Skip to content

“โกลบเทค”จับเทรนด์IOT ลุยสมาร์ทโฮม-แวร์เฮ้าส์

28 มิ.ย. 2561 | 16:24น.
“โกลบเทค”จับเทรนด์IOT ลุยสมาร์ทโฮม-แวร์เฮ้าส์

“โกลบเทค” ขยายสู่ IOT จับมือ Daliworks จากเกาหลีใต้ รุกอสังหาฯ-คลังสินค้า-การเกษตร พร้อมดัน”เอดาส” ระบบขับขี่ปลอดภัยเจาะกลุ่มขนส่ง-โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ตั้งเป้ารายได้ 200 ล้านบาท

นายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด ผู้ให้บริการข้อมูลแผนที่ดิจิทัลในอาเซียน แบรนด์ “NOSTRA” เปิดเผยว่า ปีนี้จะนำเทคโนโลยี IOT (อินเทอร์เน็ตออฟทิงส์) มาให้บริการเพิ่ม นอกเหนือ5 บริการหลักในปัจจุบัน ได้แก่ 1.ระบบนำทาง (navigation) 2.ข้อมูลด้านโลเกชั่น เพื่อการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ (geographic information system : GIS) 3.online map service 4.ระบบติดตามรถยนต์ (GPS) 5.แผนที่กระดาษ โดยได้จับมือกับบริษัท Daliworks ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้าน IOT ในเกาหลีใต้ นำแฟลตฟอร์ม ThingPlus สำหรับจัดการข้อมูล IOT บนคลาวด์แบบเรียลไทม์ มาให้บริการในไทย ภายใต้ชื่อ “NOSTRA Thing+IOT Platform” เจาะกลุ่มสมาร์ทโฮม สมาร์ทแวร์เฮาส์ และสมาร์ทฟาร์ม

“การ์ตเนอร์คาดการณ์ว่า ปี 2563 จะมีการเชื่อมต่อของ IOT กว่า 2 หมื่นล้านชิ้น ก่อให้เกิดข้อมูล 20 zettabytes และมีมูลค่าตลาดถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดย 65% ขององค์กรในโลกจะนำมาใช้ในธุรกิจ ส่วนไทย IDC คาดว่าจะมีผู้ใช้อุปกรณ์ IOT 2.2 ชิ้น/1 คน”

นอกจากนี้ยังร่วมมือกับโมบิลอาย (Mobileye) นำระบบนำทางเพิ่มความสามารถในการดูแลความปลอดภัยหรือ “เอดาส” (advanced driver-assistance systems : ADAS) จากอิสราเอล มาต่อยอดด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ด้วยการใช้กล้องตรวจจับการขับรถที่สุ่มเสี่ยง เช่น การเปลี่ยนเลนกะทันหัน โดยให้บริการในรูปแบบเทเลเมติกส์ ช่วยให้คนขับสื่อสารกับศูนย์ให้บริการได้ง่าย ปัจจุบัน “โตโยต้า” และ “เอ็มจี” ได้นำระบบเทเลเมติกส์มาใช้อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ เช่น จองร้านอาหาร, จองโรงแรม โดยโกลบเทคได้ร่วมมือกับ “วงใน” เพื่อให้บริการหาร้านอาหาร ส่วนของเอดาส บริษัทจะเน้นเจาะตลาดผู้ขับขี่ทั่วไป, กลุ่มธุรกิจขนส่ง และโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ (OEM)

“ต่อไปค่ายรถยนต์ไม่ได้แข่งที่ประสิทธิภาพรถ แต่จะนำเทเลเมติกส์มาให้บริการแข่งกัน ทั้งยังใช้ในธุรกิจประกัน เพื่อประเมินเบี้ยประกันของลูกค้า จากพฤติกรรมการขับขี่”

ในส่วนของบริการแผนที่ บริษัทจะปรับให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วย in door map หรือแสดงแผนที่ในอาคาร รวมถึงนำไปประยุกต์กับ IOT ในการใช้ระบุตำแหน่งในอาคารพร้อมแจ้งเตือนได้ด้วย

ปี 2560 บริษัทมีรายได้ 160 ล้านบาท แบ่งเป็น ระบบนำทาง 60% GIS 30% online map service 8% อื่น ๆ 2% ส่วนปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 200 ล้านบาท โดยจะมาจากระบบนำทาง 60% GIS และ online map service 32% ไอโอทีและเอดาสเป็น 5% และอื่น ๆ 3%

ทั้งคาดว่าธุรกิจระบบนำทางจะโต 12.5% ส่วนธุรกิจ GIS และ online map service โต 15% โดยในปี 2563 คาดว่าสินค้ากลุ่ม IOT และเอดาสจะมีรายได้ราว 20% ของรายได้รวม

“ตอนนี้กรมการขนส่งฯออกกฎให้รถโดยสารต้องติดจีพีเอส ทำให้โอกาสเติบโตใน 1-2 ปีนี้มีมาก แต่อีกหนึ่งที่สร้างโอกาสในการเติบโตคือ เอดาส เพราะในยุโรปเอดาสเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของยุโรป แม้ว่าในประเทศไทยยังไม่มีกฎในการติดตั้ง แต่มีแนวโน้มที่จะถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานในไทยและภูมิภาค ดังนั้นค่ายรถจะต้องหาพันธมิตรในประเทศไทย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

IoT