เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

เตือน ‘ทรัมป์’ ถ้าไม่ถอยภาษี โอกาสเศรษฐกิจ ‘ถดถอย’ สูง

17 มี.ค. 2568 | 07:01น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ชาวอเมริกันเลือกโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าฝีมือด้านเศรษฐกิจน่าจะดีกว่าคามาลา แฮร์ริส คู่ชิงจากเดโมแครต เพราะทรัมป์สัญญาว่าจะทำให้ราคาสินค้าต่าง ๆ ลดลงตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ขณะที่คนอีกมากก็ชอบนโยบาย “เนรเทศผู้อพยพ” ครั้งใหญ่ ส่วนบรรดาบริษัทขนาดใหญ่ ผู้คนในแวดวงวอลล์สตรีตก็ชมชอบนโยบายของทรัมป์ที่จะลดภาษีเงินได้ให้กับคนรวยและบริษัทต่าง ๆ

เป็นการเลือกทั้งที่ทรัมป์ประกาศชัดว่าเขาจะเก็บภาษีศุลกากรจากทุกประเทศทั่วโลกที่ส่งสินค้าเข้ามายังสหรัฐอย่างน้อย 10% และจะเพิ่มภาษีสินค้าจากจีนอีก 10% ซึ่งบรรดานักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าจะทำให้ค่าครองชีพชาวอเมริกันสูงขึ้น ต้นทุนทุกอย่างสูงขึ้น

ชาวอเมริกันที่เลือกทรัมป์พากันเชื่อว่า สิ่งที่ทรัมป์ขู่เรื่องการเก็บภาษีจากทุกประเทศเป็นเพียง “วาทกรรม” ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทำจริง ๆ ยกเว้นภาษีที่จัดเก็บจากจีนที่จะดำเนินต่อไป เพราะเป็นนโยบายต่อเนื่องของรัฐบาลมาหลายสมัย จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่น่าแปลกใจ

แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ทรัมป์หันมาเล่นงานประเทศเพื่อนบ้านอย่างเม็กซิโกและแคนาดาที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่ โดยเก็บภาษี 25% แต่แล้วไม่ทันไรก็ยอมเลื่อนการเก็บภาษีไปอีก 1 เดือน พอครบ 1 เดือนก็ยอมเลื่อนไปอีกสำหรับสินค้าประเภทรถยนต์ มีการตอบโต้กันไปมา

โดยเฉพาะแคนาดาที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้ และต่อจากนั้นทรัมป์ก็ยังขู่จะขึ้นภาษีกับแคนาดาอีกหลายยก มีการเปลี่ยนแปลงไปมา สับสนอลหม่าน โกลาหลไม่หยุดหย่อน เดี๋ยวเก็บ เดี๋ยวไม่เก็บ

ความเปลี่ยนแปลงไปมารายวัน หรือบางครั้งรายชั่วโมง หาความแน่นอนไม่ได้ และการบาดหมางที่หนักข้อขึ้นระหว่างสหรัฐกับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแคนาดา ทำให้บรรดานักธุรกิจเริ่ม “เบื่อหน่าย” กับความปั่นป่วนที่ทรัมป์สร้างขึ้น เนื่องจากไม่สามารถวางแผนธุรกิจอะไรได้เลย ทุกอย่างคาดเดาไม่ได้ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ในแต่ละวันของทรัมป์

เมื่อเริ่มประจักษ์ว่าทรัมป์ไม่สนใจความสำคัญของ “ความแน่นอน เชื่อถือได้” ของผู้นำประเทศ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และอีกทั้งไม่สนใจว่าการขึ้นภาษีศุลกากรมีแต่จะทำให้ต้นทุนทุกอย่างในสหรัฐสูงขึ้น และจะตามมาด้วยเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไม่เติบโต

ด้วยเหตุนั้นความกลัวว่าเศรษฐกิจจะ “ถดถอย” เริ่มเกิดขึ้นในหมู่นักลงทุน ซึ่งแสดงออกรุนแรงในวันที่ 10 มีนาคม โดยตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างหนัก ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลง 890.01 จุด หรือ 2.08% ดัชนี S&P500 ลดลง 155.64 จุด หรือ 2.70% ดัชนี Nasdaq ลดลง 727.90 จุด หรือ 4.00% หลังจากทรัมป์ให้สัมภาษณ์ไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะถดถอยจากนโยบายภาษีศุลกากร

สื่ออเมริกันอย่างซีเอ็นเอ็นระบุว่า ดูเหมือนว่าภายในเวลาเพียงแค่ 20 วัน ทรัมป์ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐที่เคยทำจุดสูงสุดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า และเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแกร่ง มองไม่เห็นเลยว่าเศรษฐกิจจะถดถอย มาบัดนี้คำว่า “ถดถอย” ดูเหมือนจะปรากฏขึ้นทุกหนแห่ง

ความระห่ำไม่หยุดของทรัมป์ ทำให้บรรดานักวิเคราะห์จากสถาบันดัง ๆ พากันปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจ พร้อมทั้งปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจจะถดถอย เนื่องจากเห็นว่านโยบายของทรัมป์กำลังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจมากกว่าที่คาดไว้

โกลด์แมนแซคส์ ปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยเป็น 20% ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า จากเดิม 15%

“เราเพิ่มโอกาสถดถอยไปเพียงเท่านี้ก่อนในตอนนี้ เพราะรัฐบาลมีทางเลือกที่จะยอมถอยเรื่องภาษีหากความเสี่ยงเริ่มจะซีเรียสกว่าเดิม แต่ถ้ารัฐบาลยังคงเดินหน้าทั้งที่เห็นว่าข้อมูลเศรษฐกิจแย่ลง ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยก็จะสูงขึ้นไปอีก”

ส่วน มอร์แกน สแตนลีย์ ลดคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีทั้งปีเหลือ 1.5% จากเดิม 1.9% สอดคล้องกับคาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา ที่ชี้ว่าเศรษฐกิจไตรมาส 1 หดตัว 2.4% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2.3%

เดวิด เคลลี่ หัวหน้านักกลยุทธ์ระดับโลกของเจพีมอร์แกน แอสเซต แมเนจเมนต์ ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐโดยปกติมีความยืดหยุ่นและฟื้นคืนสภาพได้เร็ว แต่จะต้องไม่ใช่ภายใต้ภาวะ “ความไม่แน่นอน” ที่เกิดขึ้นแบบนี้ ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจทรัมป์ โดยเฉพาะแผนการเก็บภาษีศุลกากรที่สับสนเป็นตัวปัญหาใหญ่

เคลลี่เปรียบเทียบว่า ในตอนนี้นักธุรกิจอยู่ในสภาพคล้ายกับ “กวางที่โดนแสงไฟหน้าของรถยนต์” กล่าวคือมีทั้งความกลัว ความตกใจ และประหลาดใจ จนไม่สามารถขยับตัวหรือคิดอะไรได้เลย เป็นสถานการณ์ที่อันตรายมาก ๆ ตลาดและเศรษฐกิจกำลังลำบากจากความไม่แน่นอนเรื่องภาษีศุลกากรของทรัมป์ รวมทั้งการลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล การเลิกจ้างข้าราชการจำนวนมาก

ลาร์รี ซัมเมอร์ อดีตรัฐมนตรีคลังสหรัฐให้ความเห็นว่า “มีความเป็นไปได้อย่างแท้จริง” ที่เศรษฐกิจจะถดถอย เพราะตอนนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิด “วงจรอุบาทว์” ซึ่งก็คือเศรษฐกิจที่อ่อนแรง จะนำไปสู่ตลาดที่อ่อนแอ จากนั้นตลาดที่อ่อนแอจะทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอ “ตลาดมักจะพึ่งพาสิ่งที่คาดการณ์ได้ แต่ตอนนี้พวกเขากลับได้รับเซอร์ไพรส์ของเซอร์ไพรส์และของเซอร์ไพรส์อีกที” (surprise after surprise after surprise.)

บิลล์ ดัดลีย์ อดีตประธานเฟดสาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เร็วเกินไปที่จะทำนายว่าเศรษฐกิจจะถดถอย แต่ยอมรับว่า “ความเสี่ยง” เพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย โดยภาษีศุลกากรนั้นจะส่งผลกระทบสองอย่าง ด้านหนึ่งทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น อีกด้านหนึ่งทำให้เศรษฐกิจเติบโตน้อยลง รัฐบาลทรัมป์กำลังทำให้สิ่งต่าง ๆ เลวร้ายลง ด้วยนโยบายภาษีศุลกากรที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เดี๋ยวเก็บ เดี๋ยวไม่เก็บ ทำให้ระดับความไม่แน่นอนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

เอ็ด ยาร์เดนี ประธานยาร์เดนี รีเสิร์ช ชี้ว่าตลาดหุ้นหมดความมั่นใจในรัฐบาลทรัมป์ ทุกอย่างอยู่ในความเสี่ยง ตลาดหุ้นที่ดิ่งลงรุนแรงจะส่งผลกระทบด้านลบต่อความมั่งคั่งอีกด้วย ดังนั้น ทรัมป์ต้องคิดใหม่ ไม่ควรคิดว่าไม่เป็นไรที่จะปล่อยให้ตลาดหุ้นพัง ในขณะที่เขาทำการทดลองเรื่องภาษีและการเลิกจ้างข้าราชการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ โดนัลด์ ทรัมป์