เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พิชัย สั่งเตรียมแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดใช้เงินไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้าน

23 เม.ย. 2568 | 18:28น.
นายพิชัย ชุณหวชิร

นายพิชัย ชุณหวชิร

“พิชัย” สั่งเตรียมแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจภาคบริโภค-ลงทุน คาดใช้เงินไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท รับมือนโยบายภาษีทรัมป์ “ปลัดคลัง” เผย คาดสรุปโครงการเดือนหน้า ชี้หากรัฐใช้เครื่องมือกู้เงินหนี้สาธารณะเพิ่ม 3%

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณี กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2568 เหลือ 2.8% จากเดิม 3.3% ขณะที่เศรษฐกิจไทยประเมินว่าจะขยายตัวจาก 2.9% เหลือ 1.8% ว่า ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นการประเมินแค่เบื้องต้น ซึ่งของจริงอาจจะลดไม่ถึงก็ได้ โดยยังไม่มีใครประเมินได้เลยว่ามันจะลดขนาดไหนทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับผลของมหาอํานาจ 2 ประเทศ ระหว่างสหรัฐฯ และ จีน ขณะที่สถานการณ์นโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ตอนนี้ยังไม่แน่นอน และมีการเปลี่ยนแปลงตลอด

“สําหรับประเทศไทยหลายค่าย ก็มองกันว่าน่าจะอยู่จีดีพีจะอยู่ประมาณ 2.5 – 3% หรือค่ากลางที่ 2.8% ก็มองลดลงมาประมาณนึง ซึ่งก่อนที่มีเหตุการณ์นี้ เศรษฐกิจไทย ค่อยๆทยอย ฟื้นตัวตามลําดับ ส่วนตัวมีความเชื่อว่าที่ผ่านไปในไตรมาสที่ 1/68 ถ้าไม่มีอะไรผลจีดีพีน่าจะ 3% แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ปัจจุบันอาจจะต้องมีผลกระทบต่อจีดีพีบ้าง ก็ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” นายพิชัย กล่า

ทั้งนี้ทางรัฐบาลเองก็ต้องเตรียมการออกมาตรการเข้ามาดูแลกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนที่จะลดลง ซึ่งจากการหารือหลายฝ่ายอย่าง สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หาทางรับมือและพร้อมออกมาตรการเข้ามาดูแลกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนที่จะลดลง เพื่อรักษาจีดีพีให้เติบโตได้ในระดับเดิม

โดยจะออกในลักษณะโครงการขนาดใหญ่ ในการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนในประเทศ รวมถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งต้องมากกว่า 500,000 ล้านบาท ส่วนที่มาของแหล่งเงินจะมีการกู้หรือไม่ จะต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้หากนำวงเงินดังกล่าวมาใช้ จะมีผลกระทบต่อหนี้สาธารณะหรือไม่ มองว่าการกู้เงินนำมาใช้ทำอะไร ถ้าสามารถทำให้ขนาดเศรษฐกิจเติบโตขยายตัวได้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีปรับลดลงได้

“หลักการนี้เมื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ต้องมีความมั่นใจว่าสิ่งเหล่านั้น นํามาซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ และมีผลทําให้หนี้ต่อขนาดของเศรษฐกิจลดลง แม้กระทั่งครั้งนี้  ยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่นยังคิดเลยว่าจะขยายเศรษฐกิจในปรัเทศใหญ่ขึ้น เมื่อเศรษฐกิจใหญ่ขึ้นแล้วเก็จะทําให้หนี้ดูเล็กลงเอง สมมุติถ้าย้อนหลังไปหลาย10 ปีที่แล้ว มีหนี้10ล้านบาทแล้วพยายามทําให้หนี้น้อยลงไม่ใช่ แต่สิ่งที่ทำคือต้องทําให้รายได้มากขึ้นหนี้ 10 ล้านบาทจะเล็กลง” นายพิชัย กล่าว

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้มีการสรุปว่าจะใช้โครงการใดบ้าง เพื่อรับมือนโยบายสหรัฐฯ หลังจากนี้จะต้องรอดูการสรุปโครงการก่อน น่าจะมีความชัดเจนในเดือนพ.ค.68

ซึ่งหากรัฐบาลใช้เครื่องมือกู้เงิน 500,000 ล้านบาทต้องดูในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถกู้เงินได้ตามกฎหมาย โดยต้องพิจารณาว่าหนี้ที่กู้มาจะนำไปใช้ทำอะไร โดยในกรณีนี้มองว่าจะกระทบหนี้สาธารณะเพิ่ม 3% โดยปัจจุบันหนี้สาธารณะเราอยู่ที่ 64.21%

“รัฐบาลอาจใช้สินเชื่อจากธนาคารรัฐเพื่อช่วยในการเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยไม่จำเป็นต้องกู้เงินทั้งหมดจากแหล่งอื่น และต้องดูว่าจะเข้ามาทำในส่วนไหน โดยมองว่าการบริโภคก็จะเกิดผลได้ไว แต่เรื่องการลงทุนก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ” นายลวรณ  กล่าว

สำหรับแหล่งเงินที่มาตอนนี้ยังไม่สรุปว่าจะเป็นการกู้หรือไม่ เพราะสามารถทำได้จากหลายวิธี ทั้งการเกลี่ยงบประมาณ รวมถึงงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 150,000 ล้านบาท

นายลวรณ กล่าวถึงเรื่องขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75-80% มองว่าเรื่องเพดานหนี้ไม่ใช่สาระสำคัญ ไม่ได้หน้ากลัว เนื่องจากหลายประเทศก็มีหนี้สาธารณะสูงกว่า 80-100% ซึ่งต่างประเทศไม่ได้ประเมินว่ามีหนี้สาธารณะเยอะแล้วอันตราย แต่มองว่ามีความสามารถในการชำระหนี้คืนได้หรือไม่