เลือกตั้งเทศบาล 2568 วิธีตรวจสอบสิทธิ เลือกวันไหน ต้องเตรียมตัวอะไรไปบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค. 2568 โดยคูหาเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล สามารถลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
ใครบ้างที่มีสิทธิเลือกตั้งเทศบาล
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกเทศบาล และนายกเทศมนตรี มีดังนี้
1.มีสัญชาติไทย แต่ถ้าแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
2.อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง
3.มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง (จากเดิม 90 วัน เปลี่ยนเป็น 1 ปี)
4.และคุณสมบัติอื่น ตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
ผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
1.เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
2.อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
3.ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
4.วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
5.มีลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
ช่องทางเช็กสิทธิ-หน่วยเลือกตั้ง
สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้จากช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
1.ปิดประกาศ
– ณ ที่ว่าการอำเภอ
– ณ สำนักงานเทศบาล
– ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง
2.เว็บไซต์ สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย (www.bora.dopa.go.th )
3.หนังสือแจ้งเจ้าบ้าน
4.ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Smart Vote
ตรวจสอบผลการเลือกตั้ง และประกาศผลการเลือกตั้งท้องถิ่นแบบเป็นทางการ ผ่านช่องทาง https://www.ect.go.th/ect_th/th/election-results
เลือกตั้งเทศบาลเตรียมความพร้อมอย่างไร
1.ตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
– มีสัญชาติไทย หรือได้รับสัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
– อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง
– มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง
2.หลักฐานแสดงตนในการลงคะแนนเลือกตั้ง
บัตรประชาชน หรือบัตรหรือหลักฐานอื่นของทางราชการหรือหน่วยงานรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชน เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่รัฐ ใบขับขี่ หรือหนังสือเดินทาง
3.การตรวจสอบรายชื่อตนเองก่อนวันเลือกตั้ง
– ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียง
กับที่เลือกตั้ง หรือผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น Smart Vote ก่อนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน
– ตรวจรายชื่อจากเอกสารแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมายังเจ้าบ้าน ก่อนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 15 วัน
– แจ้งเพิ่ม-ถอน รายชื่อต่อนายทะเบียนอำเภอ ก่อนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน
4.ตรวจสอบวันและเวลาลงคะแนนเลือกตั้ง และศึกษาขั้นตอนการลงคะแนนให้ถูกต้อง
ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้งเทศบาล
ขั้นตอนการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง มีดังนี้
1.ตรวจสอบรายชื่อ และลำดับที่จากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง
2.ยื่นหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชน (บัตรที่หมดอายุสามารถใช้ได้) พร้อมลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
3.รับบัตรเลือกตั้ง พร้อมลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือลงที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบ
4.เข้าคูหา ทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในบัตรเลือกตั้งนายกเทศมนตรี (เลือกผู้สมัครได้ 1 หมายเลข) และ บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (เลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 6 หมายเลข)
5.พับบัตรเลือกตั้ง และหย่อนบัตรเลือกตั้งลงหีบแต่ละประเภทด้วยตนเอง
เหตุจำเป็นที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเทศบาล มีอะไรบ้าง
1.มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
2.เจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
3.เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
4.เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
5.มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
6.ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
7.มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นที่ กกต.กำหนด
แจ้งเหตุไม่ไปเลือกตั้งเทศบาลทำอย่างไร
โดยสามารถแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ผ่านช่องทางดังนี้
– แจ้งด้วยตนเอง
– มอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
– จัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
– การแจ้งเหตุผ่านเว็บไซต์ www.ect.go.th หรือแอปพลิเคชั่น Smart Vote
– ทางเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย (www.bora.dopa.go.th)
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต้องแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งภายใน 7 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง (4-10 พ.ค.) หรือภายใน 7 วัน หลังวันเลือกตั้ง (12-18 พ.ค.)
ไม่ไปเลือกตั้งเทศบาลถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้าง
หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะถูกจำกัดสิทธิ ดังนี้
1.สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น (ส.ถ.) หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผ.ถ.) หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
2.สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
3.เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
4.ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
5.ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
6.ดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น และเลขานุการรองประธานสภาท้องถิ่น
การถูกจำกัดสิทธิ กำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง ครั้งที่ผู้มีสิทธิไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง