Skip to content

จากนี้ไป คริสตจักรโรมันคาทอลิกจะก้าวหน้า หรืออนุรักษ์กว่าเดิม?

09 พ.ค. 2568 | 07:06น.
จากนี้ไป คริสตจักรโรมันคาทอลิกจะก้าวหน้า หรืออนุรักษ์กว่าเดิม?

คริสตจักรโรมันคาทอลิกจะก้าวหน้า หรืออนุรักษ์กว่าเดิม ภายใต้พระสันตะปาปาองค์ใหม่ ซึ่งแม้จะได้ชื่อว่านิยมทางสายกลาง แต่กลับเป็นผู้ยึดมั่นในหลักคำสอนแบบดั้งเดิมของคริสตจักรมากกว่าพระสันตะปาปาฟรานซิส

หลังจากที่สาธารณชนรับรู้กันถ้วนทั่วว่า พระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ได้รับการคัดเลือกอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อควันสีขาวลอยขึ้นจากปล่องควันของโบสถ์น้อยซิสทีน โดยโรเบิร์ต พรีโวสต์ (Robert Prevost) พระคาร์ดินัลชาวอเมริกันวัย 69 ปี ตอบรับผลการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ และเลือกใช้พระนามว่า “พระสันตะปาปาเลโอที่ 14” (Pope Leo XIV)

พระสันตะปาปาพระองค์ที่ 267 แห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงเป็นชาวอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับตำแหน่งสูงสุดของคริสตจักรโรมันคาทอลิก มีพื้นเพจากเมืองชิคาโก โดยมีเชื้อสายอิตาลี ฝรั่งเศส และสเปน ที่ผ่านมา พระองค์อุทิศชีวิตส่วนใหญ่รับใช้เป็นมิชชันนารีในเปรูยาวนานกว่า 15 ปี จนได้รับการแต่งตั้งจากพระสันตะปาปาฟรานซิสให้เป็นบิชอปแห่งชิกลาโยในเปรูเมื่อปี 2014

พระองค์เป็นที่รู้จักดีจากการดำรงตำแหน่งหัวหน้าสมณกระทรวงเพื่อบิชอปในละตินอเมริกา (Dicastery for Bishops in Latin America) เมื่อปี 2021 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกบิชอปทั่วโลก และทำให้พระองค์กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลสูงของวาติกัน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเป็นพระสันตะปาปา

เนื่องจาก 80% ของพระคาร์ดินัลในพิธีคอนเคลฟ (Conclave) มาจากการแต่งตั้งของพระสันตะปาปาฟรานซิส จึงไม่น่าแปลกใจนักที่พระคาร์ดินัลหน้าใหม่อย่าง โรเบิร์ต ฟรานซิสจะได้รับการคัดเลือก แม้ว่าพระองค์เพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอัครสังฆราช หรืออาร์คบิชอป (Archbishop) ในเดือนมกราคม 2023 และแต่งตั้งเป็นพระคาร์ดินัลหลังจากนั้นไม่นั้นก็ตาม

ทรรศนะของพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ก้าวหน้า หรืออนุรักษ์กว่าเดิม

พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ถูกมองว่าเป็นนักบวชสายกลางที่มีแนวคิดใกล้เคียงกับพระสันตะปาปาฟรานซิส พระองค์ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ถูกกีดกันในสังคม เช่น ผู้อพยพและผู้ยากไร้ นอกจากนี้ พระองค์ยังสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ตาม พระองค์ยังคงยึดมั่นในหลักคำสอนดั้งเดิมของคริสตจักรมากกว่าพระสันตะปาปาฟรานซิส เช่น การคัดค้านการบวชสตรีเป็นมัคนายก และการไม่รับรองการสมรสเพศเดียวกันในพิธีกรรมทางศาสนา

ก่อนหน้านี้ พระองค์เคยท้าทายทรรศนะของเจดี แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาต่อการเนรเทศผู้อยู่อาศัยในสหรัฐไปยังเอลซัลวาดอร์ และแชร์บทความวิจารณ์บทสัมภาษณ์ผ่านช่องฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ของแวนซ์อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม พระคาร์ดินัลพรีโวสต์ได้แสดงทัศนคติที่ไม่เป็นมิตรต่อกลุ่มคน LGBT มากนัก ในปี 2012 พระองค์แสดงความเสียใจที่สื่อตะวันตกและวัฒนธรรมร่วมสมัยที่นิยมให้ผู้คนส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจต่อ ‘ความเชื่อและการประพฤติที่ขัดแย้งกับพระกิตติคุณ’ ซึ่งพระองค์หมายถึง ‘การรับเลี้ยงเด็กบุญธรรมของคู่รักเพศเดียวกัน’

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงคัดค้านแผนการของรัฐบาลเปรูในการสอนแนวคิดเรื่องเพศสภาพในโรงเรียน โดยกล่าวว่า “เป็นแนวคิดที่น่าสับสน เกี่ยวกับเพศสภาพที่ไม่มีอยู่จริง”

ไม่เพียงเท่านั้น พระคาร์ดินัลพรีโวสต์ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการเกี่ยวข้องกับบาทหลวงซึ่งถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศสตรีสามคน ตั้งแต่ตอนที่พวกเธอยังเด็ก และมีการจัดการสืบสวนที่ไม่ถูกต้อง