ปลัดคลัง ชี้ภาษีสหรัฐกระทบไทย รับจีดีพีปีนี้ 3% เป็นไปได้ยาก
ปลัดคลังเผยนโยบายภาษีสหรัฐกระทบประเทศไทย ยอมรับจีดีพีปีนี้ 3% เป็นไปได้ยาก ชี้ต้องหาวิธีทำให้จีดีพีโตต่ำ 3% น้อยที่สุด เชื่อว่ากนง.จะพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมที่สุด
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงจากกรณีธนาคารโลก (World Bank) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี’68 เหลือโต 1.6% ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2568 จากเดิมที่คาดไว้จะโตมากกว่า 3% วันนี้มองคงเป็นไปได้ยากแล้ว ซึ่งขณะนี้นโยบายทางเศรษฐกิจของ 2 ประเทศมหาอำนาจระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนมีปัญหากัน ส่งผลกระทบต่อโลกแน่นอน ซึ่งสิ่งที่ไทยต้องทำต่อไปคือ จะทำอย่างไรให้ต่ำกว่า 3% น้อยที่สุด เพื่อรองรับสถานการณ์
“จีดีพีปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ 3% คงยากแล้ว แต่สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือ จะทำอย่างไรให้จีดีพีที่ไม่ถึง 3% ให้ต่ำลงน้อยที่สุด ซึ่งวันนี้เร็วไปที่จะบอกว่าเหลือ 0.5-1.5% ที่สุดท้ายนี้ไทยจะโดนภาษีจากสหรัฐเท่าไหร่ สินค้าอะไรบ้าง การเจรจาจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด” ปลัดคลังกล่าว
สำหรับกรณีที่รัฐบาลจะมีการกู้เงิน 5 แสนล้านบาท นายลวรณกล่าวว่าเม็ดเงิน 5 แสนล้านบาทเป็นเพียงตัวเลขที่ตั้งไว้เป็นตุ๊กตาเท่านั้น ยังต้องพิจารณาลำดับความจำเป็นในการใช้เงินว่าจะนำไปใช้ในส่วนใดบ้าง เช่น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การใช้เงินเพื่อการลงทุน โดยกระทรวงการคลังจะพิจารณาจากวงเงินที่มีอยู่ก่อน ซึ่งยังมีงบประมาณจากหลายทาง และหากยังไม่พออยู่จึงจะมีการพิจารณากู้เงิน ซึ่งการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทก็จะกระทบต่อสัดส่วนหนี้สาธารณะเพียง 3% เท่านั้น ยังไม่เกินเพดานหนี้ที่วางไว้ 70% ต่อจีดีพี
ส่วนมีกรณีความจำเป็นที่ต้องลดดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่ มองว่าก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะต้องช่วยกันในหลายมาตรการ โดยในหลายประเทศก็เริ่มใช้นโยบายการเงินในทิศทางลักษณะนี้ หากในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พรุ่งนี้ (30 เม.ย.) นำข้อมูลใหม่ที่เกิดขึ้นไปประกอบการตัดสินใจ ซึ่งเชื่อว่า กนง.จะมีการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมที่สุด