Skip to content

ภาวุธ ผนึก “ASEAN M&A Partners” ปลุกดีลควบรวมสตาร์ตอัพไทย-อาเซียน

30 เม.ย. 2568 | 14:40น.
ภาวุธ ผนึก “ASEAN M&A Partners” ปลุกดีลควบรวมสตาร์ตอัพไทย-อาเซียน

“ภาวุธ” โชว์ผลงานสตาร์ตอัพกลุ่ม “EfraStructure” ปี 2567 ดูแลผู้ประกอบการไทย 1.59 แสนราย สร้างมูลค่าการทำธุรกรรม 7.95 แสนล้านบาท พร้อมจับมือ “ASEAN M&A Partners” ส่งเสริมการสร้างดีล M&A ข้ามพรมแดนใน “ไทย-อาเซียน-ญี่ปุ่น”

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม “อีฟราสตรัคเจอร์” (EfraStructure) กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา ตนลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัพไปกว่า 51 บริษัท รวมเป็นกลุ่มที่เรียกว่า “EfraStructure” แบ่งเป็น 8 หมวดหมู่ ได้แก่

  1. Education
  2. Marketing
  3. Sell & Operation
  4. Pay
  5. Logistic
  6. Back Office
  7. Robotic & Energy
  8. Data & Analytic

สถานะปัจจุบันของบริษัทในกลุ่ม EfraStructure แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ

  1. บริษัทที่กำลังโต (Growth) 36 บริษัท
  2. บริษัทที่มั่นคงแล้ว (Steady) 4 บริษัท
  3. บริษัทที่ปิด (Close) 2 บริษัท
  4. บริษัทที่ตาย (Dead) 7 บริษัท เช่น TARAD, MagicBox และ BedBaker
  5. บริษัท Full Exit 2 บริษัท คือ Shippop และ Skooter

“ในปี 2567-2568 มีการลงทุนเพิ่มใน 3 บริษัท คือ Etailigence, Nexus Robotic และ SABLE รวมถึงตั้งกองทุน ‘FinnoEfra’ กับกรุงศรี ฟินโนเวต โดยเน้นลงทุนในสตาร์ตอัพระยะ Seed ถึง Pre Series A เป็นหลัก”

นายภาวุธกล่าวต่อว่า ในปี 2567 บริษัทสตาร์อัพในกลุ่ม EfraStructure ที่ตนได้เข้าไปลงทุน ดูแลผู้ประกอบการไทย 1.59 แสนราย และสร้างการทำธุรกรรมกว่า 77 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่า 7.95 แสนล้านบาท สะท้อนถึงผลการทำงานที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจประเทศไทยให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม

EfraStructure

ตัวอย่างบริษัทสตาร์ตอัพไทยที่สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ เช่น

  • Peak Account – บริหารธุรกิจด้วยระบบบัญชีออนไลน์ ดูแลเม็ดเงินกว่า 6.9 แสนล้านบาทบนแพลตฟอร์ม Peak Account
  • PaySolutions – การสร้างมูลค่าการซื้อ 6 พันล้านบาทจากการใช้บริการแพลตฟอร์มการชำระเงิน PaySolutions ที่ช่วยธุรกิจขยายการขายได้ทั่วโลก ดึงเม็ดเงินต่างชาติเข้าไทยมากว่า 500 ล้านบาท
  • FastShip – ส่งสินค้าไทยออกไปมากว่า 150 ประเทศ มากกว่า 3 ล้านชิ้นผ่านระบบ FastShip จาก CloudCommerce
  • Zort – ช่วยธุรกิจไทยบริหารการค้าขายออนไลน์ มากว่า 8.8 หมื่นล้านบาท ด้วยแพลตฟอร์ม Zort
  • Factorium – ช่วย 400 โรงงาน บริหารเครื่องจักรมากกว่า 6 พันเครื่อง เพิ่มประสิทธิการผลิตให้กับอุตสาหกรรมในประเทศหลายพันล้านบาท
  • Dietz – ช่วยคนไทยพบแพทย์ผ่านทางออนไลน์ ลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง ทำให้การแพทย์ไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Creden – สร้างความโปร่งใส ให้สังคมด้วยการเจาะลึกบิ๊กดาต้าของข้อมูลบริษัทไทย วิเคราะห์ด้วย AI จาก Creden Data
  • Builk – ช่วยวงการก่อสร้างบริหารโครงการลดต้นทุน ทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดเงินไปนับพันล้านบาท
  • Tellscore – สร้างอินฟูลเอนเซอร์ไทยมากกว่า 85,000 คน เข้าสู่โลกการตลาดรูปแบบใหม่ สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้คนรุ่นใหม่
  • Vecabo – ช่วยธุรกิจขนส่งประหยัดพลังงานได้ ด้วยแพลตฟอร์มบริหารการขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
  • DayWork – ผลักดันสร้างงานให้เด็กไทย มากกว่า 7 แสนคน ด้วยบริการหางานจากแพลตฟอร์มตรงสู่เจ้าของธุรกิจทั่วประเทศไทย
  • HumanSoft – ดูแลพนักงานมากว่า 5 แสนคน จาก 2 หมื่นบริษัทไทย ด้วยแพลตฟอร์มงานบุคคลจาก ช่วยทำให้ธุรกิจทำงานได้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

“นี่คือผลลัพธ์เพียงบางส่วนจากบริษัทสตาร์ตอัพไทยเพียงแค่ไม่กี่สิบบริษัท ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยได้มากขนาดนี้ หากประเทศไทยสามารถสร้างบริษัทนวัตกรรมใหม่ ๆ มากกว่านี้ เราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้อีกหลายเท่าตัว”

นายภาวุธกล่าวด้วยว่า ในปี 2568 นี้ยังได้สร้างความร่วมมือกับ “ASEAN M&A Partners (Singapore)” เพื่อผลักดันให้เกิดดีลการควบรวมกิจการ (Merger & Acquisition : M&A) ระหว่างบริษัทไทยกับบริษัทในอาเซียนและญี่ปุ่น

สิ่งที่ ASEAN M&A Partners ทำประกอบด้วย

  1. ส่งเสริมการควบรวมและซื้อกิจการข้ามพรมแดนระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น รวมถึงภายในอาเซียนกันเอง
  2. มีโปรแกรมทูต (Ambassador Program) โดยแต่งตั้งผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัพที่มีประสบการณ์ในการ Exit บริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  3. มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์ ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน
  4. ให้การสนับสนุนด้าน Due Diligence ในโมเดลธุรกิจของบริษัทเป้าหมายและผู้ก่อตั้ง
  5. มีเครือข่ายที่กว้างขวางทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน

“ที่ผ่านมาดีล M&A เกิดยากมาก ความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์น่าจะช่วยผลักดันให้เกิดดีล M&A ได้มากขึ้น ช่วยสร้างการเติบโตให้กับสตาร์ตอัพไทยได้อีกทาง สอดคล้องกับความต้องการของบริษัทญี่ปุ่นด้วยที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังเซกเตอร์ใหม่ ๆ”