เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.ไฟเขียวงบกลาง 843 ล้าน ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดใต้
Politics ครม.ไฟเขียวงบกลาง 843 ล้าน ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดใต้
จับตาอาณาจักร 100 ไร่ ‘เดอะมอลล์โคราช’ ทายาทเจ๊เกียว เปิดใจทำไมต่อสัญญาเช่า 30 ปี
Real Estate จับตาอาณาจักร 100 ไร่ ‘เดอะมอลล์โคราช’ ทายาทเจ๊เกียว เปิดใจทำไมต่อสัญญาเช่า 30 ปี
เอกนิติ ยันทบทวน ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ มุ่งช่วยคนจนจริง ชี้ 72 สิทธิช่วยเหลือยังคงเดิม
Politics เอกนิติ ยันทบทวน ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ มุ่งช่วยคนจนจริง ชี้ 72 สิทธิช่วยเหลือยังคงเดิม
วราวุธ จ่อยกระดับอุตฯยานยนต์ xEV รับคลื่นลงทุนจีน ชูไทยฐานผลิต
Politics วราวุธ จ่อยกระดับอุตฯยานยนต์ xEV รับคลื่นลงทุนจีน ชูไทยฐานผลิต
‘จุลพันธ์’ รับหนังสือ สสทร. ค้าน “สูตร CARE” ปรับเงินบำนาญชราภาพ
Politics ‘จุลพันธ์’ รับหนังสือ สสทร. ค้าน “สูตร CARE” ปรับเงินบำนาญชราภาพ
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
สำนักงานสลากฯ เปิดช่องทางยกเลิกตัวแทนจำหน่ายหวย เลือกรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Finance สำนักงานสลากฯ เปิดช่องทางยกเลิกตัวแทนจำหน่ายหวย เลือกรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
‘สุริยะ’ รับชง ครม.ย้ายบิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ปัดล้างบางขั้ว ‘ธรรมนัส’ ชี้ยึดสุจริต-อาวุโส
Politics ‘สุริยะ’ รับชง ครม.ย้ายบิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ปัดล้างบางขั้ว ‘ธรรมนัส’ ชี้ยึดสุจริต-อาวุโส
วิกฤตน้ำมัน กระทบ ‘เส้นใยสังเคราะห์’ อุตสาหกรรมแฟชั่น
World วิกฤตน้ำมัน กระทบ ‘เส้นใยสังเคราะห์’ อุตสาหกรรมแฟชั่น
FBI ขอบคุณไทยปราบสแกมเมอร์ สานต่อความร่วมมือปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
Politics FBI ขอบคุณไทยปราบสแกมเมอร์ สานต่อความร่วมมือปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ดูทั้งหมด

“อัสสเดช” โชว์แผนปลุก SET ฟื้นเชื่อมั่นพลิกวิกฤตตลาดหุ้นไทย

21 ก.พ. 2568 | 07:12น.
Assadet
สัมภาษณ์

“เชื่อว่าระยะยาวจะสามารถฟื้นตลาดหุ้นไทย ให้กลับมามั่นคงแข็งแรงได้มากขึ้น”

ข้างต้นนี้เป็นคำกล่าวของ “อัสสเดช คงสิริ” กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หลังรับตำแหน่งมา 5 เดือน ในการให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนที่จังหวัดเชียงรายล่าสุด ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยที่เผชิญมรสุมรุมเร้า จนดัชนี SET ร่วงต่ำกว่า 1,300 จุดอีกครั้ง

แผนระยะสั้นเร่งฟื้น LTF

“อัสสเดช” กล่าวยอมรับว่า ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนสูง จึงมีแผนในระยะสั้นที่เร่งทำ ได้แก่ เรื่องแรก จะเข้าหารือกับกระทรวงการคลังถึงความเป็นไปได้ในการถ่ายโอนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ซึ่งจะต้องดูว่าจะใช้กลไกใดจึงจะมีประสิทธิผลมากที่สุด ทั้งมุมของการสนับสนุน ESG และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดทุน รวมถึงประเด็นเรื่องการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนทางภาษี จะได้ทั้งหมดเหมือน LTF หรือไม่

“จะหารือกับกระทรวงการคลังใน 1-2 สัปดาห์นี้ และคาดว่าคลังจะเป็นผู้ชี้แจงเรื่องนี้”

เล็งปลดล็อกสัดส่วนซื้อหุ้นคืน

เรื่องต่อมา กำลังหารือกับกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงาน ก.ล.ต. ในการสนับสนุนโครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยให้มูลค่าของกิจการสะท้อนได้อย่างเหมาะสม โดยมีการหารือเพื่อปรับเปลี่ยนเกณฑ์ระยะเวลาการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ให้สะดวกและคล่องตัวขึ้น เดิมเมื่อซื้อหุ้นคืนมาแล้วต้องจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนออกไปภายในเวลาที่กำหนด หากช่วงเวลาที่ต้องจำหน่าย สภาวะตลาดไม่ดีอาจเป็นการซ้ำเติมตลาด ซึ่งต่างประเทศก็ไม่ได้กำหนดระยะเวลาขายออก

“อยากปลดล็อกการกำหนดสัดส่วนการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 10% และระยะเวลาการซื้อหุ้นคืน จากเดิมที่ต้องเว้นวรรค 6 เดือน ในการซื้อหุ้นคืนแต่ละรอบ คาดว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเพราะแค่แก้กฎกระทรวงเท่านั้น”

นอกจากนี้ เรื่อง Colocation (แผนความเท่าเทียม) คาดจะเริ่มได้ในไตรมาส 2 ปีนี้ โดยจะปรับให้เป็นบริการพื้นฐานเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับผู้ลงทุนทุกกลุ่ม เป็นบริการพื้นฐานที่บริษัทหลักทรัพย์สามารถใช้บริการฟรี มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ซึ่งผู้ลงทุนที่เป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์สามารถได้ประโยชน์จากบริการนี้

ชู Jump+ ดันกำไร บจ.

สำหรับแผนระยะกลาง “อัสสเดช” กล่าวว่า จะมีโครงการ Jump+ ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นตลาดที่เสนอมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยได้เข้าหารือเบื้องต้นกับกระทรวงการคลัง ในเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว ซึ่งจะเป็นการยกเว้นกำไรภาษีส่วนเพิ่ม ให้กับบริษัทที่ร่วมโครงการ แล้วสามารถดำเนินการสร้างการเติบโตได้ตามเป้าหมายตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ ในเดือน พ.ค.นี้ จะคิกออฟโครงการ Jump+ และปีนี้จะคัดเลือกบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เข้าร่วมโครงการ 50 บริษัท

“ยกตัวอย่าง ธุรกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จากปกติมีกำไร 1,000 ล้านบาท เมื่อเข้าร่วมโครงการมีการทำแผนขึ้นมา 3 ปี และสามารถมีรายได้จากกำไรปกติเพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท อยากจะขอเว้นภาษีในส่วน 100 ล้านบาท ซึ่งเท่าที่หารือกับ รมว.คลังในเบื้องต้น ก็บอกว่าหากไม่กระทบกับฐานะทางการคลัง ก็พร้อมที่จะพิจารณาสนับสนุน”

งดเก็บภาษีย้อนหลังหนุน M&A

“อัสสเดช” กล่าวอีกว่า การหารือกับกระทรวงการคลัง ยังมีเรื่องการขอให้ไม่มีการเก็บภาษีย้อนหลัง หรือนิรโทษกรรมภาษี สำหรับกรณี บจ.เข้าไปซื้อหรือควบรวมกิจการ (M&A) กับบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อลดอุปสรรคและกระตุ้นให้ บจ. กล้าทำดีล M&A กับบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก สร้างการเติบโตได้รวดเร็วมากขึ้น จากที่ผ่านมามีหลายบริษัทไม่กล้าดำเนินการ เพราะอาจติดเงื่อนไขดังกล่าว ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าวจะไม่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากเงินภาษี เนื่องจากรายได้ภาษีเดิมยังเก็บได้ปกติ และรัฐจะได้บริษัทใหม่ ๆ เข้ามาในระบบภาษีมากขึ้น

“หากสามารถทำได้ มองว่าเป็นประโยชน์แก่ประเทศในระยะยาว หาก บจ.เข้าโครงการ Jump+ และมีกำไรที่โตขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ บจ.ที่จะได้ประโยชน์ เพราะหลังพ้น 3 ปีแล้ว ตัวเลขกำไรจะโตมากยิ่งขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจะได้ภาษีเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ไม่ได้”

นอกเหนือจากสิทธิด้านภาษี ตลาดหลักทรัพย์ฯยังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม กับบริษัทที่ร่วมโครงการและบริษัทที่สามารถพัฒนาได้ตามแผนที่วางไว้ อาทิ การสนับสนุนค่าที่ปรึกษา (FA), การยกเว้นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ หรือการพาบริษัทออกไปนำโรดโชว์ทั้งในและต่างประเทศ

“สำหรับแผนในระยะยาว จะสนับสนุนให้ไทยเป็น Listing Hub แหล่งระดมทุนของบริษัทในภูมิภาคและทั่วโลก เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย สร้างความง่ายในการประกอบธุรกิจ หรือ Ease of Doing Business”

เร่งแก้อุปสรรคในตลาดหุ้น

“อัสสเดช” กล่าวอีกว่า ในส่วนการปรับปรุงเกณฑ์กำหนดให้หุ้นรายตัวในดัชนี SET50, SET50FF, SET100 และ SET100FF มีน้ำหนักไม่เกิน 10% ในแต่ละรอบการคัดเลือกนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจความคิดเห็น (เฮียริ่ง) ซึ่งหากไม่มีใครคัดค้าน คาดว่าจะเริ่มประกาศใช้ได้ช่วงกลางปีนี้ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯคำนึงถึงกองทุนประเภท Passive Fund ให้มีผลกระทบน้อยที่สุด

“เกณฑ์ Cap Weight ต้องรอฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนก่อน เพราะมีผลกระทบ แต่ตั้งใจอยากให้เข้ามาช่วยลดความผันผวน หรือลดการพึ่งพาจากหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เป็นสากลทั่วโลก สร้างเสถียรภาพมากขึ้น”

ส่วนความคืบหน้าการหารือกับสำนักงาน ก.ล.ต. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเปิดเผยข้อมูล บจ. หลังมีกรณีจำนำหุ้นบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ หากมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว นักลงทุนควรจะต้องรับทราบ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือด้านกฎหมาย คาดชัดเจนเร็ว ๆ นี้

“บทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯที่อยากทำมากขึ้น คือการสื่อสารและเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนและรวดเร็ว ให้นักลงทุนไปเป็นข้อมูลประกอบการลงทุน และเชื่อว่าระยะยาวจะสามารถฟื้นตลาดหุ้นไทย ให้กลับมามั่นคงแข็งแรงได้มากขึ้น” ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯกล่าว