เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐปั้นแท็กซี่อีวีทั่วไทย ตั้งกองทุน 50 ล้าน ลุ้นส่วนลดคันละ 2 แสน
Economic รัฐปั้นแท็กซี่อีวีทั่วไทย ตั้งกองทุน 50 ล้าน ลุ้นส่วนลดคันละ 2 แสน
รัฐผุดแนวคิด “ประกันภัยพิบัติ” ดึงเอกชนร่วมจ่าย เบี้ยประกันอิงความเสี่ยงพื้นที่
Politics รัฐผุดแนวคิด “ประกันภัยพิบัติ” ดึงเอกชนร่วมจ่าย เบี้ยประกันอิงความเสี่ยงพื้นที่
ปอร์เช่ เปิดประสบการณ์ Raceborn สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
Automotive ปอร์เช่ เปิดประสบการณ์ Raceborn สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
ประเมิน SET Index วันนี้ (15 ก.ค.) กรอบ 1,620 – 1,640 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง
Finance ประเมิน SET Index วันนี้ (15 ก.ค.) กรอบ 1,620 – 1,640 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง
ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.48 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.48 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พลพีร์ มิดฟิลด์ตัวรับ รัฐบาล มือปราบผู้มีอิทธิพล ‘ทำผิดกฎหมายเจอกัน’
Politics พลพีร์ มิดฟิลด์ตัวรับ รัฐบาล มือปราบผู้มีอิทธิพล ‘ทำผิดกฎหมายเจอกัน’
รมว.พลังงาน ยันน้ำมันในประเทศจะไม่ขึ้นแรงตามตลาดโลก ชี้สำรองไว้พอ
Politics รมว.พลังงาน ยันน้ำมันในประเทศจะไม่ขึ้นแรงตามตลาดโลก ชี้สำรองไว้พอ
ส่งออกโตกระจุกบริษัทต่างชาติ ไทยไม่ได้อานิสงส์-SMEs เจ๊ง
Economic ส่งออกโตกระจุกบริษัทต่างชาติ ไทยไม่ได้อานิสงส์-SMEs เจ๊ง
เมื่อบริษัทเยอรมันย้ายฐาน ‘เอเชีย’ ได้รับอานิสงส์
World เมื่อบริษัทเยอรมันย้ายฐาน ‘เอเชีย’ ได้รับอานิสงส์
พิพัฒน์ลุยบิ๊กโปรเจ็กต์ 2.2 แสนล้าน ดัน ‘โมเดลใหม่’ แก้เกมไฮสปีดล้ม
Real Estate พิพัฒน์ลุยบิ๊กโปรเจ็กต์ 2.2 แสนล้าน ดัน ‘โมเดลใหม่’ แก้เกมไฮสปีดล้ม
ดูทั้งหมด

“ไทย-เมียนมา” มุ่งส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ผลักดันความร่วมมือทุกมิติ

14 มิ.ย. 2561 | 19:37น.

วันที่ 14 มิถุนายน 2561 เวลา 17.00 น. ที่ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ อู วิน มยิน (H.E. U Win Myint) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (Official Visit) และร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ โดยมีการตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีต้อนรับ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้เข้าหารือข้อราชการ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ภายหลังเสร็จสิ้นหารือข้อราชการระหว่างผู้นำของทั้งสองฝ่าย นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ร่วมหารือข้อราชการเต็มคณะ ณ ตึกภักดีบดินทร์ สรุปผลการหารือดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีต้อนรับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 8 ด้วย โดยการเยือนครั้งนี้มีความหมายต่อสองประเทศเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเยือนทางการระดับทวิภาคีต่างประเทศครั้งแรกหลังจากดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่มีความใกล้ชิดและแน่นแฟ้น และเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองฝ่ายติดตามความก้าวหน้าของความร่วมมือ และพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติ (Natural Strategic Partnership) ให้ใกล้ชิดและตอบสนองผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งเสริมความร่วมมือและผลักดันการพัฒนาตามแนวชายแดนและความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนไปด้วยกัน โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องในการจัดกิจกรรมในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ไทย – เมียนมา อาทิ การแสดงทางวัฒนธรรม การสัมมนาทางวิชาการ และนิทรรศการแสดงภาพเขียนของศิลปินแห่งชาติไทยและเมียนมา เป็นต้น

ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมากล่าวว่า ไทยและเมียนมาเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันมาโดยตลอด ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้นำระดับสูงมาอย่างสม่ำเสมอ มีความร่วมมือระหว่างกันในหลากหลายมิติ และกลไกความร่วมมือในระดับต่าง ๆ มีส่วนช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ เมียนมายังแสดงความพร้อมในการจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านทวิภาคี (JC) ไทย – เมียนมา ครั้งที่ 9 (ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) ในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อมุ่งสร้างผลประโยชน์ให้ทั้งสองประเทศ

ผู้นำไทยและเมียนมาต่างเน้นย้ำถึงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดนและสามารถพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับผู้หนีภัยการสู้รบกลับเมียนมาให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมากล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาตามแนวชายแดน รวมทั้งช่วยให้ชาวเมียนมาเดินทางกลับประเทศโดยสวัสดิภาพ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังยินดีที่เมียนมาประสงค์ให้ไทยเข้าไปดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ในเมียนมา จึงขอให้สองฝ่ายหารือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการมีความคืบหน้าและตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง และไทยพร้อมสนับสนุนความร่วมมือ ด้านการเกษตรและสาธารณสุข

ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยินดีที่มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการค้าชายแดน และจะแสวงหามาตรการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมแม่สอด–เมียวดี ให้เป็นพื้นที่นำร่อง ซึ่งทั้งสองฝ่ายขอให้มีการหารือในรายละเอียดต่อไป นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียินดีที่เมียนมาออกกฎหมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกการลงทุนจากต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น จึงขอให้เมียนมาช่วยดูแลภาคเอกชนไทยที่เข้าไปลงทุนในเมียนมา และไทยยินดีส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในเมียนมาเช่นกัน นอกจากนี้ ผู้นำไทยและเมียนมาต่างเล็งเห็นถึงศักยภาพของความร่วมมือในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย การเชื่อมโยงเส้นทางอย่างไร้รอยต่อ การเปิดจุดผ่านแดนถาวรเพิ่มเติมที่ด่านสิงขรและด่านห้วยต้นนุ่น ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ไทยและเมียนมา ยังช่วยส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนและวัฒนธรรมของทั้งสองฝ่ายมากยิ่งขึ้น

สำหรับความร่วมมือด้านแรงงาน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยจะดูแลแรงงานทุกประเทศอย่างดีที่สุดเพราะแรงงานต่างชาติมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของไทยเช่นกัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐและนายหน้าจัดหางานที่กระทำความผิดเข้าข่ายการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาต่างยินดีที่ทั้งสองฝ่ายร่วมกันเร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานเมียนมา และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันส่งเสริมแรงงานเข้ามาทำงานในไทยผ่านความตกลงฯ (MoU) ในกรอบรัฐต่อรัฐอย่างจริงจังต่อไป

ในช่วงท้าย ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันถึงความร่วมมือในกรอบพหุภาคี โดยนายกรัฐมนตรีขอบคุณเมียนมาที่สนับสนุนร่างแผนแม่บท ACMECS และปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration) ซึ่งจะมีการรับรองในการประชุม ACMECS วันที่ 16 มิ.ย. นี้ และขอให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันสานต่อข้อตกลงต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อในทุกมิติ ทั้งด้านกายภาพและกฎระเบียบ นอกจากนี้ ในโอกาสที่ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีหน้า ไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับเมียนมาและประเทศสมาชิกอาเซียนก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งของความเป็นหุ้นส่วนกับประชาคมโลก

หลังจากเสร็จสิ้นหารือเต็มคณะ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแถลงข่าวถึงผลการหารือระหว่างไทยและเมียนมา ณ ตึกสันติไมตรีหลังใน ทั้งในมิติความสัมพันธ์ เศรษฐกิจ ความร่วมมือตามแนวชายแดน ความร่วมมือด้านแรงงาน และความร่วมมือในกรอบพหุภาคี ก่อนจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรี