ปลัดคลังชงปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ ดันรายได้รัฐเพิ่ม 18% ของจีดีพี
ลวรณ แสงสนิท
ปลัดคลังเตรียมชง “พิชัย” ปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ เคาะภายในปีงบฯ 68 ดันรายได้รัฐบาลเพิ่ม 18% ของจีดีพี
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างทำแผนเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างภาษี โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลให้เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันการจัดเก็บรายได้รัฐอยู่ที่ 12-13% ของจีดีพี เพิ่มเป็น 18% ของจีดีพี ซึ่งจะเสนอให้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาภายในปีงบประมาณนี้
“เรื่องเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1 บาทต่อลิตร ใช้เวลาพิจารณาเพียง 2 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าเร็ว แต่สำหรับแนวคิดที่ให้กรมสรรพากร จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากผู้ประกอบการที่มีรายได้ขั้นต่ำ 1.5 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่จะเก็บเฉพาะผู้ประกอบการที่มีรายได้ 1.8 โดย รมว.คลังมองว่าวันนี้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น โดยดูความเหมาะสมน่าจะเป็นกลุ่มไหนอะไรบ้างว่าอะไร ซึ่งก็ทําการบ้านอยู่” นายลวรณกล่าว
ทั้งนี้ การปฏิรูปภาษี หากสามารถเก็บรายได้เพิ่มขึ้น 5% ทำให้คลังมีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นได้อีก 800,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดการขาดดุล ทำให้สามารถจัดทำงบประมาณสมดุลได้เร็วขึ้น
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ รองปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คณะกรรมการพัฒนาระบบรายได้รัฐบาล อยู่ระหว่างศึกษาการปฏิรูปภาษี ซึ่งจะต้องมีการวางแผนและดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของรัฐและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาระบบรายได้ไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่ดูเรื่องของรายได้ของรัฐทุกประเภทที่อยู่ในความรับผิดชอบกระทรวงการคลัง รวมถึงด้านทรัพย์สิน อย่างกรมธนารักษ์
“สำหรับเป้าจัดเก็บรายได้รัฐเพิ่มเป็น 18% ของจีดีพีขณะนี้ต้องได้แนวทางก่อน ถึงเวลาและสถานการณ์จะต้องเหมาะสม ทางนโยบายเองต้องเหมาะสมด้วย ต้องทำเป็นแพ็กเกจขึ้นมา แต่ต้องไม่ใช่ชิ้นเดียว และต้องดู 3 เรื่องสำคัญอย่าง 1.รายได้ 2.แข่งขัน 3.คนตัวเล็ก ต้องรอด” นายวินิจกล่าว