กอ.รมน. จังหวัดเชียงราย ร่วมกับเทศบาลตำบลแม่สาย ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าการขุดลอกทำผนังกันน้ำ บริเวณบ้านหัวฝาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ด้านแม่ค้าสายลมจอย ไม่ขอย้ายออก เพราะจ่ายค่าเช่าที่ล่วงหน้าแล้ว
รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงราย เมื่อเวลา 09.30 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรจังหวัดเชียงราย (กอ.รมน.) โดย พ.ท.นิรุธ ณ ลำปาง รองหัวหน้ากลุ่มงานประสานความมั่นคงฯ ได้เตรียมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย งวดที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2568 ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยได้ร่วมประสานความร่วมมือกับนายวรรณศิลป์ จีระกาศ ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย เพื่อรับทราบปัญหาและแนวทางการเตรียมรับมือในเรื่องอุทกภัย ช่วงฤดูฝนที่จะถึงนี้ ซึ่งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าในการลอกคลองในชุมชนและการขุดลอกทำผนังกันน้ำของทหารช่าง บริเวณบ้านหัวฝาย
สรุปผลการประชุม มีดังนี้
- เทศบาลตำบลแม่สายได้ขุดลอกท่อและคลอง ภายในชุมชนไปแล้ว 4 ครั้ง
- เมื่อฝนตกจะมีดินโคลนและทรายไหลเข้าไปในทางระบายน้ำเหมือนเดิม
- ขาดแคลนงบประมาณในการขุดลอกท่อและคลองระบายน้ำ
- การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ให้ทหารช่างเป็นผู้รับผิดชอบ โดยให้เทศบาลตำบลแม่สายเป็นผู้เจรจาพูดคุยกับชาวบ้านในการแก้ไขปัญหา
- ตลาดสายลมจอยแม่ค้ายังมีกำไร และไม่ขอย้ายออก เพราะได้จ่ายค่าเช่าพื้นที่ล่วงหน้าในระยะยาว 4-5 ปี เมื่อเกิดอุทกภัยจะไม่มีการเรียกร้องจากทางรัฐบาล
- แผนการรับมืออุทกภัยของเทศบาลตำบลแม่สาย คือ การเตรียมการแจ้งเตือนการอพยพประชาชนเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย
- ประชาชนในพื้นที่มีความตื่นตัวและพร้อมให้ความร่วมมือกับทางราชการในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะต่อไป
- เทศบาลตำบลแม่สาย ขอประสานการปฏิบัติกับ กอ.รมน.เชียงราย เพื่อแจ้งประสานกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย (ปภ.จว. ชร.), หน่วยทหารในพื้นที่, ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และปกครองจังหวัดเชียงราย ในการทำแผนและซักซ้อมการอพยพประชาชน หากเกิดเกิดน้ำท่วม ณ เทศบาลตำบลแม่สาย อ.แม่สาย

การขุดลอกแม่น้ำรวกและแม่น้ำสาย ถือเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยทหารช่าง กองทัพบก กองทัพภาคที่ 3 และทางการเมียนมาร์ โดยได้เริ่มปฏิบัติงานมาตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2568 และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 มิถุนายน 2568 เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูน้ำหลากที่กำลังจะมาถึง พร้อมเสริมความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่แม่สาย ที่จะสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น