เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
Business ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
News ‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
Economic ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
Politics รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
Finance เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
Economic น้ำท่วมซ้ำเติมพืชเศรษฐกิจ ‘ข้าว-มัน-ยาง’ ราคาดีแต่ผลผลิตน้อย
สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
ดูทั้งหมด

‘กปภ.’ ผันน้ำ 140 กม. แก้วิกฤตภัยแล้งประปาโคราช

19 มี.ค. 2568 | 08:48น.
water

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนปี 2568 เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ปรากฏสถานการณ์น้ำในประเทศตามแผนการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2567/2568 (1 พฤศจิกายน 2567-30 เมษายน 2568) จากปริมาณน้ำต้นทุน ณ วันที่ 1 พ.ย. 2567 ที่ 44,250 ล้าน ลบ.ม. ได้วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 29,170 ล้าน ลบ.ม. สำรองต้นฤดูฝนปี 2568 ที่ 15,080 ล้าน ลบ.ม. (แผนจัดสรรเพื่อการอุปโภค-บริโภค 3,050 ล้าน ลบ.ม. หรือ 10% ของแผนรวม) ในขณะนี้ได้มีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 22,243 ล้าน ลบ.ม. คงเหลือจัดสรรได้อีก 6,927 ล้าน ลบ.ม. (24% จากแผน)

ขณะที่ปริมาณน้ำเก็บกักทั้งประเทศ ณ วันที่ 18 มีนาคม 2568 คงเหลือ 49,900 ล้าน ลบ.ม. (65%) ปริมาณน้ำใช้การได้ 25,918 ล้าน ลบ.ม. (49%) คาดการณ์ปริมาณน้ำเก็บกัก ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 หรือหลังฤดูแล้ง จะอยู่ที่ 44,778.08 ล้าน ลบ.ม. (59%) ปริมาณน้ำใช้การ 21,323.40 ล้าน ลบ.ม. (41%) ประกอบกับปีนี้เป็นปี “ลานีญา” หรือฝนมากน้ำมาก เชื่อว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นช่วงฤดูแล้งไปได้โดยไม่ขาดแคลนน้ำในพื้นที่ส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่บางส่วนของประเทศมีแนวโน้มจะขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค จากแหล่งน้ำดิบสำคัญมีปริมาณลดลง การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ในฐานะหน่วยงานที่ต้องบริหารจัดการดูแลความมั่นคงของระบบน้ำประปาในภูมิภาค ได้จัดทำมาตรการรับมือภัยแล้งปี 2568 ด้วยการติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

3 มาตรการรับมือขาดแคลนน้ำ

นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า กปภ.ได้ออก “ข้อสั่งการ” การเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่ฤดูร้อนตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับในปี 2568 โดยได้วาง 3 มาตรการ เพื่อให้ กปภ.ทุกสาขาทั่วประเทศเตรียมรับมือเฝ้าระวังภัยแล้ง โดย มาตรการแรก แหล่งน้ำดิบให้ กปภ.สาขา ติดตามสถานการณ์น้ำ จัดทำแผนบริหารจัดการแหล่งน้ำ สำรวจและประเมินแหล่งน้ำดิบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันให้เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปาตลอดฤดูแล้ง รวมทั้งสำรวจแหล่งน้ำอื่น ๆ ทั้งแหล่งน้ำสาธารณะและแหล่งน้ำเอกชน เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองในกรณีที่เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำดิบ

โดยจะเร่งเก็บน้ำสูบเข้าสระกักเก็บน้ำเตรียมการปรับปรุงต่อท่อทางดูด และระบบชักน้ำดิบ เพื่อให้สามารถสูบน้ำในระดับต่ำได้อย่างเพียงพอ รวมทั้งให้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำที่อาจมีการปนเปื้อน เช่น สาหร่าย ประสานกรมชลประทานในพื้นที่ เพื่อแจ้งปริมาณน้ำที่ กปภ.สาขาต้องการใช้แต่ละจุดตลอดจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้ง (1 พ.ค. 2568) การบริหารจัดการสูบน้ำให้สอดคล้องกับ “รอบเวร” การส่งน้ำของกรมชลประทาน ดำเนินการสร้างฝ่ายทดน้ำในลำน้ำเพื่อยกระดับน้ำให้สูงขึ้น สะดวกต่อการสูบน้ำดิบ

มาตรการที่สอง ด้านการผลิตและจ่ายน้ำ ให้เตรียมความพร้อมตรวจสอบสภาพระบบผลิตน้ำ-เครื่องสูบน้ำ กำลังคนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในพร้อมและเพียงพอต่อการใช้งาน การดำเนินการผลิตและจ่ายน้ำเป็นช่วงเวลาหรือลดอัตราการผลิตและจ่ายน้ำเพื่อรักษาปริมาณน้ำดิบที่มีอยู่ให้สามารถผลิตน้ำประปาได้ตลอดฤดูแล้ง พร้อมจัดเตรียมกำลังคน รถยนต์บรรทุกน้ำ พร้อมตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และเครื่องสูบน้ำให้เพียงพอ และพร้อมใช้งานตลอดเวลา รวมทั้งให้ประสานงานกับ กปภ. สาขาใกล้เคียงที่มีศักยภาพเพื่อเตรียมเพิ่มกำลังผลิตและส่งน้ำประปาไปช่วยยัง กปภ.สาขาที่อาจจะเกิดการขาดแคลนน้ำ นอกจากนี้ยังได้ทำความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ร่วมกับกรมชลประทานถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการกักเก็บน้ำดิบไว้ใช้สำหรับอุปโภคบริโภค

มาตรการที่สาม ด้านการช่วยเหลือประชาชน ให้ กปภ.จ่ายน้ำประปาโดยไม่คิดมูลค่าให้แก่รถบรรทุกน้ำของส่วนราชการ หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรับน้ำประปาไปแจกจ่าย รวมทั้งให้ กปภ.สาขาที่ประสบปัญหานำรถบรรทุกน้ำประปาจากสาขาใกล้เคียงไปแจกจ่ายให้กับลูกค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำด้วย โดยในปีงบประมาณ 2567 ที่ผ่านมา (1 ตุลาคม 2566-30 กันยายน 2567) กปภ.ได้ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งไปแล้ว เป็นจำนวน 72.691 ล้านลิตร

ทั้งนี้ กปภ.มีแนวทางในการจัดการขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภคไว้ 6 แนวทาง ได้แก่ การวางท่อส่งน้ำ สูบน้ำจากแหล่งน้ำสำรอง, การใช้น้ำบาดาล, สูบทอยน้ำ ต่อท่อทางดูด ย้ายแพสูบน้ำ, การสร้างฝาย ขุดลอก ขุดขยาย, ใช้แหล่งน้ำเอกชน ซื้อน้ำ

ตัวเมืองโคราชหวั่นขาดน้ำ

สำหรับพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงว่าจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งในปีนี้ จากการติดตามสถานการณ์ของ กปภ. ใน “จังหวัดนครราชสีมา” อย่างใกล้ชิด ปัจจุบัน กปภ.มี 9 สาขาในพื้นที่ ได้แก่ กปภ.สาขานครราชสีมา, ปากช่อง, ครบุรี, สีคิ้ว, ปักธงชัย, โชคชัย, พิมาย, ชุมพวง, โนนสูง และด่านขุนทด พบว่าปัจจุบันทุกสาขายังสามารถผลิตและจ่ายน้ำประปาให้บริการประชาชนได้ตามปกติ แต่ได้กำชับทุกสาขาให้เฝ้าระวังปริมาณ “น้ำดิบ” ที่จะใช้ในการผลิตน้ำประปาให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหน้าแล้ง แต่จะมี 1 สาขาที่น่าเป็นห่วง คือ กปภ.สาขานครราชสีมา ที่จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้แน่ ๆ

โดยในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่า “เขื่อนลำตะคอง” มีปริมาณน้ำลดลงจะถึงขั้นวิกฤต ถนนสายประวัติศาสตร์ (สายโคราชเดิม) ที่จมอยู่ในอ่างได้โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเกือบทั้งสาย โดยอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคองถือเป็น “แหล่งน้ำดิบขนาดใหญ่” ให้กับ กปภ.ถึง 3 สาขา ได้แก่ สาขาปากช่อง สาขาสีคิ้ว และสาขานครราชสีมา รวมถึงเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ปริมาณน้ำในลำน้ำมูล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบเริ่มลดลงตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้ กปภ.สาขานครราชสีมา ต้องหันมาใช้แหล่งน้ำดิบสำรองจาก “สระเก็บน้ำดิบโนนไม้แดง” มาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สระเก็บน้ำดิบโนนไม้แดงก็เริ่มวิกฤต เนื่องจากในขณะนี้เหลือน้ำอยู่เพียง 1 ลบ.ม. จากความจุอ่างทั้งหมด 4.1 ลบ.ม. ซึ่งสระนี้ถือเป็นแหล่งน้ำดิบสำรองของ กปภ.ในการผลิตและจ่ายบริการให้ประชาชน อ.เมืองนครราชสีมา (บางส่วน) อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.จักราช โดยปริมาณน้ำดิบที่เหลือจะสามารถให้บริการได้เพียง 23 วันเท่านั้น

“กปภ.นครราชสีมา ได้เร่งหารือร่วมกับผู้ว่าราชการ จ.นครราชสีมา สำนักงานชลประทานที่ 8 ตลอดจนหน่วยงานในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอใช้น้ำจากเขื่อนลำแชะและเขื่อนมูลบน ในปริมาณ 20 ล้าน ลบ.ม. โดยให้ส่งน้ำจำนวนนี้ผ่านทางลำน้ำมูล ผ่านฝ่ายต่าง ๆ กว่า 20 ฝ่าย ระยะทาง 140 กม. ต้องใช้เวลา 10 วัน น้ำจำนวนนี้จึงได้เดินทางมาถึง กปภ.สาขานครราชสีมา ในวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมานี้เอง

ทางเราได้เตรียมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 6 เครื่อง ระดมสูบน้ำจากลำน้ำมูลเข้าสระเก็บน้ำดิบโนนไม้แดง โดยจะสามารถสูบน้ำได้เต็มสระที่มีความจุ 4.1 ล้าน ลบ.ม. ภายใน 20 วัน ซึ่งคาดว่าปริมาณน้ำ 4.1 ล้าน ลบ.ม. จะสามารถให้บริการน้ำประปาในพื้นที่ กปภ.นครราชสีมา ได้จนถึงสิ้นสุดฤดูแล้ง แม้ไม่มีฝนลงมาเติม แต่หากปริมาณน้ำดิบยังไม่เพียงพอก็สามารถขอให้ปล่อยน้ำผ่านลำน้ำมูลเข้ามาเพิ่มเติมอีกได้ คาดว่าจะใช้เวลาเดินทางของน้ำสั้นลงกว่าเดิม เนื่องจากผ่านพ้นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวนาปรังไปแล้ว” นายจักรพงศ์กล่าว

ทั้งนี้ กปภ.ทั้ง 3 สาขา (ปากช่อง-สีคิ้ว-นครราชสีมา) ที่ใช้น้ำดิบจากลำน้ำลำตะคอง คาดว่าจะสามารถบริการน้ำประปาให้กับประชาชนได้เพียงพอสำหรับหน้าแล้งนี้ โดยเฉพาะ กปภ.สาขาสีคิ้ว ที่ใช้น้ำดิบจากลำน้ำลำตะคองโดยตรง ได้สูบบริเวณจุดต่ำสุดหรือบริเวณสะดืออ่าง

ในวันนี้แม้ความจุน้ำในอ่างจะมีเพียง 15% แต่ถือว่า “ยังใช้ได้เพียงพอ” แต่หากแหล่งน้ำไม่เพียงพอก็จะประสานให้การประปาส่วนภูมิภาคเขต 2 ขอส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร อ.ด่านขุนทด ส่งมาช่วยยัง กปภ.สาขาสีคิ้ว ขณะที่ กปภ.สาขาปากช่อง ยังมีแหล่งน้ำดิบจากคลองลำตะคอง ที่ไหลมาจากบริเวณเขาใหญ่ และมีฝายกั้นน้ำทำให้มีปริมาณน้ำมากพอ และที่ กปภ.สาขานครราชสีมา ก็ใช้น้ำดิบจาก กปภ.สาขาสีคิ้วส่วนหนึ่ง และมีสถานีผลิตอยู่ที่ ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ โดยใช้น้ำจากลำน้ำมูล เขื่อนลำแชะและเขื่อนมูลบน

แล้งนี้ภูเก็ตยังรับมือได้

ผู้ว่าการ กปภ.กล่าวว่า กปภ.ภูเก็ตจะสามารถบริหารจัดการแหล่งน้ำดิบในจังหวัดให้ผ่านพ้นหน้าฤดูแล้งไปได้ โดย กปภ.มีสาขากระจายอยู่รอบเกาะ จากปัจจุบันมีแหล่งน้ำดิบหลักที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาภูเก็ต จะมาจากอ่างเก็บน้ำบางวาด กับอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ นอกจากนี้ที่ผ่านมามีการใช้แหล่งน้ำจากเอกชน-ขุมเหมืองต่าง ๆ โดยได้มีการทำสัญญาระยะสั้นเพื่อขอวางท่อชั่วคราวสูบน้ำดิบกรณีแหล่งน้ำดิบขาดแคลน แม้ว่าแหล่งน้ำดิบดังกล่าวจะไม่ได้มีศักยภาพมากนัก แต่ก็สามารถผลิตน้ำประปาให้บริการได้ “ผมเชื่อว่าที่ภูเก็ต เราจะสามารถบริหารจัดการให้ผ่านพ้นหน้าแล้งปีนี้ไปได้”

อย่างไรก็ตาม เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา กปภ.ได้ทำการศึกษา โครงการรัชชประภา-ภูเก็ต เพื่อดึงน้ำจากเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 180 กม. มาใช้ผลิตน้ำประปา ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาผู้รับจ้างก่อสร้างวงเงิน 3,300 ล้านบาท ระยะเวลาสร้าง 3 ปี ซึ่งถือเป็น “Master Plan” โครงการหนึ่งที่ กปภ.คาดการณ์ว่า ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้ากำลังการผลิตรวมจากแหล่งน้ำดิบในพื้นที่จะไม่เพียงพอ ดังนั้นโครงการนี้จึงเป็นหนึ่งในโครงการที่จะช่วยให้จังหวัดภูเก็ตสามารถเติบโตได้ด้วยตนเอง

“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาได้มีการหยิบยกบางโครงการมาเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำดิบ เช่น โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ.สาขาพังงา-ภูเก็ต เพื่อแก้ปัญหาในอีก 5 ปีข้างหน้า ไม่ให้กระทบกับแหล่งน้ำในคลอง โดยชลประทานก็จะมีฝายกั้นและมีข้อตกลงร่วมกัน ว่าหากระดับน้ำสูงกว่าฝายกั้นคลองพังงา-ทะเล สูงกว่าฝาย 1 ซม. การประปาส่วนภูมิภาคจะต้องหยุดสูบน้ำทันที นอกจากนี้จะมีการสร้างสระพักน้ำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาที่ดินเพื่อดำเนินการ” นายจักรพงศ์กล่าว