อินเดีย แบ่งข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ 3 ระยะ
รัฐบาลอินเดียหารือข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ ออกแบบโครงสร้างเป็น 3 ระยะ และคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงในระยะแรกได้ก่อนเดือนกรกฎาคมนี้
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า อินเดียกำลังหารือโครงสร้างข้อตกลงการค้าที่แบ่งเป็น 3 ระยะ และคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวได้ก่อนเดือนกรกฎาคม หรือก่อนกำหนดเส้นตายหมดระยะเวลาพักภาษี 90 วันของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ
รายงานอ้างเจ้าหน้าที่อินเดียที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา ว่าข้อตกลงชั่วคราวหรือพักรบระยะแรกนี้มีแนวโน้มครอบคุลมในหลายสาขารวมถึงการเข้าถึงตลาดของสินค้าอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรบางรายการ และแก้ไขกำแพงการค้าที่มิใช่ภาษีจากฝั่งอินเดีย เช่น ข้อกำหนดควบคุมคุณภาพ
ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจา และยังไม่ได้รับการยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐเห็นพ้องกับกระบวนการสามระยะนี้หรือไม่ ขณะนี้นายปิยุช โกยาล รมว.พาณิชย์อินเดียเจรจาการค้าอยู่ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐ กำหนดระยะเวลา 4 วัน โดยจะสิ้นสุดการหารือในวันนี้ (20 พฤษภาคม) เวลาท้องถิ่นสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะประชุมกับทีมเจรจาของสหรัฐรวมถึงเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐและโฮเวิร์ด ลุตนิก รมว.พาณิชย์สหรัฐ เพื่อทำให้การเจรจาต่อรองคืบหน้า
ระยะที่ 2 ข้อตกลงระหว่างสหรัฐและอินเดียอาจจะเป็นข้อตกลงที่กว้างขึ้นและมีรายละเอียดเพิ่ม กำหนดเวลาเจรจาในประมาณเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน แนวโน้มอาจครอบคลุม 19 สาขา ตามร่าง TOR ที่สองฝ่ายเห็นพ้องแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ช่วงเวลาบรรลุข้อตกลงอาจเกิดขึ้นในช่วงที่ทรัมป์เยือนอินเดียในการประชุมสุดยอดควอด (Quad) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของชาติประชาธิปไตย 4 ชาติ รวมถึงญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ที่นักวิเคราะห์มองว่ามีจุดประสงค์ในการคานอำนาจและต่อต้านอิทธิพลจีน
ระยะที่ 3 มีแนวโน้มจะเป็นข้อตกลงการค้าแบบครอบคลุม เกิดขึ้นภายหลังการอนุมัติจากสภาคองเกรสในทันที อาจเสร็จในปีหน้า (2026)
อินเดียเป็นหนึ่งในห้าประเทศที่เริ่มเจรจาการค้ากับสหรัฐแล้ว ภายหลังการเยือนสหรัฐของนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่นานหลังจากทรัมป์สาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ สองผู้นำเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการค้าและทำงานเพื่อให้บรรลุข้อตกลงการค้าในระยะแรกภายในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ นับตั้งแต่นั้นรัฐบาลอินเดียส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ของชัยชนะทางการค้าร่วมกันก่อนกำหนด
แม้ว่าเจ้าหน้าที่ของอินเดียจะระบุว่าการเจรจายังคงดำเนินไปตามปกติ แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีสัญญาณของความตึงเครียดเกิดขึ้น ดูเหมือนอินเดียจะใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นในการเจรจา โดยในสัปดาห์ที่แล้วได้ขู่ว่าจะขึ้นภาษีสินค้าของสหรัฐ ส่วนทรัมป์ยังอ้างว่าอินเดียเสนอที่จะลดภาษีสินค้าสหรัฐเหลือศูนย์ ขณะที่ก็ลดความเร่งด่วนในการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกันลง
นอกจากนี้ ความคิดเห็นของผู้นำสหรัฐเกี่ยวกับบทบาทในการเจรจาหยุดยิงระหว่างอินเดียและปากีสถาน ก็เป็นเหตุให้เกิดความหงุดหงิดในรัฐบาลอินเดียเช่นกัน
ทรัมป์กล่าวว่าเขาใช้การค้าเป็นเครื่องมือในการต่อรอง เพื่อให้เกิดการสงบศึกระหว่างอินเดียและปากีสถาน หลังจากความขัดแย้งทางทหารที่ครอบคลุมเวลานาน 4 วัน จากกรณีอินเดียกล่าวหาปากีสถานสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายในเหตุกราดยิงนักท่องเที่ยวในรัฐชัมมูและแคชเมียร์เมื่อ 22 เมษายน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่งทำให้สองประเทศเพื่อนบ้านที่ต่างครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เกือบจะทำสงครามเต็มรูปแบบ แต่เจ้าหน้าที่ของอินเดียปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์