เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
GC-SCGC ดีลปิโตรเคมีใหญ่สุดในไทย ดันธุรกิจโพลิโอเลฟินส์ติด TOP 10 โลก
Economic GC-SCGC ดีลปิโตรเคมีใหญ่สุดในไทย ดันธุรกิจโพลิโอเลฟินส์ติด TOP 10 โลก
ส.ผู้เลี้ยงสุกร ขอบคุณ ‘กรมปศุสัตว์-ศุลกากร-CIB’ เข้มปราบหมูเถื่อน หลังพบลักลอบรอบใหม่
Economic ส.ผู้เลี้ยงสุกร ขอบคุณ ‘กรมปศุสัตว์-ศุลกากร-CIB’ เข้มปราบหมูเถื่อน หลังพบลักลอบรอบใหม่
ธนาคารกรุงเทพ มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 2-3% แรงหนุนธุรกิจใหญ่
Finance ธนาคารกรุงเทพ มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 2-3% แรงหนุนธุรกิจใหญ่
หอการค้าจังหวัดเลยชงแผนพัฒนาเมือง ดันกระเช้าภูกระดึง-เชื่อมการค้าจีน
Economic หอการค้าจังหวัดเลยชงแผนพัฒนาเมือง ดันกระเช้าภูกระดึง-เชื่อมการค้าจีน
ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัว CIMB PRIVATE WEALTH เจาะลูกค้ามั่งคั่ง AUM เกิน 30 ล้าน
Finance ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัว CIMB PRIVATE WEALTH เจาะลูกค้ามั่งคั่ง AUM เกิน 30 ล้าน
อนุทิน แจ้งความ ‘ไอซ์’ เจ้าของเพจ Godd Dam แชร์สลิปปลอม 7 ล้าน
Politics อนุทิน แจ้งความ ‘ไอซ์’ เจ้าของเพจ Godd Dam แชร์สลิปปลอม 7 ล้าน
จับตาศึกปล้นความฉลาด ‘DeepSeek-Moonshot’ ใช้ GPT-6 Astra ฝึก AI รุ่นใหม่
Tech จับตาศึกปล้นความฉลาด ‘DeepSeek-Moonshot’ ใช้ GPT-6 Astra ฝึก AI รุ่นใหม่
หุ้นไทยภาคเช้าร่วง 12 จุด ปิโตรเคมี-โรงกลั่นกดดัน DELTA ซ้ำเติมตลาด
Finance หุ้นไทยภาคเช้าร่วง 12 จุด ปิโตรเคมี-โรงกลั่นกดดัน DELTA ซ้ำเติมตลาด
ศุภจี ผนึก ส.อ.ท. ดัน Local Content-SMEs ปรับสมดุลการค้าไทย
Economic ศุภจี ผนึก ส.อ.ท. ดัน Local Content-SMEs ปรับสมดุลการค้าไทย
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัว ตลาดดูทีท่าประเด็นภาษีนำเข้าระหว่างยูโรโซนและสหรัฐ

25 มิ.ย. 2561 | 18:17น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/6) ที่ 32.94/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/6) ที่ 32.95/97 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตามองปัญหาเรื่องการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะห้ามบริษัทของจีนเข้าลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีในสหรัฐ และจะห้ามบริษัทสหรัฐส่งออกสินค้าเทคโนโลยีให้กับจีน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่่นคง กระทรวงการคลังสหรัฐกำลังร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อสั่งห้ามไม่ให้บริษัทที่มีชาวจีนถือหุ้นอยู่อย่างน้อย 25% เข้าซื้อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่มีความสำคัญในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ นอกจากนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติและกระทรวงพาณิชย์ยังได้ร่วมมือกันจัดทำแผนเพื่อควบคุมการส่งออกให้เข้มงวด ขึ้นเพื่อป้องกันการส่งออกเทคโนโลยีที่มีความสำคัญในภาคอุตสาหกรรมไปยังประเทศจีน วอลล์สตรีท เจอร์นัลระบุว่า ทั้งสองมาตรการมีกำหนดจะประกาศภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อให้มาตรการตอบโต้นโยบาย เมดอินไชน่า 2025 (Made in Chaina2015) ซึ่งจีนได้ริเริ่มเป้าหมายดังกล่าวเพื่อที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่าย ค่าเงินบาทได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากการขายทำกำไรของนักลงทุนหลังขึ้นไปแตะระดับ 33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.92-33.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.96/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (25/6) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1654/56 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาด (22/6) ที่ 1.1655/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร นอกจากปัญหาระหว่างสหรัฐกับจีนแล้ว ประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและยูโรโซนก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลอยู่เช่นกัน หลังเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปได้ประกาศจัดเก็บภาษีสินค้าของสหรัฐมูลค่า 2.8 พันล้านยูโรเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อเป็นการตอบโต้การจัดเก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งในภายหลังได้มีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า ความพยายามของสหภาพยุโรป (EU) ในการจุดชนวนสงครามการค้าด้วยการจัดเก็บภาษีสินค้าของสหรัฐนั้นจะถูกตอบโต้กลับมาและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมองว่าการตอบโต้ของ EU นั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจุดยืนที่แข็งกร้าวทางเศรษฐกิจของสหรัฐได้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1625-1.1673 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1642/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนวันนี้ (25/6) เปิดตลาดที่ระดับ 109.67/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (22/6) ที่ระดับ 109.96/99 เยน/ดอลลาร์ โดยได้รับอานิสงส์จากการที่นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จากรายงานสรุปความคิดเห็นของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่ซบเซาของญี่ปุ่นนั้นยังเป็นสิ่งที่กรรมการหลายท่านวิตกกังวล โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสด ปรับตัวขึ้น 0.7% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ถึงแม้ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 แต่ก็ยังคงอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของ BOJ ซึ่งกำหนดไว้ที่ระดับ 2% นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า บริษัทต่าง ๆ ยังคงระมัดระวังในการขึ้นค่าแรงให้กับพนักงาน ทำให้แนวโน้มในการบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพด้านราคาน่าจะยังคงต้องใช้เวลาต่อไป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.35-110.02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.51/54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ได้แก่ ตัวเลข Core CPI ของญี่ปุ่น (26/6) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ (26/6) ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ (27/6) ตัวเลข CPI ของเยอรมัน ตัวเลข GDP ของสหรัฐ (28/6) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (28/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.95/-2.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.5/1.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ