เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
Biz Movement “เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Politics รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
Politics Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
Real Estate ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
News ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
News ‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
World ‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
หมอสรณ ชิงนัดประชุมบอร์ด กสทช. สวน การประชุมนัดพิเศษ
Tech หมอสรณ ชิงนัดประชุมบอร์ด กสทช. สวน การประชุมนัดพิเศษ
ดูทั้งหมด

สะพานข้ามเกาะช้าง หมื่นล้าน จี้รัฐทบทวน…ผลประโยชน์เพื่อใคร ?

20 เม.ย. 2568 | 12:30น.
Bridge over Koh Chang

“สะพานข้ามเกาะช้าง” เมกะโปรเจ็กต์ของจังหวัดตราดที่คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าโครงการก่อสร้างกว่า 10,000 ล้านบาท ด้วยศักยภาพความสำคัญด้านเศรษฐกิจของเกาะช้างที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับประเทศ มีนักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศมาท่องเที่ยวกันปีละ 1.6 ล้านคน สร้างรายได้ปีละ 16,000-17,000 ล้านบาท ถือเป็นกว่า 70% ของรายได้รวมจังหวัด

ยกคุณภาพชีวิตคนเกาะ

โดยที่ผ่านมาสะพานข้ามเกาะช้างถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่คนบนเกาะช้างและผู้ประกอบการที่เข้ามาทำธุรกิจรอคอยกันมานาน โดยปี 2559 ทางสมาคมอนุรักษ์ธรรมชาติและพิทักษ์สิ่งแวดล้อมตราด ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน ภาครัฐ จำนวน 103 คน 80% เห็นด้วยกับการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะช้างด้วยเหตุผล 2 ข้อ คือ ด้านคุณภาพชีวิตของชาวเกาะช้างเป็นอันดับ 1

โดยเฉพาะเมื่อเจ็บป่วยเวลากลางคืน ไม่สะดวกในการหาเรือมาโรงพยาบาลบนฝั่ง รวมถึงเด็ก ๆ บนเกาะไม่สะดวกในการเดินทางมาโรงเรียน ถ้ามีสะพานจะทำให้การดำเนินชีวิตประจำดีขึ้น และอันดับ 2 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่หลังจากรับฟังความคิดเห็นช่วงต้นก็ไม่มีการสานต่อโครงการ

จนมาถึงปี 2563 คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยจังหวัดตราดเห็นชอบให้จังหวัดขับเคลื่อน ซึ่งทางจังหวัดได้เสนอเรื่องให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินการ แต่เมื่อเดือนมกราคม 2564 กรมทางหลวงชนบทพิจารณาแล้วเป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องใช้งบประมาณก่อสร้างมาก

รวมทั้งต้องใช้เทคนิคและข้อกำหนดพิเศษทางด้านวิศวกรรมในการออกแบบก่อสร้าง จำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ประกอบกับแนวก่อสร้างโครงการพาดผ่านทะเลอ่าวไทย ผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 2 จะต้องทำรายงาน EIA กระทรวงคมนาคมจึงให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เข้ามาดำเนินการ และได้เข้ามาศึกษาแนวเส้นทางที่จะก่อสร้าง และจุดขึ้น-ลงสะพาน

เปิดประชาพิจารณ์แต่ตั้งธงมา

ที่ผ่านมา กทพ.ได้เข้ามาศึกษาและมีแนวทางเส้นทางมาให้ประชาชนในพื้นที่เลือก 4 แนวเส้นทางที่จะก่อสร้างสะพาน และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นตามขั้นตอน ครั้งที่ 1 ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางที่ 1 และ 2 ซึ่งตามขั้นตอน กทพ.เก็บรวบรวมข้อมูล

และได้มาเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยนำเสนอว่า กทพ.ได้พิจารณาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมแล้วเห็นควรให้เลือกแนวที่ 3 พร้อมขอความเห็นของประชาชนในพื้นที่ ปรากฏว่าประชาชนในพื้นที่ยังยืนกรานแนวทางที่ 1 และ 2 เช่นเดิม พร้อมขอให้ กทพ.ทบทวนแนวเส้นทางที่ 3 ที่เลือกไว้

โดย นายชาญวิทย์ อาจสมิติ ผู้จัดการโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง จ.ตราด ให้ข้อมูลว่า การประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ทุกคนต้องการสะพานข้ามเกาะช้างเพราะสร้างประโยชน์ได้มาก ส่วนใหญ่ต้องการให้สร้างเส้นทางเลือกที่ 1 และ 2 ที่เชื่อมกับฝั่งด้าน อ.แหลมงอบ เพื่อเข้าสู่ตัวเมืองได้สะดวกรวดเร็ว ทำให้เศรษฐกิจ อ.แหลมงอบ อ.เมืองตราด ขยายตัว

ส่วนเส้นทางเลือกที่ 3 และ 4 จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะช้าง และด้วยมิติทางวิชาการ 3 ด้าน คือ ด้านวิศวกรรมและการจราจร ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยมิติด้านเศรษฐกิจและการลงทุนได้คะแนนสูงสุดกว่าทุก ๆ ด้าน ซึ่งพิจารณาค่าลงทุนตามระยะทาง เส้นทางเลือกที่ 3 มีความเหมาะสมที่สุด ด้วยระยะทาง 5.90 กม. งบฯก่อสร้างประมาณ 10,000 ล้านบาท

เปรียบเทียบกับเส้นทางเลือกที่ 1 ระยะทาง 9.82 กม. หรือเส้นทางที่ 2 ระยะทาง 9.92 กม. งบประมาณในการก่อสร้างจะต้องเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า ประมาณเกือบ 20,000 ล้านบาท

“การเวตน้ำหนักด้านวิศวกรรมและการจราจร 90 คะแนน หรือคิดเป็น 30% ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน 105 คะแนน หรือคิดเป็น 35% และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม 105 คะแนน หรือคิดเป็น 35% การพิจารณาด้านวิศวกรรม ระยะทางน้อยกว่า จะใช้เวลาก่อสร้างสั้นกว่า จะได้คะแนนเต็ม ด้านเศรษฐกิจการลงทุนจะมีค่าก่อสร้างเวนคืนที่ดิน และระยะเวลาบำรุงรักษาระยะทางสั้นคุ้มค่ากว่า และโครงการนี้ต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)” นายชาญวิทย์กล่าว

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี รองผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เส้นทางเลือกที่ 3 ระยะทาง 5-6 กม. งบประมาณ 10,000 ล้านบาท การเวนคืน 2,000 ล้านบาท ขณะที่เส้นทางเลือกที่ 1 และ 2 ลงทุน 17,000-18,000 ล้านบาท หากใช้งบประมาณน้อย กทพ.ลงทุนเองได้ โครงการเกิดขึ้นแน่นอนตามแผนที่จะก่อสร้างปี 2572-2576 จริง ๆ เส้นทางเลือกที่ 1-3 ระยะทางห่างกัน 10 กม. ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาที

โดยที่ไม่ต้องเสียเวลารอเฟอรี่ 2-3 ชม. อย่างไรก็ตาม กทพ.จะพิจารณาทบทวนข้อเสนอต่าง ๆ ทั้งหมดอย่างรอบด้าน และปลายปี 2568 จะรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง

Bridge over Koh Chang

ชูท่องเที่ยวไม่เอาทางด่วน

ทพญ.วิภา สุเนตร ประธานหอการค้าจังหวัดตราด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากประสบการณ์ที่มีท่าเรือเฟอรี่ให้บริการไปเกาะช้างที่บ้านธรรมชาติ ฝั่ง อ.แหลมงอบ ที่เคยคึกคักกลับเงียบเหงา เห็นด้วยที่จุดขึ้นลงจะอยู่ที่ อ.แหลมงอบ เส้นทางเลือกที่ 1 แม้ว่ามูลค่าการก่อสร้างจะเพิ่มสูงขึ้น

แต่จะเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจจังหวัดตราดขยายตัว เปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอต่าง ๆ จากที่รัฐบาลมีงบฯช่วยพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน คิดมุมกลับจะได้ผลตอบแทนงบฯที่ลงทุนไป เข้าใจว่าในแง่ของการลงทุนเส้นทางเลือกที่ 3 คุ้มค่าที่สุด แต่ในเมื่อเส้นที่ 1 และ 2 มีผลต่อเศรษฐกิจของจังหวัดตราด ควรจะมีข้อมูลส่วนใดสนับสนุนเพื่อประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมตัดสินอีกครั้ง และส่วนต่างของงบฯการลงทุนก่อสร้างเป็นไปได้หรือไม่ที่ภาครัฐจะช่วยสนับสนุน

“เห็นด้วยกับความสำคัญที่จะก่อสร้างสะพานข้ามเกาะช้าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนเกาะช้างได้ใช้เดินทางมาเรียน รักษาพยาบาล ทำธุระต่าง ๆ ในตัวเมือง ซึ่งเส้นทางเลือกที่ 1 และ 2 สะดวก รวดเร็ว และยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวก รวดเร็วมากขึ้น อาจจะพักค้างในเมืองเพิ่มขึ้นจากการมาพักเกาะช้าง และการออกแบบควรเป็น “สะพานเพื่อการท่องเที่ยว” เป็นแลนด์มาร์ก มีเอกลักษณ์ของเกาะช้างที่ไม่ใช่ทางด่วนทั่ว ๆ ไปให้นักท่องเที่ยวเห็นบรรยากาศ ความสวยงาม รวมทั้งควรกำหนดการใช้ความเร็ว ไม่ต้องใช้ความเร็วสูงเหมือนทางด่วนทั่วไป ด้วยระยะเวลาเพียง 5-6 กม. และควรมีพื้นที่พิเศษสำหรับจักรยานยนต์ จักรยาน ทางเดินเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ทพญ.วิภากล่าว

สะพานเพื่อจันทบุรีหรือตราด

นายธรา วัฒนวินิน ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ตราด และประธาน กกร.ตราด กล่าวว่า จากการรับฟังความเห็น ครั้งที่ 1 ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเส้นทางเลือกที่ 1 เมื่อมารับฟัง ครั้งที่ 2 ผลการคัดเลือกเป็นเส้นทางเลือกที่ 3 โดยเส้นทางเลือกที่ 1 ด้านวิศวกรรมและการจราจรได้คะแนนมากกว่า

แต่ด้านเศรษฐกิจการลงทุนคะแนนน้อยกว่า 9 คะแนน ยังมีความคลางแคลงใจทางเลือกที่ 3 ของ กทพ.เรื่องตัวเลขวัดความคุ้มค่าจากปัจจัยอะไรบ้าง ควรพิจารณาประเด็นการลงทุนใหม่ให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด 7 อำเภอ ถ้าตัวเลขคะแนนสูงสุดเป็นเส้นทางเลือกที่ 1 ควรเปลี่ยนแปลง

“โครงการนี้เป็นเมกะโปรเจ็กต์ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดตราด โดยภาพรวมควรมอง Outcome มากกว่า Input Output ถ้ามอง Outcome เส้นทางที่ 1 จังหวัดตราดทุกอำเภอ ทั้ง 7 อำเภอได้ทั้งหมด แต่เลือกเส้นทางที่ 3 คือจังหวัดจันทบุรีได้ไปเต็ม ๆ” นายธรากล่าว

เช่นเดียวกับ นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก กล่าวว่า ดูเหมือนว่าสะพานมีการคอมมิตเมนต์กันแล้ว 90% ด้วยงบประมาณเม็ดเงินที่ไม่สูงมาก กทพ.สามารถลงทุนได้ ไม่ต้องกู้และจะทำได้เลยไม่ยุ่งยาก การเปลี่ยนแปลงน่าจะยาก

แต่เห็นว่าเส้นทางเลือกที่ 1 สอดคล้องกับการพัฒนาจังหวัดตราด ที่โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดมาจากภาคท่องเที่ยวมากกว่า 50% เส้นทางเลือกที่ 3 จะตอบสนองการท่องเที่ยวเฉพาะเกาะช้าง ซึ่งในข้อย่อยของการท่องเที่ยว เส้นทางเลือกที่ 1 และ 2 ได้ 9 คะแนน แต่เส้นทางที่ 3 และ 4 ได้ 4 คะแนน จุดขึ้นลงบนเกาะช้างไม่มีปัญหาตรงไหนก็ได้ แต่ฝั่งแหลมงอบควรเป็นแนวเส้นทางเลือกที่ 1

และ 2 ไม่ได้คัดค้านการก่อสร้างสะพานแต่อย่างใด แต่ดูเหมือนว่าการประชุมรับฟังความคิดเห็นของชาวตราด แต่ทาง กทพ.ได้ตัดสินใจแทนคนจังหวัดตราดไปแล้ว

ผิดวัตถุประสงค์ชาวบ้าน

นายจักรกฤษณ์ สลักเพชร อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเกาะช้างใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเปลี่ยนเส้นทางจากทำประชาพิจารณ์ครั้งที่ 1 ประชาชนเลือกเส้นทางเลือกที่ 1 และ 2 มาเปิดประชาพิจารณ์ครั้งที่ 2 ผลการคัดเลือกเป็นเส้นทางเลือกที่ 3 และจำกัดต้องเฉพาะรถยนต์สี่ล้อขึ้นไปใช้สะพานได้ ควรย้อนกลับไปดูวัตถุประสงค์การขอสร้างสะพานข้ามเกาะช้างใหม่ ประชาชนต้องการเรื่องหลัก ๆ คือ 1) เดินทางเข้าตัวเมืองได้รวดเร็วเพื่อการเข้าถึงการรักษาพยาบาล การศึกษา การซื้อของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน

เเละ 2) เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวรวมทั้งให้ตัวอำเภอแหลมงอบมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่การรับฟังความเห็นครั้งนี้ ผลการคัดเลือกเส้นทางเลือกที่ 3 และอนุญาตให้เฉพาะรถยนต์เท่านั้นที่ใช้สะพานได้ ถ้าสะพานสร้างเสร็จเรือเฟอรี่หยุดให้บริการ คนไม่มีรถยนต์กับนักท่องเที่ยวที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์จะไปมาอย่างไร

“เส้นทางเลือกที่ 3 ไกลจากตัวเมืองมากขึ้น โดยอ้างถึงงบประมาณของรัฐแต่ไม่นึกถึงค่าใช้จ่ายของชาวบ้านที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและระยะทางที่ไกลขึ้น ประชาชนเกาะช้างเห็นชอบกับการก่อสร้างสะพานมาโดยตลอด แต่เพิ่งจะชี้แจงให้ข้ามเฉพาะรถสี่ล้อขึ้นไป ในความเป็นจริงคนบนเกาะช้างมีจักรยานยนต์ จักรยาน ควรได้รับความเท่าเทียมกันเเละควรจำกัดความเร็วของรถยนต์ที่ใช้สะพานที่มีระยะทางสั้น ๆ เพื่อความปลอดภัยด้วย” นายจักรกฤษณ์กล่าว

หวังหนุนเศรษฐกิจทั้งจังหวัดโต

นางสาวจารุวรรณ จินตกานนท์ นายกสมาคมการค้าตราดเวลเนส เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จุดขึ้นลงสะพานเส้นทางเลือกที่ 1 หรือ 2, 3, 4 เส้นทางใดรับได้หมด ขอให้มีการก่อสร้างและใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ ไม่ใช่เพียงศึกษา สะพานข้ามเกาะช้าง วัตถุประสงค์หลักคือความสะดวกที่คนเกาะช้างต้องการใช้เดินทางในชีวิตประจำวันเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว จากปัญหาการรอลงเรือเฟอรี่ เข้าใจว่าเส้นทางที่มีความเหมาะสม ในแง่ของผู้ลงทุน ต้องคุ้มค่า เกาะช้างเป็นพื้นที่อุทยาน มีพื้นที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพียง 7.5% ปี 2567 สร้างรายได้ 16,000 ล้านบาท การลงทุนสร้างสะพานข้ามเกาะช้างเป็น Public Good ที่ทุกคนเข้าถึงได้ และช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งการลงทุนและปริมาณนักท่องเที่ยว และราคาที่ดินของชาวบ้านที่ปรับตัวสูงขึ้น

ขณะเดียวกันการจับจ่ายใช้สอยบนฝั่งจากเกาะช้างจะเพิ่มสูงขึ้น โดยที่ต้นทุนการผลิตบนเกาะช้างจะลดลง

“เกาะช้างเป็นหมุดหมายพัฒนาการท่องเที่ยว TRAT Wellness & Safety Tourism เจาะตลาดระดับไฮเอนด์ กลุ่มกำลังซื้อสูงประมาณ 50% จังหวัดตราดมีรายได้ท่องเที่ยวปีละเกือบ 20,000 ล้านบาท อีก 6-10 ปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 35,000 ล้านบาท ด้วยแม็กเนตสะพานข้ามเกาะช้างจากปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยว การยกระดับการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งยังช่วยยกระดับความเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดตราด ที่ผ่านมารายได้จากการท่องเที่ยวเกาะช้างปีละประมาณ 60% คือ 8,000-9,000 ล้านบาท ใช้จับจ่ายซื้ออาหารสด วัตถุดิบต่าง ๆ ในจังหวัดตราด” นางสาวจารุวรรณกล่าว

นายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี รอง ผวจ.ตราด เปิดเผยว่า เกาะช้างเป็นหมุดหมายนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว 70% ของจังหวัด จังหวัดตราด 50% รายได้มาจากภาคการท่องเที่ยว อีก 50% มาจากภาคเกษตรกรรมบนฝั่ง

โครงการนี้เป็นเมกะโปรเจ็กต์ของจังหวัดตราด เรามีโอกาสพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ควรขยายโอกาสให้กับพื้นที่ให้ทั่วถึงทั้งจังหวัด 7 อำเภอ ไม่ใช่เฉพาะอำเภอเกาะช้างอำเภอเดียว เพราะโอกาสอย่างนี้มีไม่มาก และหวังว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นโดยเร็ว

เปิด 4 ทางเลือกแนวสะพาน รัฐตั้งธงเลือกแนว 3 เมินเสียงชาวบ้าน

กทพ.ได้ศึกษา 4 แนวเส้นทางในการก่อสร้างสะพานและได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดตราด แต่กทพ.ได้เลือกแนวที่ 3 ว่าเหมาะสมสุด

สำหรับแนวเส้นทางเลือกที่ 1 จุดเริ่มต้นแนวเส้นทางอยู่บนทางหลวงหมายเลข 3156 บริเวณ กม.0+850 บ้านหนองปรือ ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด แนวเส้นทางจะมุ่งตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม และตัดผ่านขอบพื้นที่ศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติภาคตะวันออก ตัดผ่านถนนอนุสรณ์สถาน และเข้าสู่พื้นที่ทะเล

จากบริเวณระหว่างท่าเรือกรมหลวงชุมพร และท่าเรือเฉลิมพล จากนั้นแนวเส้นทางจะมุ่งตรงไปที่เกาะช้างตัดผ่านเส้นทางการเดินเรือ และไปเชื่อมเข้ากับถนน อบจ.ตร.10026 บริเวณ กม.8+550 ในเขตพื้นที่บ้านด่านใหม่ ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด สำหรับจุดเริ่มต้นของแนวเส้นทางที่บ้านหนองปรือจะตัดผ่านพื้นที่อยู่อาศัยบ้างเล็กน้อย

ส่วนในทะเลบริเวณที่ตัดผ่านเส้นทางเดินเรือต่าง ๆ แนวเส้นทางจะยกสูง เพื่อให้เรือชนิดต่าง ๆ สามารถลอดผ่านได้ โดยจุดสิ้นสุดของแนวเส้นทางที่เกาะช้างจะตัดผ่านพื้นที่นันทนาการ และมีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยประปรายไม่หนาแน่น มีระยะทางรวมทั้งสิ้น ประมาณ 9.82 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 2 จุดเริ่มต้นแนวเส้นทางจะเป็นตำแหน่งเดียวกันกับแนวเส้นทางเลือกที่ 1 บนทางหลวงหมายเลข 3156 บริเวณ กม.0+850 โดยแนวเส้นทางจะมุ่งตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม และตัดผ่านขอบพื้นที่ศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติภาคตะวันออก ตัดผ่านถนนอนุสรณ์สถาน และเข้าสู่พื้นที่ทะเล

จากบริเวณระหว่างท่าเรือกรมหลวงชุมพร และท่าเรือเฉลิมพล จากนั้นแนวเส้นทางจะมุ่งตรงไปที่เกาะช้าง ตัดผ่านเส้นทางการเดินเรือ แล้วไปเชื่อมเข้ากับถนน อบจ.ตร.10026 บริเวณ กม.6+750 ในเขตพื้นที่บ้านด่านใหม่ ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด สำหรับจุดเริ่มต้นของแนวเส้นทางที่บ้านหนองปรือจะตัดผ่านพื้นที่อยู่อาศัยบ้างเล็กน้อย

Bridge over Koh Chang

ส่วนในทะเลบริเวณที่ตัดผ่านเส้นทางเดินเรือต่าง ๆ แนวเส้นทางจะยกสูงเพื่อให้เรือชนิดต่าง ๆ สามารถลอดผ่านได้ ส่วนบริเวณก่อนถึงชายฝั่งของเกาะช้าง แนวเส้นทางจะยกข้ามพื้นที่ปะการัง ซึ่งมีความกว้างประมาณ 100 เมตร โดยจุดสิ้นสุดของแนวเส้นทางที่เกาะช้างจะตัดผ่านพื้นที่นันทนาการ และมีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยประปรายไม่หนาแน่น ระยะทางรวมทั้งสิ้น ประมาณ 9.95 กิโลเมตร

แนวเส้นทางเลือกที่ 3 จุดเริ่มต้นแนวเส้นทางอยู่บนทางหลวงชนบทหมายเลข ตร.4006 บริเวณ กม.2+840 บ้านธรรมชาติล่าง ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด โดยแนวเส้นทางจะมุ่งตรงไปทางทิศใต้ ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม และเข้าสู่พื้นที่ทะเล จากบริเวณด้านทิศตะวันตกของท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้านธรรมชาติล่าง

จากนั้นแนวเส้นทางจะมุ่งตรงไปที่เกาะช้าง ตัดผ่านเส้นทางการเดินเรือ แล้วไปเชื่อมเข้ากับถนน อบจ.ตร.10026 บริเวณ กม.5+300 ในเขตพื้นที่บ้านด่านใหม่ ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด สำหรับบริเวณจุดเริ่มต้นของแนวเส้นทางที่บ้านธรรมชาติล่างจะตัดผ่านพื้นที่อยู่อาศัยบ้างเล็กน้อย ส่วนในทะเลบริเวณที่ตัดผ่านเส้นทางเดินเรือต่าง ๆ แนวเส้นทางจะยกสูงเพื่อให้เรือชนิดต่าง ๆ สามารถลอดผ่านได้ ส่วนบริเวณชายฝั่งของเกาะช้าง แนวเส้นทางจะยกข้ามพื้นที่ปะการัง

ซึ่งมีความกว้างประมาณ 100-150 เมตร โดยจุดสิ้นสุดของแนวเส้นทางที่เกาะช้างจะตัดผ่านพื้นที่นันทนาการ และมีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยประปราย ไม่หนาแน่น ระยะทางรวมทั้งสิ้น ประมาณ 5.90 กิโลเมตร

และแนวเส้นทางเลือกที่ 4 จุดเริ่มต้นแนวเส้นทางอยู่บนทางหลวงชนบทหมายเลข ตร.4006 บริเวณ กม.3+500 บ้านธรรมชาติล่าง ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด โดยแนวเส้นทางจะมุ่งตรงไปทางทิศใต้ ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม และเข้าสู่พื้นที่ทะเล จากบริเวณด้านทิศตะวันตกของท่าเรือเกาะช้างอ่าวธรรมชาติ จากนั้นแนวเส้นทางจะมุ่งตรงไปที่เกาะช้าง ตัดผ่านเส้นทางการเดินเรือ แล้วไปเชื่อมเข้ากับถนน อบจ.ตร.10026 บริเวณ กม.1+900

ในเขตพื้นที่บ้านคลองสน ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง สำหรับบริเวณจุดเริ่มต้นของแนวเส้นทางที่บ้านธรรมชาติล่างจะตัดผ่านพื้นที่เกษตรกรรม ส่วนในทะเลบริเวณที่ตัดผ่านเส้นทางเดินเรือต่าง ๆ แนวเส้นทางจะยกสูงเพื่อให้เรือชนิดต่าง ๆ สามารถลอดผ่านได้

ส่วนบริเวณก่อนถึงชายฝั่งของเกาะช้าง แนวเส้นทางจะยกข้ามพื้นที่ปะการัง ซึ่งมีความกว้าง 100-150 เมตร โดยจุดสิ้นสุดของแนวเส้นทางที่เกาะช้างจะตัดผ่านพื้นที่นันทนาการ และมีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยประปราย ไม่หนาแน่น ระยะทางรวมทั้งสิ้น ประมาณ 5.59 กิโลเมตร