Skip to content

องค์กร PETA คือใคร มีอิทธิพลแค่ไหน ? หลังมองคนไทยเลี้ยง ‘หมูเด้ง’ ไม่ได้มาตรฐาน

27 ก.พ. 2568 | 17:21น.
องค์กร PETA คือใคร มีอิทธิพลแค่ไหน ? หลังมองคนไทยเลี้ยง ‘หมูเด้ง’ ไม่ได้มาตรฐาน

ทำความรู้จัก PETA องค์กรเพื่อสัตว์ หลังประณามคนไทยทารุณสัตว์ใช้ลิงเก็บมะพร้าว และล่าสุดรณรงค์ไม่ให้นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษมาเที่ยวสวนสัตว์เปิดเขาเขียวโดยอ้างว่า ทารุณกรรม “หมูเด้ง”

กลายมาเป็นประเด็นบนโลกออนไลน์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์กร PETA ประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ทีมงานสวมชุดลายตารางถือป้ายประท้วง และทำการเทกะทิราดตัวเอง บริเวณหน้าสถานทูตไทยในเมืองลอนดอน เป็นการประท้วงการทารุณสัตว์ในอุตสาหกรรมของไทย และอ้างว่าใช้แรงงานลิงในการเก็บมะพร้าวอย่างทารุณ

โดยในโพสต์ระบุแคปชั่นว่า “จากการสืบสวนของ PETA เอเชีย พบว่าลิงที่ถูกบังคับให้เก็บมะพร้าวในประเทศไทยถูกมัดด้วยเชือกที่สั้นมากจนแทบขยับตัวไม่ได้ ถูกขังไว้ในกรง และปล่อยให้เดินไปเดินมาจนเสียสติ”

รวมถึงการออกมาพาดพิงการเลี้ยงดู “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระที่อยู่ในความดูแลของสวนสัตว์เปิดเขาเขียวที่อ้างว่าไม่ได้มาตรฐานและรณรงค์ไม่ให้นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษมาเที่ยวสวนสัตว์เปิดเขาเขียวของไทย ประชาชาติธุรกิจ พาไปทำความรู้จัก PETA คือองค์กรอะไร และมีอิทธิพลแค่ไหน ?

PETA หรือพีต้า องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นในปี 1980 เพื่อพิทักษ์สิทธิสัตว์ โดยอิงกริด นิวเคิร์ก และอเล็กซ์ ปาเชโก ด้วยความเชื่อว่า สัตว์มีสิทธิและสมควรได้รับการพิจารณาถึงผลประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าพวกมันจะมีประโยชน์ต่อมนุษย์หรือไม่ก็ตาม

หัวใจสำคัญขององค์กรนี้คือ สิ่งมีชีวิตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์อื่นใด มีสิทธิที่จะปลอดภัยจากอันตรายที่เต็มไปด้วยปัญหาที่ร้ายแรงมากมาย ซึ่งล้วนสมควรได้รับความสนใจจากมนุษย์ และองค์กรเชื่อว่า ทุกคนควรพยายามหยุดการทารุณกรรมสัตว์เมื่อใดก็ได้และทุกที่ที่ทำได้

พีต้ามุ่งความสนใจกับไป 4 เรื่องที่สัตว์จำนวนมากต้องทนทุกข์ทรมานมาเป็นเวลานาน อาทิ ในห้องทดลอง อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเสื้อผ้า และธุรกิจบันเทิง

คนไทยมอง วิจารณ์เกินเหตุ

สำหรับกรณีการทำงานของพีต้านั้น Supanut Benjadumrongkit นักสัตววิทยาประจำโรงพยาบาลสัตว์คลองหลวง อธิบายไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า พีต้าเป็นที่รู้จักในเรื่องความสุดโต่งจนเกินเลยถึงขั้นพยายามเข้าใกล้สื่อบันเทิงต่าง ๆ เพื่อหาแสง ตลอดจนเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงในทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่ส่วนที่จับต้องไม่ได้

อย่างเรื่องการไปรณรงค์ให้แบนเกมต่าง ๆ ที่มีการกระทำต่อสัตว์แบบให้สัตว์มีสิทธิของตัวเอง หรือการเปลี่ยนวลีสำนวนแบบ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” เป็น “ให้อาหารนกโคนเดียวได้นกสองตัว” อะไรประมาณนั้น ความโลกสวยมันสุดเกินไป

สำหรับกรณีในประเทศไทย พีต้าเล็งเห็นว่า ประเทศไทยเป็นชาติเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังใช้สัตว์ในกิจวัตรประจำวัน หรือเพื่อหาผลประโยชน์ทางการเงิน เช่น การใช้ลิงเก็บมะพร้าว การใช้ช้างเพื่อการท่องเที่ยว หรือการโชว์เสือให้โดดลอดห่วง เลยแสดงความต่อต้านแนวคิดของการฝึกสัตว์ของคนไทย

จนนำไปสู่เรื่องแอบแฝงของบางหน่วยงานที่แอบอ้างและหาผลประโยชน์จากสัตว์ด้วยความโลกสวย อย่างปางช้างแห่งหนึ่งที่เป็นข่าวใหญ่ตอนน้ำท่วม

เช่นเดียวกับคอมเมนต์บนโลกออนไลน์ที่ต่างก็มองว่า เป็นการตัดสินประเทศไทยเกินกว่าเหตุ เนื่องจากการที่พีต้าออกมาประณามเช่นนี้ทำให้ประเทศถูกมองว่าทารุณสัตว์อย่างรุนแรง แต่แท้จริงแล้ว คนไทยเลี้ยงลิงและหมูเด้งดีกว่าที่ต่างชาติคิด และปริมาณลิงที่ถูกเลี้ยงเพื่อเก็บมะพร้าวก็น้อยกว่าอดีต อาทิ

“ลิงตัวละเป็นหมื่น เขาเลี้ยงดูดียิ่งกว่าลูกอีก ลองลูกไปตีลิงสิ พ่อได้เตะก่อนลิงกัดอะ”

“ก็เคยคิดนะว่า ชาวต่างชาติรุ่นใหม่ไม่ค่อยหาข้อมูลให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยหาแสง แต่ไม่คิดเลยว่าจะซื่อบื้อหนักขนาดนี้”

“เรื่องนี้เคยมีคนแคะคุ้ยออกมาแล้ว แต่ชาวสวนก็บอกว่ามันแทบไม่มีแล้ว มีก็ไว้โชว์ผู้มาเยี่ยมชม ฃึ่งเขาก็เข้าใจ บอกว่าคนไทยเก่ง ลิงเป็นสัตว์ฉลาด เหมือนช้างและสัตว์อื่น ๆ ไม่เข้าใจว่าออกมาทำเพื่ออะไร ? ถ้าอยากพิทักษ์สัตว์ต้องไม่เกี่ยงประเภท มันเหมือนมีเบื้องหลัง อย่าดัดจริตนักเลย”

“ประเทศไทยไม่ได้ใช้ลิงเก็บมะพร้าว แล้วก็องค์กรนี้หลายรอบแล้วที่พูดเรื่องนี้ ทำให้สายตาไทยสู่ชาวโลกคือใช้ลิงเก็บมะพร้าว ส่งต่อข้อมูลผิด ๆ อีก”

“ตัวอย่างของฝรั่งที่ไม่ศึกษาชาติอื่นแล้วเหยียดฝังหัวว่าเอเชียต้องล้าหลังกว่าตัวเองเท่านั้น”

ข้อมูลจาก PETA