วิสุทธิ์ ชี้ปมชั้น 14 รัฐบาลไม่เกี่ยว เพื่อไทย ประชุม 13 พ.ค. ตรวจวาระงบฯ 69 ก่อนเข้าสภา
วิสุทธิ์ ปัดปมชั้น 14 ไม่เกี่ยวรัฐบาล-เพื่อไทย ลั่น ‘ทักษิณ’ ไม่เคยแทรกแซง เผยประชุมพรรค พท. 13 พ.ค.นี้ ถกวาระงบฯ ก่อนเข้าสภา พิจารณาอะไรควรสนับสนุนหรือตัดออก
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณีที่แพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ 3 คน จากกรณีการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตํารวจ จะส่งแรงกดดันรัฐบาลหรือไม่ และส่วนตัวนายวิสุทธิ์มองอย่างไร ว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับรัฐบาล เพราะนายทักษิณไม่ได้เป็นคนทำหน้าที่อะไรในรัฐบาล ไม่ได้มาควบคุมอะไร
เพียงแต่บางเรื่องรัฐบาลหรือรัฐมนตรีอาจจะไปปรึกษาหารือกับนายทักษิณในเรื่องที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว เช่น การปราบปรามยาเสพติด โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค จนมาเป็นโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ หลายเรื่องในการปราบปรามเรื่องอาชญากรรม มีรัฐมนตรีไปปรึกษา แต่นายทักษิณไม่ได้มานั่งกำกับในเรื่องรัฐบาล และไม่ได้แทรกแซง
โดยเฉพาะในฐานะที่ตนเป็นประธานวิปรัฐบาล ยังไม่เคยได้รับโทรศัพท์จากนายทักษิณสักครั้งหนึ่งว่าให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่มีมาแทรกแซงเราเลย เพราะฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นเรายังเชื่อว่าขบวนการยังไม่สิ้นสุด
นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ส่วนคนที่มาออกข่าวบอกว่านายทักษิณไม่ได้ป่วยจริง แต่ถ้าฟังแล้วนายทักษิณบอกว่าป่วย แต่จะป่วยอย่างไร ยังอยู่ในกระบวนการที่ต้องสู้กัน แต่เชื่อมั่นว่าจะไม่มีปัญหาอะไรกับรัฐบาลได้เลย
เมื่อถามว่า วันที่ 13 พฤษภาคมนี้ที่พรรคเพื่อไทยประชุม สส. จะมีการนำเรื่องนายทักษิณเข้ามาพูดคุยหรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่าเรื่องนายทักษิณไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย ถึงแม้จะเป็นอดีตหัวหน้าพรรค หรืออดีตนายกรัฐมนตรี ถ้ามีเรื่องอะไรที่เป็นปัญหาจะต้องแก้ไข หรือรัฐมนตรีจะไปพบ ปรึกษาหารือก็ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย แต่เป็นเรื่องที่ปรึกษาหารือแล้วเป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง
นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ในที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทยวันที่ 13 พ.ค. จะมีการพูดถึงเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ที่จะเข้าสภา ว่าวันที่ 28-30 พ.ค. จะทันหรือไม่ ต้องดูว่าจะนำประเด็นไหนเข้าไปในที่ประชุมบ้าง โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ส่วนไหนควรจะสนับสนุน หรือส่วนไหนควรจะช่วยกันตัดออกไปที่ไม่เกี่ยวข้อง และไม่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง เราต้องช่วยกันดู
ไม่ใช่ฝ่ายค้านฝ่ายเดียวที่จะเป็นคนตัดงบประมาณ เราที่เป็นรัฐบาลเราก็ต้องตัดด้วย เพราะกรรมาธิการงบประมาณของฝ่ายค้านและรัฐบาลมีสัดส่วนเท่ากัน หากดูอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์ ทำแล้วจะเกิดปัญหาใช้เงินมากมายแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็เป็นหน้าที่กรรมาธิการที่ต้องทำหน้าที่ ช่วยกันดูและช่วยกันตัด และในพรรคเพื่อไทยก็ต้องช่วยกันพูด มาดู และศึกษาว่าอะไรที่เป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ เราให้ความสำคัญเรื่องนี้มากกว่าเรื่องอื่น