“ภาวุธ” โชว์ผลงานสตาร์ตอัพกลุ่ม “EfraStructure” ปี 2567 ดูแลผู้ประกอบการไทย 1.59 แสนราย สร้างมูลค่าการทำธุรกรรม 7.95 แสนล้านบาท พร้อมจับมือ “ASEAN M&A Partners” ส่งเสริมการสร้างดีล M&A ข้ามพรมแดนใน “ไทย-อาเซียน-ญี่ปุ่น”
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม “อีฟราสตรัคเจอร์” (EfraStructure) กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา ตนลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัพไปกว่า 51 บริษัท รวมเป็นกลุ่มที่เรียกว่า “EfraStructure” แบ่งเป็น 8 หมวดหมู่ ได้แก่
- Education
- Marketing
- Sell & Operation
- Pay
- Logistic
- Back Office
- Robotic & Energy
- Data & Analytic
สถานะปัจจุบันของบริษัทในกลุ่ม EfraStructure แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ
- บริษัทที่กำลังโต (Growth) 36 บริษัท
- บริษัทที่มั่นคงแล้ว (Steady) 4 บริษัท
- บริษัทที่ปิด (Close) 2 บริษัท
- บริษัทที่ตาย (Dead) 7 บริษัท เช่น TARAD, MagicBox และ BedBaker
- บริษัท Full Exit 2 บริษัท คือ Shippop และ Skooter
“ในปี 2567-2568 มีการลงทุนเพิ่มใน 3 บริษัท คือ Etailigence, Nexus Robotic และ SABLE รวมถึงตั้งกองทุน ‘FinnoEfra’ กับกรุงศรี ฟินโนเวต โดยเน้นลงทุนในสตาร์ตอัพระยะ Seed ถึง Pre Series A เป็นหลัก”
นายภาวุธกล่าวต่อว่า ในปี 2567 บริษัทสตาร์อัพในกลุ่ม EfraStructure ที่ตนได้เข้าไปลงทุน ดูแลผู้ประกอบการไทย 1.59 แสนราย และสร้างการทำธุรกรรมกว่า 77 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่า 7.95 แสนล้านบาท สะท้อนถึงผลการทำงานที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจประเทศไทยให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม

ตัวอย่างบริษัทสตาร์ตอัพไทยที่สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ เช่น
- Peak Account – บริหารธุรกิจด้วยระบบบัญชีออนไลน์ ดูแลเม็ดเงินกว่า 6.9 แสนล้านบาทบนแพลตฟอร์ม Peak Account
- PaySolutions – การสร้างมูลค่าการซื้อ 6 พันล้านบาทจากการใช้บริการแพลตฟอร์มการชำระเงิน PaySolutions ที่ช่วยธุรกิจขยายการขายได้ทั่วโลก ดึงเม็ดเงินต่างชาติเข้าไทยมากว่า 500 ล้านบาท
- FastShip – ส่งสินค้าไทยออกไปมากว่า 150 ประเทศ มากกว่า 3 ล้านชิ้นผ่านระบบ FastShip จาก CloudCommerce
- Zort – ช่วยธุรกิจไทยบริหารการค้าขายออนไลน์ มากว่า 8.8 หมื่นล้านบาท ด้วยแพลตฟอร์ม Zort
- Factorium – ช่วย 400 โรงงาน บริหารเครื่องจักรมากกว่า 6 พันเครื่อง เพิ่มประสิทธิการผลิตให้กับอุตสาหกรรมในประเทศหลายพันล้านบาท
- Dietz – ช่วยคนไทยพบแพทย์ผ่านทางออนไลน์ ลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง ทำให้การแพทย์ไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- Creden – สร้างความโปร่งใส ให้สังคมด้วยการเจาะลึกบิ๊กดาต้าของข้อมูลบริษัทไทย วิเคราะห์ด้วย AI จาก Creden Data
- Builk – ช่วยวงการก่อสร้างบริหารโครงการลดต้นทุน ทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดเงินไปนับพันล้านบาท
- Tellscore – สร้างอินฟูลเอนเซอร์ไทยมากกว่า 85,000 คน เข้าสู่โลกการตลาดรูปแบบใหม่ สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้คนรุ่นใหม่
- Vecabo – ช่วยธุรกิจขนส่งประหยัดพลังงานได้ ด้วยแพลตฟอร์มบริหารการขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
- DayWork – ผลักดันสร้างงานให้เด็กไทย มากกว่า 7 แสนคน ด้วยบริการหางานจากแพลตฟอร์มตรงสู่เจ้าของธุรกิจทั่วประเทศไทย
- HumanSoft – ดูแลพนักงานมากว่า 5 แสนคน จาก 2 หมื่นบริษัทไทย ด้วยแพลตฟอร์มงานบุคคลจาก ช่วยทำให้ธุรกิจทำงานได้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
“นี่คือผลลัพธ์เพียงบางส่วนจากบริษัทสตาร์ตอัพไทยเพียงแค่ไม่กี่สิบบริษัท ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยได้มากขนาดนี้ หากประเทศไทยสามารถสร้างบริษัทนวัตกรรมใหม่ ๆ มากกว่านี้ เราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้อีกหลายเท่าตัว”
นายภาวุธกล่าวด้วยว่า ในปี 2568 นี้ยังได้สร้างความร่วมมือกับ “ASEAN M&A Partners (Singapore)” เพื่อผลักดันให้เกิดดีลการควบรวมกิจการ (Merger & Acquisition : M&A) ระหว่างบริษัทไทยกับบริษัทในอาเซียนและญี่ปุ่น
สิ่งที่ ASEAN M&A Partners ทำประกอบด้วย
- ส่งเสริมการควบรวมและซื้อกิจการข้ามพรมแดนระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น รวมถึงภายในอาเซียนกันเอง
- มีโปรแกรมทูต (Ambassador Program) โดยแต่งตั้งผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัพที่มีประสบการณ์ในการ Exit บริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์ ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน
- ให้การสนับสนุนด้าน Due Diligence ในโมเดลธุรกิจของบริษัทเป้าหมายและผู้ก่อตั้ง
- มีเครือข่ายที่กว้างขวางทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน
“ที่ผ่านมาดีล M&A เกิดยากมาก ความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์น่าจะช่วยผลักดันให้เกิดดีล M&A ได้มากขึ้น ช่วยสร้างการเติบโตให้กับสตาร์ตอัพไทยได้อีกทาง สอดคล้องกับความต้องการของบริษัทญี่ปุ่นด้วยที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังเซกเตอร์ใหม่ ๆ”