‘พิชัย’ เผยไทยต้องเร่งปฏิรูปภาษี หากรายได้รัฐลด-หนี้พุ่ง พร้อมอัดฉีดงบ 1.57 แสนล้านฟื้นเศรษฐกิจซบ สั่ง สศช.จัดลำดับใช้งบ 4 ล้านล้านบาท ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การปฏิรูปภาษีเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมาไทยเคยจัดเก็บภาษีได้ 16% ของจีดีพี จากประเทศอื่น ๆ อยู่ที่สัดส่วน 18% ของจีดีพี และปัจจุบันการนี้เราจัดเก็บภาษีลดลงมาอยู่ที่ 14%
“วิธีการเก็บภาษีจะต้องปรับใหม่ หากไม่ทำเช่นนั้น ภาครัฐจะมีปัญหา เพราะหากรายได้น้อย หนี้ก็จะเพิ่มขึ้น มีการขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อสัดส่วนหนี้สาธารณะ ซึ่งสุดท้ายแล้วจะมีผลต่อประเทศ” นายพิชัย กล่าว
ทั้งนี้รัฐบาลเตรียมอัดฉีดงบ 157,000 ล้านบาท ภายใน 3 เดือน กระตุ้นเศรษฐกิจไทยปีนี้ ที่โตชะลอเหลือ 3.1% ใน 9 เดือนแรก คาด GDP ปีนี้โต 1.2-2% จากเดิม 3% งบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรวมกว่า 4 ล้านล้านบาท เตรียมจัดลำดับความสำคัญใหม่ พร้อมช่วย SMEs ผ่าน Soft Loan ของธนาคารออมสินเพิ่มสภาพคล่องตลาด หวังฟื้นความเชื่อมั่นดึงเงินลงทุนกลับสู่ตลาดหุ้นอีกครั้ง
ทั้งนี้สัญญาณที่ชี้ให้เห็นถึงความอ่อนแรงของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา คือ การเติบโตของ GDP ที่ชะลอลงต่อเนื่องตลอด 15 ปี จากอัตราโตระดับ 10% ในอดีต สู่ระดับเพียง 1.9% ในปัจจุบัน โดยปัจจัยที่ ฉุดการเติบโตของประเทศ ได้แก่
1.โตต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ แม้ไทยจะมีพื้นที่เกษตรอุดมสมบูรณ์ ประชากรกว่า 60 ล้านคน และเป็นจุดหมายท่องเที่ยวระดับโลก แต่ศักยภาพเหล่านี้กลับไม่สะท้อนออกมาเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
2.มีการเจริญเติบโตต่ำกว่าประเทศอาเซียน ซึ่งหลายที่ในประเทศเพื่อนบ้านเจริญเติบโตมากกว่า
3.การลงทุนที่หดตัวลงครึ่งหนึ่ง จากเดิมที่การลงทุนภาคเอกชนเคยสูงถึง 40% ของ GDP ในช่วงก่อนหน้านี้ ปัจจุบันลดเหลือเพียง 20%
ซึ่งสิ่งสำคัญคือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในระยะสั้นจะต้องเตรียมรับมือกับการเจรจาสหรัฐที่ยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใด โดยโยกงบกลาง 157,000 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและตามความจำเป็น เช่น มีการนำแผนของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เสนอใช้งบประมาณรวม 4 ล้านล้านบาท
โดยคลังได้สั่งการให้ไปบริหารจัดการแต่ละโครงการว่าโครงการใดสามารถทำได้บ้างในแต่ละปี ตั้งแต่ปี 2568-2571 โดยเฉพาะการการแก้ปัญหาด้านน้ำเพื่อการ อุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม