Skip to content

อินเดียเปิดปฏิบัติการซินดูร์ -ปากีฯ ยิงเครื่องบินรบร่วง จับเชลย

07 พ.ค. 2568 | 08:43น.
อินเดียเปิดปฏิบัติการซินดูร์ -ปากีฯ ยิงเครื่องบินรบร่วง จับเชลย

อินเดียใช้ปฏิบัติการซินดูร์ เอาคืนปากีสถานจากเหตุสังหารนักท่องเที่ยวในรัฐชัมมูและแคชเมียร์ ฝ่ายปากีสถานยิงเครื่องบินรบอินเดียร่วง 5 ลำและจับทหารเป็นเชลย

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า อินเดียโจมตีทางทหารต่อต้านปากีสถานแล้ววันนี้ (7 พฤษภาคม) ฝ่ายปากีสถานตอบโต้โดยยิงเครื่องบินรบของอินเดียร่วง 5 ลำ นับเป็นการเอาคืนกันไปมา หลังจากชนวนเหตุเริ่มต้นเกิดจากนักรบติดอาวุธกราดยิงในรัฐชัมมูและแคชเมียร์ทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 26 รายในเหตุการณ์ที่อินเดียกล่าวหาว่าปากีสถานอยู่เบื้องหลัง ซึ่งฝ่ายปากีสถานปฏิเสธ

กระทรวงต่างประเทศของปากีสถานกล่าวว่าเครื่องบินขับไล่ของอินเดียยังคงอยู่ในน่านฟ้าของอินเดีย แต่ละเมิดอำนาจอธิปไตยของปากีสถานโดยใช้อาวุธยิงระยะไกล โดยกำหนดเป้าหมายเป็นพลเรือน รายงานเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และปากีสถานเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น “การกระทำสงครามที่ชัดเจน” ในการสู้รบระหว่างสองชาติเพื่อนบ้านที่เป็นศัตรูและต่างมีอาวุธนิวเคลียร์ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ

อินเดียเรียกปฏิบัติการของตนว่า “ปฏิบัติการซินดูร์” และระบุว่าอินเดียโจมตีทางอากาศต่อสถานที่ในปากีสถาน 9 แห่ง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มก่อการร้ายที่วางแผนโจมตีอินเดีย แต่ฝ่ายปากีสถานกล่าวว่าสถานที่ในปากีสถาน 6 แห่งถูกโจมตี

แหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมของอินเดียกล่าวกับรอยเตอร์ว่า กองกำลังอินเดียโจมตีสำนักงานใหญ่ของกลุ่มติดอาวุธอิสลาม คือกองทัพแห่งโมฮัมเหม็ด (Jaish-e-Mohammed) และกองทัพแห่งความชอบธรรม (ลัชกาเรตัยบา หรือ Lashkar-e-Taiba)

ในแถลงการณ์ของอินเดียเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (7 พฤษภาคม) ระบุว่า ได้ตอบโต้เป้าหมายอย่างจำกัดและแม่นยำ ซึ่งการตอบโต้ได้ออกแบบมาไม่ให้รุนแรงขึ้นโดยธรรมชาติ และโจมตีเฉพาะเป้าหมายที่เป็นค่ายผู้ก่อการร้ายและไม่ได้โจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน ทางเศรษฐกิจหรือทางทหารของปากีสถาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยับยั้งชั่งใจอย่างมากในการเลือกเป้าหมายและวิธีการสังหาร

คาวาจา มูฮัมเหม็ด อาซิฟ รมว. กลาโหมปากีสถานกล่าวว่า ฝ่ายปากีสถานได้ยิงเครื่องบินรบอินเดียร่วง 5 ลำและจับทหารอินเดีย 5 นายเป็นเชลย

ด้านกระทรวงการต่างประเทศอินเดียยังไม่แสดงความเห็นในทันทีรวมถึงยังไม่ยืนยันข้อมูลดังกล่าว

นอกจากการโจมตีทางอากาศ ตำรวจและพยานเห็นเหตุการณ์กล่าวว่า กองทัพของประเทศทั้งสองยังได้โจมตีและยิงปืนอย่างหนักหน่วงข้ามพรมแดนตามพฤตินัยในรัฐชัมมูและแคชเมียร์ ซึ่งเป็นดินแดนเทือกเขาหิมาลัย

นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานเรียกการโจมตีของอินเดียว่าเป็นการระทำที่ขี้ขลาดตาขาว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานระบุว่า การโจมตีเป็นเหตุให้ผู้หญิงและเด็กเสียชีวิต

“ปากีสถานมีสิทธิ์เต็มที่ในขณะนี้ที่จะตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อต่อความขัดแย้งที่เผชิญ ศัตรูจะไม่ได้รับอนุญาตให้บรรลุเป้าหมาย” ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานกล่าว

ปากีสถานปิดน่านฟ้าหลังจากการโจมตีของอินเดีย

ฝ่ายอินเดียระบุอีกว่า อาจิต โดวัล ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติอินเดียได้บรรยายสรุปเหตุการณ์หลังการโจมตีแก่มาร์โก รูบิโอ รมว. การต่างประเทศสหรัฐแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ รูบิโอหาทางลดความตึงเครียด โดยได้พูดคุยกับทั้งสองฝ่าย

สำหรับคำถามในขณะนี้คือว่า  ความขัดแย้งจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ ครั้งล่าสุดที่สองฝ่ายเข้าใกล้การทำสงครามระหว่างกันเกิดขึ้นในปี 2019 ชนวนจากเหตุระเบิดพลีชีพสังหารกองกำลังความมั่นคงอินเดีย 40 ราย ซึ่งอินเดียกล่าวโทษปากีสถานและดำเนินการตอบโต้ในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา โดยการโจมตีทางอากาศเข้าไปในแผ่นดินปากีสถานเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1971 ในครั้งนั้นฝ่ายปากีสถานตอบโต้โดยการยิงเครื่องบินร่วงลงและจับกุมนักบิน ซึ่งต่อมาได้รับการปล่อยตัวเมื่อความตึงเครียดผ่อนคลายลง