วัตสันเผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคกว่า 4,000 คนทั่วประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงหลากหลายเทรนด์สำคัญในตลาดสุขภาพ-ความงามไทยในปี 2568 นี้ที่เป็นพลังสำคัญในการผลักดันตลาดสุขภาพ-ความงาม
“ไวรัล” ไม่ใช่แค่คำ แต่คือกำลังซื้อที่จับต้องได้
ในยุคดิจิทัล การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยังคงได้รับอิทธิพลจากโซเชียลมีเดีย อันดับหนึ่งแน่นอนว่า 52% เป็น Facebook ขณะที่ TikTok มีความนิยมรองมาอยู่ที่ 45% พบว่าภายในปีเดียวแอปนี้เติบโตแบบก้าวกระโดดมากขึ้นเท่าตัว สะท้อนว่า “ไวรัล” ไม่ใช่แค่คำ แต่คือกำลังซื้อที่จับต้องได้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่น่าจับตามองและยังคงมีอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง
ตามด้วย Instagram และ YouTube ที่รักษาพื้นที่ไว้ได้ดี ที่น่าสนใจคือ “รีวิวจากผู้ใช้จริง” กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มความงาม สกินแคร์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความเชื่อถือในประสบการณ์จริงมากกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิม
ฮิตไม่พอ ต้องน่าเชื่อถือด้วย
จากผลสำรวจพบว่าเกินครึ่ง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับส่วนผสมและคุณประโยชน์ เมื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือวิตามิน แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการดูแลตัวเองในปีนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกระแสความนิยม แต่ขับเคลื่อนด้วย “ความรู้ ความเข้าใจ และความใส่ใจ” ขณะที่ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ยังคงเป็นองค์ประกอบหลักที่ผู้บริโภคกว่า 72.8% ใช้ในการตัดสินใจซื้อ
ความคุ้มค่า คือหัวใจสำคัญ
แม้ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับคุณภาพ แต่ความคุ้มค่ายังคงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ โดย 3 ใน 4 หรือมากถึง 75% ระบุว่าให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากที่สุด ขณะที่ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ความงามและผู้ซื้อ สกินแคร์ ยอมรับว่าโปรโมชั่นมีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญ
โอกาสแบรนด์ไทยต่อยอดผ่าน Brand Storytelling
แบรนด์ไทยกำลังเข้าสู่จุดแข็งของการเป็น “แบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่น” เกือบ 80% มองว่าแบรนด์ไทยมีภาพลักษณ์ดีและเป็นที่นิยมมากขึ้น สะท้อนว่าการสร้างคุณภาพควบคู่กับราคาที่เหมาะสม คือจุดเปลี่ยนสำคัญ
ที่ทำให้ผู้บริโภคเปิดใจ 77% ใส่ใจในเรื่อง “สรรพคุณและส่วนผสม” รองลงมาเป็นเรื่องของ “ราคา” คือ 61% จุดนี้ถือเป็นโอกาสของแบรนด์ไทยในการต่อยอดผ่าน Brand Storytelling และการสร้าง Trust-Based Marketing เพื่อรักษาแรงสนับสนุนจากฐานลูกค้าที่กำลังเติบโตอย่างยั่งยืน
ต้องช็อปง่าย เมื่อไหร่ก็ได้
ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ช็อปแค่ “ที่ไหนก็ได้” แต่ต้อง “เมื่อไหร่ก็ได้” โดยผลสำรวจพบว่า 72% ของผู้บริโภคเลือกช็อปทั้งหน้าร้านและออนไลน์ และเกินครึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวกในการช็อปมากที่สุด