เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

บาทแข็งค่า คาด BOJ ขึ้นดอกเบี้ย

20 ก.พ. 2568 | 19:14น.
Thai baht banknotes and coins

บาทแข็งค่า คาด BOJ ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ค. ขณะที่ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 97.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือน มี.ค.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (20/2) ที่ระดับ 33.74/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (19/2) ที่ระดับ 33.69/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินประจำวันที่ 28-29 ม.ค. แสดงให้เห็นว่า กรรมการเฟดวิตกเกี่ยวกับเงินฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมทั้งความเป็นไปได้ที่มาตรการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะมาตรการกำแพงภาษี จะส่งผลกระทบต่อความพยายามของเฟดในการกดเงินเฟ้อให้ชะลอตัวลงสู่เป้าหมายที่ 2%

ซึ่งกรรมการเฟดมีความเห็นตรงกันว่า จำเป็นต้องเห็นเงินเฟ้อชะลอตัวลงอีก ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม และกังวลว่า ผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษีของ ปธน.ทรัมป์อาจจะไม่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น

ทั้งนี้กรรมการเฟดแสดงความเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจจะเกิดจากคณะบริหารชุดใหม่ของสหรัฐ ซึ่งอาจรวมถึงการพูดคุยกันเกี่ยวกับมาตรการภาษี รวมทั้งผลกระทบจากการปรับลดภาษีและการผ่อนคลายกฎระเบียบ โดยกรรมการเฟดระบุว่า นโยบายการเงินในปัจจุบันทำให้เฟดมีเวลาในการประเมินแนวโน้มของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันกรรมการส่วนใหญ่ยังได้ระบุถึงจุดยืนด้านนโยบายการเงินที่ยังคงอยู่ในระดับคุมเข้ม

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลง 9.8% สู่ระดับ 1.36 ล้านยูนิตในเดือน ม.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.39 ล้านยูนิต โดยได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นในสหรัฐ

ส่วนการอนุญาตก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 0.1% สู่ระดับ 1.48 ล้านยูนิตในเดือน ม.ค. และสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.46 ล้านยูนิต อีกทั้งเฟดสาขาแอตแลนตาเปิดเผยแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.3% ในไตรมาส 1/2568

ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.4% ในไตรมาส 1/2567, 3.0% ในไตรมาส 2, 3.1% ในไตรมาส 3 และ 2.3% ในไตรมาส 4 ขณะที่ ปธน.ทรัมป์กล่าวถึงการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ และยาในอัตรา 25% โดยอาจมีการประกาศอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ครั้งใหม่ในวันที่ 2 เม.ย.

Advertisement

นอกจากนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 97.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือน มี.ค. นักลงทุนคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน พ.ค., มิ.ย. และ ก.ค. ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือน ก.ย. และคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวในการประชุมที่เหลือจนสิ้นปี 2568

ด้านปัจจัยภายในประเทศวานนี้ (19/2) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือประธานบอร์ด ธปท.คนใหม่ แทนนายปรเมธี วิมลศิริ ที่ครบวาระและสิ้นสุดการรักษาการว่า ขณะนี้คณะกรรมการคัดเลือกฯ ซึ่งมีนายสถิตย์ ลิ่มพงษ์พันธุ์ เป็นประธาน อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อบุคคลที่เสนอเข้าไป โดยจะนัดประชุมในช่วงปลายเดือน ก.พ.นี้

อีกทั้งกระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการเร่งพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัวได้ 3-35% ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ และเอกชน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าตามค่าเงินเยน ซึ่งเป็นสกุลเงินในภูมิภาคเดียวกัน รวมถึงการปรับขึ้นของราคาทองคำ โดยระหว่างวันการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบระหว่าง 33.59-33.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.64/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (20/2) ที่ระดับ 1.0420/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (19/2) ที่ระดับ 1.0430/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยในวันนี้ (20/2) ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของเยอรมนี ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ชะลอตัวลงจาก 0.8% ในเดือนก่อนหน้าและต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.3%

ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0400-1.0441 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0429/31 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ขณะที่ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (20/2) ที่ระดับ 151.22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (19/2) ที่ระดับ 151.80/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินเยนปรับแข็งค่า แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. สู่ระดับ 150.32/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันอตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี มีผลตอบแทนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552

นอกจากนี้ ตลาดอนุพันธ์คาดการณ์ว่ามีโอกาส 83% ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น BOJ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 70% เมื่อต้นเดือนนี้ และตอนนี้ คาดการณ์กันอย่างแน่นอนแล้วว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือน ก.ย.

ฮาจิเมะ ทาคาตะ หนึ่งในคณะกรรมการบริหารของ BOJ กล่าวเมื่อวันพุธ (20/2) ว่า การพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้นมีความสำคัญ โดยให้เหตุผลว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของญี่ปุ่นกำลังเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับมุมมองของตลาดต่อเศรษฐกิจ รวมถึง GDP ที่สูงกว่าที่คาดการณ์ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจญี่ปุ่นและเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ BOJ พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต, แรงกดดันในการขายดอลลาร์ที่มีอยู่เดิม และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนต้องการถือเงินเยนซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

นอกจากนี้ในวันศุกร์ (21/2) จะมีการประกาศหรือดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของญี่ปุ่น โดย โชกิ โอโมริ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ระดับโลกของบริษัท Mizuho Securities ในโตเกียว กล่าวว่า ถ้าดัชนี CPI สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ค่าเงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าต่ำกว่า 150 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 149.92-150.41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 150.32/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ของสหรัฐ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือน ก.พ. จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ม.ค. จาก Conference Board และ สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -5.85/-5.70 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.50/-2.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ