร่งสร้างทักษะ 3 ด้าน พัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ในทุกระดับการศึกษา และฝึกอบรมพัฒนาวัยแรงงานอย่างเสมอภาค โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ ให้ทุกภาคส่วนในสังคมไทยร่วมกันสนับสนุนพัฒนาทักษะทุนชีวิตของวัยแรงงานทุก ๆ คน และเร่งลงทุนในทุนมนุษย์

รวมทั้งการลงทุนในมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนข้ามรุ่น และพาประเทศออกจากกับดักรายได้ปานกลางที่ตรงจุดและคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคมสูงสุด

ทั้งหมดนี้ สะท้อนว่า การลงทุนพัฒนาคน เป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องเร่งทำกรณีประเทศไทย โดยจากตัวอย่างหลายประเทศ พบว่าสามารถดำเนินการได้ในหลายรูปแบบ ที่อาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคนโยบาย ภาคการศึกษา และภาคท้องถิ่น ตลอดจนภาคเอกชนช่วยกันเพิ่มทักษะแก่แรงงานในทุกช่วงวัย และที่สำคัญ คือแรงงานเอง ที่ควรเปิดรับการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย

“ตอนนี้ทั่วโลกกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย จึงมีข้อเสนอให้มองหาพนักงานจากแหล่งที่มองข้าม เช่น คนพิการ เด็กนักเรียน ผู้สูงอายุ และแม่บ้าน” รศ.ดร.ศิริยุพา กล่าวเสนอแนะ

ไม่มีแล้ว Work-Life Balance

รศ.ดร.ศิริยุพา บอกต่อว่า เทรนด์สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่คนยุคใหม่ชอบพูดคือ Work-Life Balance แต่ในยุคเอไอครองโลกอาจใช้คำนี้ไม่ได้อีกแล้ว อาจต้องปรับเปลี่ยนเป็น Work-Life Fit แนวคิดที่เน้นการปรับสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยที่ยืดหยุ่นและปรับให้เหมาะสมกับความต้องการและสถานการณ์ของแต่ละบุคคล

“AI คือเครื่องมือในการทำงาน ไม่ใช่ Stand-in Boss หรือนายสแตนด์อิน หลายอย่างต้องใช้ความเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของปัจเจกชน แรงบันดาลใจ แรงจูงใจ ไม่ใช่แค่ข้อมูลหรือเหตุผล ดังนั้นผู้ใช้เอไอจึงต้องมีความรู้ และปราศจากอคติ นี่คือสิ่งที่มนุษย์เหนือกว่าเอไอ”

บทบาทองค์กรสร้างแรงงาน

รศ.ดร.ศิริยุพา เสนอให้มีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมแห่งความเท่าเทียมกัน สร้างสรรค์ มีความเข้าอกเข้าใจ มีการไว้วางใจ การเคารพยอมรับเพื่อนร่วมงานในแง่ของความสามารถมากกว่าอาวุโส ออกแบบงานให้มีความหมาย ลดชั้นการบังคับบัญชา กระจายอำนาจ สื่อสารทุกทิศทางเพื่อสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่น ทำงานเป็นทีม และข้ามทีม

รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นเครื่องมือสร้างประสิทธิภาพ ความเร็ว ความแม่นยำด้านการคำนวณ วิเคราะห์ วางแผนคาดการณ์ธุรกิจ เรื่องกำลังคนและการบริหารผลิตภาพ

ประเทศไทยต้องเน้นเพิ่มทักษะ พูด อ่าน เขียน การนำเสนองานแบบธุรกิจ ปลูกฝังทัศนคติแบบ Long Life Learning อาจต้องใช้การขู่เข้าควบคู่ สร้างประสบการณ์ ต้องรู้จักตรรกะและใช้ข้อมูลในการแก้ไขปัญหา และความรู้ภาษาต่างประเทศในการทำงาน

ตลอดจนการทำงานเป็นทีม การเป็นผู้นำ การมี EQ การทำงานกับผู้มีความหลากหลาย และต้องไม่ทิ้ง Green Skills ที่เป็นการสร้างการตระหนักรู้ สร้างความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นทักษะที่สำคัญในอนาคต

ทั้งนี้ รัฐต้องปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา สร้างคนจบ STEM ให้มากขึ้น องค์กรสร้าง Academy หรือหลักสูตรฝึกอบรมโดยร่วมมือกับสถานศึกษา Upskill and Reskill ครูอาจารย์ ตามสถานศึกษาต่าง ๆ ให้ทันสมัย

หนุนเด็กไทยเรียน STEM

รศ.ดร.ศิริยุพา กล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษา สร้างบุคลากรที่เรียนจบด้าน STEM ให้มากขึ้น ปัจจุบันผู้ประกอบการมีการสร้างหลักสูตรมารองรับในการสร้างพนักงานอย่างยั่งยืน แต่ประเทศไทยยังมีองค์กรขนาดเล็กอีกมาก จึงต้องทำควบคู่กับภาครัฐ-เอกชน ในการพัฒนาหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด

รายงานจาก WEF ระบุชัดเจนว่า สาขา STEM เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาประเทศ ปี 2564 ประเทศไทยมีบัณฑิตจบใหม่ด้าน STEM น้อยกว่าแสนคน (ลดลงจาก 1.15 แสนคนในปี 2560 เหลือ 0.99 แสนคนในปี 2564) และมีแนวโน้มลดลงในแทบทุกสาขา ซึ่งสาขาที่มีแนวโน้มของจำนวนบัณฑิตลดลงมากคือ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, เกษตรศาสตร์ วนศาสตร์ และการประมง, วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และวิทยาศาสตร์กายภาพ

มีจำนวนแรงงานอาชีพ STEM (เช่น วิชาชีพทางวิทยาศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์, เทคโนโลยีสารสนเทศ และสุขภาพ) อยู่ทั้งสิ้น 1.4 ล้านคน แต่ในจำนวนนี้มีถึง 4 แสนคน ที่ไม่ได้จบการศึกษาสาย STEM มาโดยตรง และในทางตรงกันข้าม ในจำนวนแรงงานอาชีพที่ไม่ใช่ STEM ที่มีอยู่ 38.1 ล้านคน บัณฑิตที่จบการศึกษาสาย STEM ทำงานไม่ตรงสายอยู่ถึง 3.3 ล้านคน ด้านหลักสูตรอาชีวะ ไม่ตอบโจทย์เอกชน ผลสอบมาตรฐานวิชาชีพไม่เป็นที่ยอมรับ

ด้าน TDRI ระบุว่า อาชีพ STEM มีความต้องการแรงงานที่จบจากการศึกษาอาชีวะ แต่ปรากฏว่ามีผู้จบการศึกษาอาชีวะสาย STEM เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้ทำงานสาย STEM ทั้งที่มีรายได้และความก้าวหน้าสูงกว่าอาชีพสายอื่น ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาสำคัญ คือ หลักสูตร ปวช. ที่ผ่านมา ยังไม่ให้ความสำคัญกับการปูพื้นฐานนักเรียนเท่าที่ควร คณะผู้วิจัยยังพบว่าหลักสูตรที่มีการได้พัฒนาขึ้นจากส่วนกลาง ไม่ตอบโจทย์ภาคเอกชนทั้งความเข้มข้นและตัวเนื้อหาที่เรียน

ดังนั้น บุคคลที่กำลังจะกลายมาเป็นแรงงาน ต้องมีการ Upskills-Reskills เพื่อรู้ให้ทันโลก ตอนนี้โลงศพมาแล้ว ตระหนกแล้วต้องรู้จักตระหนักด้วย ไทยตอนนี้อยู่ในสภาวะฝันร้าย ตัวเลขต่าง ๆ กำลังบ่งชี้ว่าหากยังไม่ทำอะไรสักอย่างอาจสายเกินแก้

“องค์กรต้องสร้างสภาวะให้เหมาะสมต่อแรงงานแห่งอนาคต มีความเห็นอกเห็นใจ ต้องมีค่านิยมในความเท่าเทียม ละทิ้งการบังคับบัญชาที่มากเกินไป รู้จักปรับใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างประสิทธิภาพ วางแผนคาดการณ์ธุรกิจ และมีสวัสดิการเท่าเทียม” รศ.ดร.ศิริยุพา กล่าวสรุป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) องค์กร