เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขาย 33.70-34.30 บาท ลุ้นสหรัฐ ประกาศกำแพงภาษี          

31 มี.ค. 2568 | 12:11น.
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.70-34.30 บาทต่อดอลลาร์ เผยนักลงทุนประเมินผลของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐ และท่าทีจากคู่ค้าจะตอบโต้อย่างไรในวันที่ 2 เมษายนนี้ พร้อมประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและท่องเที่ยวจากแผ่นดินไหว  

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.70-34.30 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.83-34.05 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ยกเว้นเยนในสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยนักลงทุนพยายามประเมินผลของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐ รวมถึงท่าทีจากคู่ค้าต่าง ๆ ว่าจะตอบโต้อย่างไร หลังประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามคำสั่งเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 2 เมษายน และภาษีชิ้นส่วนรถยนต์จะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 3 เมษายน ขณะที่รายงานตัวเลขจีดีพีรอบสุดท้ายบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 4/67 สูงกว่าคาดเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคมย่ำแย่กว่าคาด ส่วนดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) เพิ่มขึ้นเกินคาดที่ 2.8% ในเดือนกุมภาพันธ์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 4,106 ล้านบาท และ 1,845 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับประเด็นภาษีศุลกากรตอบโต้ซึ่งกันและกัน (Reciprocal Tariff) ของทรัมป์ รวมถึงตัวเลขภาคบริการและตลาดแรงงานเดือนมีนาคมของสหรัฐ อนึ่ง ในการกำหนดระดับ Reciprocal Tariff รัฐบาลทรัมป์ได้อ้างถึงหลายปัจจัย อาทิ ส่วนต่างภาษีของสหรัฐกับคู่ค้า, อุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี, การบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยน และการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมอื่น ๆ ในภาวะเช่นนี้ทำให้ผู้ร่วมตลาดประเมินลำบากว่าในวันที่ 2 เมษายน สหรัฐจะประกาศอัตราภาษีสำหรับคู่ค้าแต่ละรายที่ระดับใด และบนพื้นฐานของตัวชี้วัดใด

โดยเรามองว่าเงินดอลลาร์อาจได้แรงหนุนในไตรมาส 2/68 อย่างไรก็ตาม  เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในจุดของวัฏจักรที่การเติบโตเข้าสู่ช่วงชะลอตัวอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว เราจึงเชื่อว่าดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าอย่างจำกัดก่อนที่จะอ่อนลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยเฉพาะหากมีสัญญาณตลาดแรงงานอ่อนแอลง

สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนจะประเมินผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคท่องเที่ยวจากเหตุแผ่นดินไหว เราคาดว่าทางการจะดำเนินมาตรการช่วยเหลือเฉพาะจุดเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีรายงานข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงเงินเฟ้อเดือนมีนาคมในสัปดาห์นี้

 

Advertisement