เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

บาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ตลาดจับตามาตรการภาษีสหรัฐ

21 ก.พ. 2568 | 17:52น.
เงินบาท ค่าเงินบาท

ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ตลาดจับตามาตรการภาษีสหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 17-21 กุมภาพันธ์ 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (17/2) ที่ระดับ 33.75/76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/2) ที่ระดับ 33.61/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยข้อมูลในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (14/2) ยอดค้าปลีกปรับตัวลดลง 0.9% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบรายเดือน

ขณะที่คาดว่าลดลงเพียง 0.1% และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือนมกราคมหลังจากเพิ่มขึ้น 4.3% ในเดือนธันวาคม และหากไม่นับรวมยอดขายรถยนต์และน้ำมัน ยอดค้าปลีกปรับตัวลดลง 0.5% ในเดือนมกราคม หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนธันวาคม

นอกจากนี้ยังมีทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผย สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจปรับตัวลดลง 0.2% ในเดือนธันวาคมเมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน และเมื่อเทียบรายปี สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนธันวาคม ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

นอกจากนี้ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวลดลง 5 จุด สู่ระดับ 42 ในเดือนกุมภาพันธ์แตะระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2567 โดยดัชนีได้รับผลกระทบจากการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างที่อยู่ในระดับสูง

ในวันพฤหัสบดี (20/2 ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่าหลังเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินประจำเดือนมกราคมแสดงให้เห็นว่า กรรมการเฟดวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมทั้งความเป็นไปได้ที่มาตรการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะมาตรการกำแพงภาษี จะส่งผลกระทบต่อความพยายามของเฟดในการผลักดันเงินเฟ้อให้ชะลอตัวลงสู่เป้าหมายที่ 2% ซึ่งกรรมการเฟดมีความเห็นตรงกันว่า จำเป็นต้องเห็นเงินเฟ้อชะลอตัวลงอีก เฟดจึงจะสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงในวันจันทร์ (17/2) ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไตรมาส 4/67 ขยายตัว 3.2% จากตลาดคาดโต 3.7-4.0% แต่เร่งขึ้นจากการขยายตัว 3.0% ในไตรมาส 3/2567 ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวเร่งขึ้นของการผลิตภาคเกษตรและภาคนอกเกษตร การลงทุนและการส่งออกสินค้าและบริการ รวมทั้งการขยายตัวต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคขั้นสุดท้ายของเอกชน

ขณะที่การอุปโภคขั้นสุดท้ายของรัฐบาลชะลอลง และการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ทั้งเรื่องเครื่องมือเครื่องจักร และหมวดก่อสร้าง โดยสาขาการผลิตเกษตรกรรมกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส สาขาที่พักและบริการด้านอาหาร สาขาการขายส่งและขายปลีก และสาขาก่อสร้างขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อน สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้าขยายตัวต่อเนื่อง

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช.กล่าวว่า แม้ตัวเลขดังกล่าวจะปรับตัวขึ้น แต่ตัวเลขเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 4/2567 ไม่สูงอย่างที่หลายฝ่ายคาด เนื่องจากการลงทุนภาคเอกชนที่มีสัดส่วนมากยังชะลอตัว แม้การลงทุนภาครัฐจะขยายตัวมากก็ตาม อาทิ ภาคยานยนต์ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ยังหดตัวต่อเนื่อง จากความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ จากการมุ่งแก้ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน

และในวันอังคาร (18/2) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ปีนี้กระทรวงการคลังมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 3% และพยายามทำให้ถึง 3.5% โดยในปี 2568 รัฐบาลยังมีการขับเคลื่อนนโยบายอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นผ่านโครงการเงิน 10,000 บาทในเฟสถัดไป รวมไปถึงโครงการ Easy E-Receipt ที่เป็นตัวขับเคลื่อนการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ สถาบันอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยระบุว่า การส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 2567 ขยายตัว 7.3% ทำสถิติส่งออกสูงสุดครั้งใหม่ แตะระดับ 1.63 ล้านล้านบาท จากความต้องการสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่หลายประเทศเผชิญสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ซึ่งส่งผลให้ผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อที่เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

นอกจากนี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือประธานบอร์ด ธปท. คนใหม่ แทนนายปรเมธี วิมลศิริ ที่ครบวาระและสิ้นสุดการรักษาการว่า ขณะนี้คณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งมีนายสถิตย์ ลิ่มพงษ์พันธุ์ เป็นประธาน อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อบุคคลที่เสนอเข้าไป

โดยจะนัดประชุมในช่วงปลายเดือนนี้ อีกทั้งกล่าวว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเร่งพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัวได้ 3-3.5% ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.47-33.82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (21/2) ที่ระดับ 33.62/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (17/2) ที่ระดับ 1.0492/93 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/2) ที่ระดับ 1.0476/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยความหวังเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน เป็นปัจจัยหนุนช่วยให้ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้น

โดยนักลงทุนยังคงติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด หลังความสัมพันธ์สหรัฐ-ยูโรถูกจับตา เมื่อสหรัฐเตรียมเจรจากับรัสเซียเพื่อยุติสงครามในยูเครน แต่ไม่มีการเชิญทั้งยูเครนและพันธมิตรยุโรปเข้าร่วม ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยในวันพฤหัสบดี (20/2) ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของเยอรมนี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบเป็นรายปี ชะลอตัวลงจาก 0.8% ในเดือนก่อนหน้า ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0400-1.0506 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (21/2) ที่ระดับ 1.0496/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (17/2) ที่ระดับ 151.87/88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เยนแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (14/2) ที่ระดับ 152.54/55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังทางรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2567

ในช่วงเช้าวันจันทร์ (17/2) โดยระบุว่าตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ของญี่ปุ่น ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวติดต่อกัน 3 ไตรมาส และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 1% โดยข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงขยายตัวได้ดี แม้ว่า BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 0.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 17 ปี ในการประชุมเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา และส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงินต่อไป

ในวันพุธ (19/2) กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลดุลการค้าเดือนมกราคม ขาดดุล 2.76 ล้านล้านเยน หรือราว 1.82 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถูกกดดันจากการนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยยอดนำเข้าเดือนมกราคมพุ่งขึ้น 16.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 แตะระดับ 16.62 ล้านล้านเยน ทั้งนี้ ยอดส่งออกเดือนมกราคมปรับตัวขึ้น 7.2% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับ 7.86 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 จากการส่งออกรถยนต์ ชิป และยาที่ปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.27-152.40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (21/2) ที่ระดับ 150.56/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ