Skip to content

โบรกฯชี้จิตวิทยาบวก SET เงินเฟ้อ เม.ย. -0.22% ลดแรงกดดันค่าครองชีพ

06 พ.ค. 2568 | 11:31น.
โบรกฯชี้จิตวิทยาบวก SET เงินเฟ้อ เม.ย. -0.22% ลดแรงกดดันค่าครองชีพ

เงินเฟ้อไทยเดือน เม.ย. 68 ติดลบ 0.22% ลดลงครั้งแรกในรอบ 13 เดือน สาเหตุหลักจากการลดลงของราคาสินค้ากลุ่มพลังงาน “นักวิเคราะห์” ชี้จิตวิทยาบวกดัชนีหุ้นไทย ลดแรงกดดันค่าครองชีพ เปิดช่อง ธปท. ลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง 

กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อไทยเดือน เม.ย. 2568 โดยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) ติดลบ 0.22% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) เป็นการปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 13 เดือน ต่ำกว่าตลาดคาดที่หดตัว 0.10% YOY และพลิกจากการขยายตัว 0.84% YOY ในเดือน มี.ค. 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน

ได้แก่ แก๊ซโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน และค่ากระแสไฟฟ้า ประกอบกับการลดลงของราคาผักสด ในขณะที่สินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มราคายังคงสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ขยายตัว 0.98% YOY สูงกว่าตลาดคาด และเดือน มี.ค. 2568 ที่ 0.90% YOY และ 0.86% YOY (ตามลำดับ)

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline) เดือน พ.ค. 2568 คาดว่าจะอยู่ระดับใกล้เคียงกับเดือน เม.ย. 2568 และมีแนวโน้มลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อลดลง ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกที่ต่ำกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

ภาครัฐมีแนวโน้มดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพ (โดยเฉพาะการปรับลดค่าไฟฟ้างวดเดือนพ.ค.-ส.ค. 2568) ฐานราคาผักสดในปีก่อนหน้าที่อยู่ระดับสูง และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และราคาสินค้าเกษตรบางชนิดและเครื่องประกอบอาหารที่มีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า (อาทิ มะพร้าว, สุกร)

ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มีมุมมองเป็นกลางถึงเชิงบวกต่อตัวเลขข้างต้น หลัง Headline CPI ที่ปรับตัวลง โดยหลักมาจากกลุ่มอาหารและพลังงาน ซึ่งจะเป็นการช่วยลดแรงกดดันต่อภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค และหากพิจารณาจาก Core CPI ที่ขยายตัวเร่งตัวขึ้นมีแนวโน้มเป็นสัญญาณที่บ่งชี้กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ Headline CPI ที่พลิกมาหดตัวและมีแนวโน้มลดลงต่อในเดือน พ.ค. 2568 ยังเป็นปัจจัยที่กระตุ้นความคาดหวังของตลาดและนักลงทุนว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายมอง SET Index มีแนวโน้มตอบรับปัจจัยข้างต้นอย่างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังรอติดตามพัฒนาการของการเจรจาทางการค้าของประเทศต่าง ๆ กับสหรัฐ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน โดยกลยุทธ์ลงทุนแนะนำหุ้น

  • กลุ่มปศุสัตว์ (ตามราคาสุกรที่มีแนวโน้มสูงขึ้น) BTG, CPF, GFPT, TFG
  • กลุ่ม Anticommodity (ตามราคาน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มปรับตัวลง) TASCO, TOA
  • กลุ่มการเงินและหนี้สูง (ตามเซนติเมนต์ตลาดที่มีความคาดหวังว่า กนง.จะลดอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง) BEM, BTS, KTC, MTC, TRUE
  • กลุ่มค้าปลีก (ตามภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มลดลง) BJC, CPALL, TNP

บล.กรุงศรีเปิดเผยว่า โดยรวมเงินเฟ้อไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในมุมเชิงกลยุทธ์คาดยังเปิดช่องให้ ธปท.ใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายได้ในระยะถัดไป ตามที่มีการส่งสัญญาณในการประชุมล่าสุด จิตวิทยาบวกต่อ SET Index และหุ้นในธีมดอกเบี้ยขาลง หุ้นโรงไฟฟ้า GULF, GPSC หุ้นหนี้สูง CPALL, BJC, TRUE หุ้น High Yield อย่าง ADVANC และหุ้นเช่าซื้อ MTC