Skip to content

สถาปนิก’68 ‘ทบทวน ทิศทาง’ โชว์เคสสถาปัตยกรรม-นวัตกรรมก่อสร้างสีเขียว

03 พ.ค. 2568 | 17:24น.
สถาปนิก’68 ‘ทบทวน ทิศทาง’ โชว์เคสสถาปัตยกรรม-นวัตกรรมก่อสร้างสีเขียว

ไตรมาส 2/68 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี แจ้งวัฒนะ มีบิ๊กอีเวนต์งานสถาปนิก’68 มหกรรมแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างโดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีวาระพิเศษที่สมาคมสถาปนิกฯ ครบรอบก่อตั้ง 90 ปี ธีมจัดงานปีนี้ภายใต้แนวคิด “ทบทวน ทิศทาง : Past Present Perfect” สะท้อนการเชื่อมต่อระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผ่านองค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์ที่ผสานกันเป็นหนึ่งเดียว

มีพื้นที่จัดงาน 75,000 ตารางเมตร ร่วมประชันขันแข่งนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งมากกว่า 1,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นบูทผู้แสดงสินค้าต่างประเทศ สัดส่วน 18.7% จากประเทศจีน ไต้หวัน สิงคโปร์ อินเดีย มาเลเซีย เยอรมนี เวียดนาม ฮ่องกง อิสราเอล ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา กำหนดจัดงาน 6 วันเต็ม ระหว่าง 29 เมษายน-4 พฤษภาคม 2568 คาดว่ามีผู้เยี่ยมชมงาน 325,000 คน

DOS สู่เป้าหมายโตยั่งยืน

หนึ่งในไฮไลต์เป็นของบูทดอส โดย “ดิศนิติ โตวิวัฒน์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท ธรรมสรณ์ นำเสนอนวัตกรรมแบรนด์ DOS Life พัฒนาขึ้นภายใต้ 4 แกนหลัก คือ 1.Green Innovation ลดโลกร้อน ลดการใช้ก๊าซในกระบวนการผลิต 29% ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เลือกใช้วัสดุเกรดพิเศษที่ช่วยลดการใช้พลังงานในทุกกระบวนการ 2.Green Material ลดการใช้ทรัพยากร ส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

3.Health & Wellness ใส่ใจสุขภาพและความปลอดภัย อาทิ พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียและนวัตกรรม “Snake guard Pipe” เพื่อความปลอดภัยจากสัตว์เลื้อยคลาน 4.Energy & Cost Saving ประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่าย อุปกรณ์และระบบบำบัดน้ำช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 50-70%

“เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดการน้ำครบวงจร ภายใต้แบรนด์ DOS Life เรื่องใหม่และเรื่องใหญ่ปีนี้ เราโฟกัสนโยบายด้านความยั่งยืนภายใต้พันธกิจ DOS Mission Towards Net Zero ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นองค์กร Net Zero ด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมรักษ์โลก โดยมีการจัดพิธีมอบรางวัลเกียรติยศแห่งนวัตกรรมสีเขียว ‘DOS Green Innovation’ เพื่อเชิดชูเกียรติสำหรับพันธมิตรธุรกิจชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนด้าน ESG และร่วมผลักดันวิสัยทัศน์ Net Zero ไปพร้อมกับ DOS Life”

อินทรีบินสูงมุ่งสู่กรีน

“เฮเมนท์ มู้ดกัล” CEO ของ Insee LBM กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการใช้งานจริงของผู้บริโภค และใช้โอกาสจากงานสถาปนิกเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวคิดกับนักออกแบบ และรับฟังเสียงสะท้อนจากตลาด เพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างรอบด้าน มีนโยบายด้านความยั่งยืนยึดตามหลัก ESG Model (Environmental, Social, Governance) ทั้งการใช้วัสดุหมุนเวียน การลดของเสียจากกระบวนการผลิต และส่งเสริมโซลูชั่นก่อสร้างสีเขียว (Green Construction) อย่างต่อเนื่อง

โดยผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Conwood ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมจากสถาบันระดับสากล เช่น Singapore Green Label และมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมอยู่ระหว่างการขอรับรอง ฉลากเขียวประเทศไทย รวมทั้งอินทรีมอร์ตาร์ ปูนซีเมนต์สำเร็จรูปเจ้าแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองฉลากเขียว (Green Label) สำหรับผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์สำเร็จรูป ในสินค้า 5 รุ่น ได้แก่ ปูนฉาบทั่วไป (อินทรีมอร์ตาร์ 11), ปูนฉาบละเอียด (อินทรีมอร์ตาร์ 12), ปูนฉาบอิฐมวลเบา (อินทรีมอร์ตาร์ 13), ปูนฉาบผิวคอนกรีต (อินทรีมอร์ตาร์ 15) และปูนก่อทั่วไป (อินทรีมอร์ตาร์ 21)

แน่นอนว่ามีไฮไลต์สินค้าใหม่นำเสนอในงานด้วย เริ่มจาก Conwood Deck Core ไม้พื้นรุ่นใหม่ที่มาพร้อมโครงสร้างเสริมความแข็งแกร่ง ช่วยลดการใช้โครงสร้างรองรับ ประหยัดวัสดุ และเพิ่มความทนทานในการใช้งาน, กลุ่ม Floor Solution สินค้าปรับระดับพื้นได้บางที่สุดในตลาด เพียง 1 มิลลิเมตร, CeTech by Conwood แบรนด์น้องใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรก นวัตกรรมหลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก ช่วยสะท้อนความร้อน ลดเสียงรบกวน เพื่อบ้านที่เย็นสบายและเงียบสงบสถาปนิก’68

เจ.ดี.พูลส์สระว่ายน้ำอัจฉริยะ

“ธนูศักดิ์ พึ่งเดช” ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ดี.พูลส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายระบบสระว่ายน้ำนวัตกรรม และในโอกาสครบรอบ 28 ปี มีสินค้าเด่น อาทิ วัสดุปิดผิวสระรุ่นใหม่ StoneTile Marine พีวีซีไลเนอร์ (PVC Liner) สีใหม่ล่าสุด เอกลักษณ์ของ iP Da Vinci Pool คุณสมบัติต้านทานคราบและแสง UV เหนือชั้น กันลื่นด้วยผิวสัมผัสเสมือนหินธรรมชาติ เพิ่มความหนาพิเศษ 1.7 มม. รับประกันไม่รั่วซึม และไม่มีการหลุดร่อน นาน 12 ปี

เครื่องกรองอัจฉริยะไร้ท่อ (Pipeless Filter System) ดีไซน์เรียบหรู ดูแลรักษาง่าย เหมาะติดตั้งในพื้นที่จำกัด ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองจินตนาการของผู้ออกแบบ พร้อมบริการฟรี เลือกสีฝาครอบเครื่องกรองให้เข้ากับการออกแบบโดยรอบของสระว่ายน้ำ, ระบบเกลือเพื่อสุขภาพรุ่นใหม่ Salt-AI Chlorinator พัฒนาคุณภาพให้เหนือกว่าเดิม ทนทานมากขึ้น และมีอายุการรับประกันที่ยาวนานกว่า ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ควบคุมการทำงานได้สะดวกผ่านแอปพลิเคชั่น JD Smart Life ที่สามารถตั้งค่าการทำงานของเซลล์ผลิตคลอรีน ปั๊ม และไฟใต้น้ำได้ตามต้องการ

พร้อมระบบเอไอที่คำนวณคุณภาพน้ำได้อย่างแม่นยำ สามารถรายงานสถานะน้ำในสระได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ และแรงงาน

“เจ.ดี.พูลส์ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเทคโนโลยีด้านสระว่ายน้ำที่มีคุณภาพ เพื่อเสริมสร้างผลงานที่ดีและทรงคุณค่าให้กับสถาปนิก ผู้ออกแบบ และผู้รับเหมาก่อสร้าง”

นิปปอนเพนต์สีอันดับ 1 เอเชีย

“วัชระ ศิริฤทธิชัย” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Nippon Paint แบรนด์สียอดขายอันดับ 1 ของเอเชีย ต่อเนื่องเกือบ 10 ปีจากประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นครั้งแรกที่มาร่วมออกบูทก็เลยจัดเต็ม เริ่มตั้งแต่นิปปอนเพนต์ พาวิลเลี่ยน ร่วมกับ “pbm” สตูดิโอออกแบบชื่อดัง ดีไซน์พาวิลเลียนด้วยแรงบันดาลใจจากอุปกรณ์คู่กายสถาปนิกอย่าง “พัดสี” เปิดประสบการณ์ให้ผู้ชมงานได้สัมผัสปรากฏการณ์แห่งสีสันเพื่อคุณในอนาคต เพื่อต้องการตอกย้ำภาพลักษณ์ “Smart & Sustain” แบรนด์สีที่เป็นมากกว่าสี

เพราะนิปปอนเพนต์มีวิสัยทัศน์ในการสร้างโซลูชั่นสู่โลกแห่งสถาปัตยกรรม การดีไซน์ และยังคำนึงถึงความยั่งยืน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ได้ทุกมิติและทุกจินตนาการการออกแบบทั้งในวันนี้จนถึงอนาคต นำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Future City” สะท้อนความเป็นแบรนด์สีแห่งอนาคตด้วยสไตล์ “Futuristic”รูปทรงแปลกตา ด้านนอกโครงสร้างเป็นสีขาวล้วนที่มีความสูงโดดเด่นถึง 7 เมตร ขณะที่ภายในเป็นทางเดินยาว 18 เมตร ที่จะพาผู้ชมงานไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ตลอดเส้นทางสถาปนิก’68

ไฮไลต์อยู่ที่สีนวัตกรรมรุ่นใหม่ ได้แก่ “นิปปอนเพนต์ อัลตร้าการ์ด” สีนวัตกรรมสำหรับเคลือบสีทาภายนอก มอบความทนทานเหนือกว่ามาตรฐานที่ มอก. กำหนดถึง 7 เท่า รับประกันความทนทานยาวนาน 20 ปี รับประกันสีซีดจางสูงสุด 7 ปี เป็นรายแรกในตลาดสีเมืองไทย จึงช่วยลดความถี่ในการทาสีใหม่ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 13% และช่วยลดการปลดปล่อยคาร์บอนไม่ต่ำกว่า 34%, “นิปปอนเพนต์ เวเธอร์บอนด์ เท็กซ์เจอร์” สีน้ำอะคริลิกนวัตกรรมใหม่สามารถสร้างลายได้ในขั้นตอนเดียว งานเสร็จไวจากการทาสีสูงสุดเพียง 2 เที่ยว ช่วยลดต้นทุนและลดการปล่อยคาร์บอน

“นิปปอนเพนต์ เนเจอร์ แคร์” สีนวัตกรรมทาภายใน มีส่วนผสมจากน้ำยางพาราธรรมชาติคุณภาพสูงสุดรายแรกในเอเชีย ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ช่วยสนับสนุนการใช้วัตถุดิบจากภาคเกษตรไทย, “นิปปอนเพนต์ ลูมิ-เอ็กซ์ตร้า” สีนวัตกรรมเรืองแสง สามารถทาได้บนหลากหลายพื้นผิว ช่วยสร้างไอเดียใหม่ในการออกแบบ เช่น การออกแบบเพื่อความปลอดภัยบนพื้นที่สาธารณะ ฯลฯ,

“นิปปอนเพนต์ พีลเลเบิล โคทติ้ง” สีลอกได้ นวัตกรรมใหม่ผลิตจากอะคริลิกพอลิเมอร์ชนิดพิเศษ ยืดหยุ่นสูงและทนต่อความชื้นได้ยาวนาน ใช้สำหรับทาบนวัสดุเหล็กหรือสเตนเลสเพื่อเคลือบผิว, “นิปปอนเพนต์ คอนดัคทีฟ เพนต์” สีนวัตกรรมสุดล้ำ เมื่อนำมาทาลงบนวัสดุจะเปลี่ยนพื้นผิวบริเวณนั้นให้ “นำไฟฟ้า” ได้ เปิดมิติใหม่ในการออกแบบ เป็นต้น

จระเข้ผู้นำฐานรากถึงหลังคา

อีกบูทที่แบรนด์จระเข้ proudly present โชว์นวัตกรรมกรีนโปรดักต์ ผลักดันวงการก่อสร้างสีเขียวไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดย “ศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 33 ปี จระเข้มุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่องานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่ง ครบวงจรตั้งแต่ฐานรากจนถึงหลังคา วันนี้ในภาพรวมธุรกิจของจระเข้ เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดกาวซีเมนต์และกาวยาแนวที่ครองมาร์เก็ตแชร์เกิน 50% จากมูลค่าตลาดรวม 4,400 ล้านบาท บริษัทเติบได้อย่างแข็งแกร่งด้วยตัวแทนจำหน่ายในไทยและต่างประเทศกว่า 3,000 แห่ง

ทั้งนี้ ปี 2567 ที่ผ่านมา จระเข้ได้เขย่าวงการก่อสร้างด้วยกลุ่มสินค้าเคมีก่อสร้าง หมวดงานพื้นกับนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่มีคุณภาพระดับสากลและใส่ใจสิ่งแวดล้อม อาทิ “Crocodile Road Fix Express” มอร์ตาร์สำหรับซ่อมพื้นผิวถนนคอนกรีตชนิดบาง โดยคว้ารางวัลชนะเลิศจากเวที Best Innovation Award 2024 ในงานสถาปนิก และรางวัล “นวัตกรรมลดโลกร้อน” (Best Innovativeness Green Product) ในงาน SETA 2024

นอกจากนี้ จระเข้ยังได้เปิดตัว “Jorakay Green Pack” นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์กาวซีเมนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปฏิวัติวงการกาวซีเมนต์ ด้วยนวัตกรรม “Dustless Technology” รายเดียวในไทย ที่นำมาใช้กับกาวซีเมนต์จระเข้ทั้ง 8 รุ่น ช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นถึง 80% ฯลฯ แน่นอนว่าปี 2568 ยังคงเดินหน้าเก็บเกี่ยวความสำเร็จ ตั้งเป้าเติบโต 10% แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 90% ตลาดต่างประเทศ 10%

เน้นการขยายพอร์ตสินค้าเคมีก่อสร้างและกลุ่มสีทาอาคารภายในและภายนอก See Jorakay ทำการตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และแพลตฟอร์มออนไลน์ พัฒนาความร่วมมือกับคู่ค้า และขยายตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม)

“ในยุคนี้ วัสดุก่อสร้างต้องตอบโจทย์มากกว่าแค่ความแข็งแรง แต่ต้องฉลาด ปลอดภัย และยั่งยืน เราจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แนวคิด Jorakay Innovation & Expert Solution โดยใช้อินไซต์จากตลาดมาประกอบกับการวิจัยและพัฒนา ทำให้เราออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงจุด ทั้งในแง่ฟังก์ชั่นและสุขภาวะ”