เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ติดตามรายงานการประชุมเฟด

19 ก.พ. 2568 | 18:18น.
Money

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ติดตามรายงานการประชุมเฟด

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (19/02) ที่ระดับ 33.64/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/02) ที่ระดับ 33.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวานนี้ (18/02) สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 5 จุด สู่ระดับ 42 ในเดือน ก.พ. แตะระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน ก.ย.ปี 2567

โดยดัชนีได้รับผลกระทบจากการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินแห่งธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประจำวันที่ 28-29 ม.ค. ในวันนี้ (19/02) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ บรรดาเจ้าหน้าที่เฟด อาทิเช่น นายแพททิก ฮาร์เกอร์ ประธานเฟดสาขาฟิลาเดเฟีย นางมิเชล โบว์แมน และนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะผู้ว่าการเฟด ต่างแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่าเฟดควรจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

ล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool จาก CME Group ระบุว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 97.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.2%-4.5% ในการประชุมนโยบายการเงินเดือน มี.ค. และคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน พ.ค. และ มิ.ย.ก่อนที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 4.00%-.25% ในการประชุมเดือน ก.ค. และจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่เหลือของปี 2568

ด้านปัจจัยภายในประเทศ สถาบันอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยระบุว่าการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 2567 ขยายตัว 7.3% ทำสถิติส่งออกสูงสุดครั้งใหม่ แตะระดับ 1.63 ล้านล้านบาท จากความต้องการสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่หลายประเทศเผชิญสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงซึ่งส่งผลให้ผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อที่เริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

อีกทั้งการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเคลื่อนไหวเฉลี่ยที่ระดับ 35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 สนับสนุนให้การส่งออกสินค้าอาหารไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยทั้ง 3 องค์กรคาดว่าในปี 2568 จะขยายตัวได้ราว 6.8% คิดเป็นมูลค่า 1.75 ล้านล้านบาท จากปริมาณวัตถุดิบการเกษตรที่เพิ่มขึ้น ความผันผวนของค่าเงินบาท และมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมอาหารไทยยังคงเผชิญความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายจัดเก็บภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (reiprocal tariffs) ของสหรัฐ เนื่องจากอาหารเป็นหนึ่งในสาขาการผลิตที่ทำให้ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐ โดยในปี 2567 ไทยเกินดุลการค้าอาหารกับสหรัฐราว 128,23 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของยอดเกินดุลการค้ารวมของไทย โดยในวันนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบระหว่าง 33.65-33.72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโรเคื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (19/02) ที่ระดับ 1.0447/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/02) ที่ระดับ 1.0458/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยวายนี้ (18/02) สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของฝรั่งเศส (HICP) ปรับตัวขึ้น 1.8% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์

ทว่าเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี HICP ปรับตัวลดลง 0.2% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน ธ.ค. ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0432-1.0461 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0432/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (19/02) ที่ระดับ 151.88/89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/02) ที่ระดับ 151.92/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (19/02) กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลดุลการค้าเดือน ม.ค. ขาดดุล 2.76 ล้านล้านเยน หรือราว 1.82 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถูกกดดันจากการนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยยอดนำเข้าเดือน ม.ค. พุ่งขึ้น 16.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 แตะระดับ 16.62 ล้านล้านเยน

ทั้งนี้ ยอดส่งออกเดือน ม.ค. ปรับตัวขึ้น 7.2% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับ 7.86 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 จากการส่งออกรถยนต์ ชิป และยาที่ปรับตัวสูงขึ้น สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่าขณะนี้ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐ มูลค่า 4.77 แสนล้านเยน เนื่องจากมีการส่งออกไปยังสหรัฐเพิ่มขึ้น 8.1% ในวันนี้ (19/02) โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่าญี่ปุ่นได้มีการสอบถามสหรัฐเกี่ยวกับแผนการขึ้นภาษีรถยนต์ และพยายามขอยกเว้นการขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม

โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญของสหรัฐ ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 151.55-152.30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 151.60/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (20/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคการบริการเดือน ก.พ. ของฝรั่งเศส (21/2), ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการเดือน ก.พ. ของเยอรมนี (21/2), ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการเดือน ก.พ. ของอังกฤษ (21/2), ดัชนีภาคการผลิตและภาคการบริการขั้นต้นเดือน ก.พ.ของสหรัฐ จาก S&P Global (21/2), และยอดขายบ้านมือสองเดือน ม.ค. ของสหรัฐ (21/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -5.75/-5.70 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.00/-3.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ