ตลาดเฮลท์แคร์ 5 แสนล้านสะพรั่ง หลังประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้น พริ้นซิเพิลฯส่ง บริษัทลูก ลุยลงทุนธุรกิจโรงพยาบาลทั่วประเทศ ตั้งเป้าปีོ รายได้ติดท็อป 6 ของกลุ่มโรงพยาบาลในตลาดหลักทรัพย์ฯ
นายสาธิต วิทยากร ประธานคณะกรรมการ บริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า ธุรกิจเฮลท์แคร์มีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง จากโครงสร้างประชากรไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ภาพรวมธุรกิจเฮลท์แคร์ โดยเฉพาะโรงพยาบาลมีโอกาสเติบโตที่ดี ซึ่งปัจจุบันภาพรวมโรงพยาบาลเอกชนมีมูลค่า 5 แสนล้านบาท โดยกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน 23 บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีส่วนแบ่งตลาด 2 แสนล้านบาท
ด้วยแนวโน้มการเติบโตที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ได้เข้าซื้อบริษัท อลิอันซ์ เมดิคอล เอเชีย จำกัด หรือเอเอ็มเอ ที่มีธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ภาคกลางตอนบน เมื่อปลายปี 2559 และรีแบรนดิ้งเป็นพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ เมื่อปี 2560 มีเป้าหมายเพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ จากเดิมที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า และตั้งเป้าหมายว่าสัดส่วนรายได้ของบริษัทแม่ปีนี้จะมาจากธุรกิจเฮลท์แคร์ 80% และพัฒนาอสังหาฯเพื่อเช่า 20% ของรายได้รวม ดังนั้น แนวทางการดำเนินธุรกิจเฮลท์แคร์จากนี้ไปจึงต้องเข้มข้นขึ้น
สำหรับทิศทางปีนี้ จะเดินหน้าด้วย 2 กลยุทธ์หลัก คือ รับจ้างบริหารธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน รัฐบาล โดยเฉพาะกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนต่างจังหวัด
ขณะเดียวกัน ก็วางโพซิชันนิ่งของกลุ่มโรงพยาบาลที่จะเข้าไปบริหารค่อนข้างชัดเจน ว่า เจาะกลุ่มผู้ใช้บริการที่มีรายได้ปานกลาง ถือเป็นฐานประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศ ซึ่งคาดว่าแนวทางที่วางไว้จะตอบโจทย์ผู้ใช้บริการรุ่นใหม่ ๆ
อีกกลยุทธ์ คือ การเข้าร่วมทุนกับโรงพยาบาลในต่างจังหวัด เปิดกว้างทุก ๆ โมเดล ทั้งการเข้าร่วมลงทุนกับโรงพยาบาลในต่างจังหวัด หรือการลงทุนสร้างโรงพยาบาลเองในจังหวัดรองซึ่งปลายปีนี้จะเปิด 2 แห่ง คือ อุทัยธานี และอุตรดิตถ์ ส่งผลให้สิ้นปีนี้จะมีโรงพยาบาลในเครือ 7 โรง จากปัจจุบันมี 5 โรง และสิ้นปีนี้จะมีรายได้ 2,300 ล้านบาท
ในส่วนของแผนธุรกิจ 3-5 ปีข้างหน้า เตรียมจะขยายเครือข่ายโรงพยาบาลให้ครบ 20 โรง รวม 2,000 เตียง ภายใต้งบฯลงทุน 10,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายว่า ปี 2564 จะมีรายได้ 4,000-5,000 ล้านบาท ขึ้นเป็นบริษัทที่มีรายได้เป็นอันดับที่ 6 จากปัจจุบันที่มีรายได้เป็นอันดับที่ 15 จาก 23 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ