“พาณิชย์” เผยส่งออกเครื่องซักผ้า-โซลาร์เซลล์ไปสหรัฐ 5 เดือนหดตัวหนัก สั่งจับตารายงานทุก 10 วัน เตรียมทำ Action Plan รับมือสงครามการค้า พร้อมแนะเอกชนรุกตลาด “จีน แคนาดา เม็กซิโก อียู” ทดแทนสินค้าจากสหรัฐ
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมหารือประเมินผลกระทบจากการออกมาตรการทางการค้าของสหรัฐ และการตอบโต้ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของสหรัฐ ร่วมกับภาคเอกชน เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ได้มีประเทศคู่ค้าเริ่มใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อตอบโต้กับสหรัฐ หลังจากที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเป็นจำนวนหลายร้อยรายการ โดยการขึ้นภาษีตอบโต้กันจนขยายวงกว้างออกไปก็จะกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และบรรยากาศการค้าโลกได้ ดังนั้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศดูแล ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและมีรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายใน 10 วัน
ในส่วนของประเทศไทย หลังจากสหรัฐออกมาตรการกีดกันทางการค้าด้วยการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า “เครื่องซักผ้า” กับ “โซลาร์เซลล์” เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ (safeguard) ไปเมื่อต้นปีนี้ ปรากฏไทยส่งออกสินค้าทั้ง 2 รายการดังกล่าวไปยังสหรัฐลดลง โดยในช่วง 5 เดือนแรก มูลค่าการส่งออกเครื่องซักผ้าลดลง 30% ส่วนมูลค่าการส่งออกโซลาร์เซลล์ก็ลดลง50% นอกจากนี้ สินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมก็มีแนวโน้มว่าจะส่งออกไปสหรัฐลดลงเช่นกัน สำหรับมาตรการที่สหรัฐตอบโต้ประเทศจีนในกลุ่มทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคมนี้ “ยังไม่ได้รับผลกระทบทางลบกับสินค้าไทย”
พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ยังไม่พบการส่งออกสินค้าที่เข้าข่ายถูกขึ้นภาษีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐ-จีนทะลักเข้ามาไทยสูงขึ้นกว่าปกติ แต่ก็ได้เตรียมการรองรับทั้งเชิงรุกโดยให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเร่งการหาตลาดส่งออกใหม่ ๆ และเร่งเจรจา FTA การป้องกันเฝ้าระวังและเตรียมมาตรการรองรับสินค้าที่จะทะลักเข้าไทย โดยมอบหมายให้สำนักงานนโยบายยุทธศาสตร์การค้า จัดประชุมรายสินค้า เพื่อจัดทำแผนการดำเนินงาน (action plan) ต่อไป
“ตอนนี้เรายังประเมินว่าการตอบโต้ที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบต่อไทยไม่รุนแรงมาก เพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้ม ซึ่งอาจมีทั้งทางบวกและลบ ต่อไปสิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐและจีน อาจย้ายการลงทุนมายังประเทศไทย” นางสาวชุติมากล่าว
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า สินค้ายานยนต์/ส่วนประกอบ มีโอกาสส่งออกเพื่อทดแทนจีน ในตลาดสหรัฐ-จีนมากขึ้น สินค้าเกษตรมันสำปะหลัง-มะพร้าว-ชิ้นส่วนสัตว์ปีก มีโอกาสส่งออกสินค้าไปยัง 4 ประเทศที่ออกมาตรการตอบโต้สหรัฐ (จีน-แคนาดา-เม็กซิโก-สหภาพยุโรป) ส่วนปลาปรุงแต่ง-เนื้อสัตว์/ส่วนประกอบ มีโอกาสทดแทนสินค้าจากสหรัฐ ในตลาดจีน-แคนาดา
ด้าน น.ส.กัญญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ปีนี้ไทยจะยังส่งออกได้ 8% สงครามการค้าอยู่ระหว่างศึกษาในรายละเอียดรายพิกัดสินค้าที่ถูกจีน-สหรัฐปรับขึ้นภาษี แต่การที่จีนปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มข้าวสาลี-ข้าวโพด-ถั่วเหลืองจากสหรัฐ น่าจะเป็นผลดีต่อผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ทำให้สามารถนำเข้าวัตถุดิบได้ถูกลง
ส่วน ทพ.พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต นายกกิตติมศักดิ์สมาคมยางพาราไทย ประธานกรรมการ บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด เชื่อว่าสงครามการค้าไม่กระทบกับการส่งออกยาง ถึงแม้ว่าจีนหรือสหรัฐไม่นำเข้า อาจจะทำให้มาร์เก็ตแชร์ในตลาดหายไป แต่ก็จะเปลี่ยนไปที่ตลาดอื่นแทน