เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บำรุงราษฎร์ขยายศูนย์จักษุ ลุยปักธงฮับเคสยากอาเซียน
Business บำรุงราษฎร์ขยายศูนย์จักษุ ลุยปักธงฮับเคสยากอาเซียน
ค่าเงินบาทวันนี้ (11 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (11 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศวันนี้ (11 ก.ย. 69) ภาคใต้ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 70% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (11 ก.ย. 69) ภาคใต้ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 70% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ย. 69) ปรับลง 2.18% อยู่ที่ 76,672 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ย. 69) ปรับลง 2.18% อยู่ที่ 76,672 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
นับถอยหลัง Gastech 2026 โลกถกพลังงานผันผวน-ไทยมุ่งคุมก๊าซ
Economic นับถอยหลัง Gastech 2026 โลกถกพลังงานผันผวน-ไทยมุ่งคุมก๊าซ
Wellness Economy เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่
Economic Wellness Economy เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่
มติสภาผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จับตาแผนใช้งบกลาง 1.2 หมื่น ล. กระตุ้นเศรษฐกิจ
Politics มติสภาผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จับตาแผนใช้งบกลาง 1.2 หมื่น ล. กระตุ้นเศรษฐกิจ
“โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
Business “โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
Uncategorized บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
ดูทั้งหมด

กรมวิทย์ฯ เฝ้าระวังโควิด พบ NB.1.8.1 เพิ่มขึ้น คาดเป็นสายพันธุ์หลักในไทย

29 พ.ค. 2568 | 15:36น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เฝ้าระวังโควิด พบ NB.1.8.1 สายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน ที่มีต้นกำเนิดมาจากสายพันธุ์ลูกผสม แนวโน้มเพิ่มขึ้น คาดเป็นสายพันธุ์หลักในไทย-ทั่วโลก

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก ยังคงให้ความสำคัญกับการติดตามสายพันธุ์ก่อโรคโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งรวมถึงสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง (Variants of Interest – VOI) อย่าง JN.1*และสายพันธุ์ที่ต้องจับตามอง (Variants under Monitoring-VUM) อีก 6 สายพันธุ์ ได้แก่ KP.3*, KP.3.1.1*, LB.1*, XEC*, LP.8.1*และ NB.1.8.1 ทั้งนี้ สัดส่วนของสายพันธุ์โอมิครอนทั่วโลก อ้างอิงข้อมูลจากฐานข้อมูลกลาง หรือ จีเสด (GISAID) ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง วันที่ 27 เมษายน 2568 พบว่า

  • LP.8.1* มีสัดส่วนสูงที่สุดในสัปดาห์ที่ 14 (42.0%) แต่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงสัปดาห์ที่ 17 (39.0%)
  • NB.1.8.1 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ 14 (2.5%) จนถึงสัปดาห์ที่ 17 (10.7%)
  • XEC*มีสัดส่วนลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ 14 (22.3%) จนถึงสัปดาห์ที่ 17 (17.8%)
นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน มีต้นกำเนิดมาจากสายพันธุ์ลูกผสม XDV.1.5.1 โดยพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 ปัจจุบัน NB.1.8.1 พบใน 22 ประเทศทั่วโลก จำนวนลำดับพันธุกรรมที่พบ 518 ราย ยังน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ สัดส่วนของ NB.1.8.1 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าสายพันธุ์นี้กำลังแพร่หลายมากขึ้น และเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์ที่ต้องจับตามอง

“สิ่งที่ทำให้ NB.1.8.1 น่าจับตา คือมีการกลายพันธุ์ในตำแหน่งโปรตีนหนามหลายจุดที่เพิ่มเติมจากสายพันธุ์ JN.1 รวม 7 ตำแหน่ง ได้แก่ S:T22N, S:F59S, S:G184S, S:A435S, S:F456L, S:T478I, S:Q493E ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแพร่กระจายและหลบหลีกภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีข้อมูลว่า NB.1.8.1 อาจจะแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น”
นพ.ยงยศกล่าว และว่าสำหรับสถานการณ์ของไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธุ์โอมิครอนในประเทศไทย

โดยผลจากการถอดรหัสพันธุกรรมเชื้อก่อโรคโควิด-19 ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์ฯ ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2568 พบสายพันธุ์โอมิครอน JN.1*, KP.3.1.1*, KP.3*, LP.8.1*, NB.1.8.1, Other, และ XEC* ข้อมูลที่น่าสนใจคือ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ขณะที่สายพันธุ์ XEC* และ JN.1* มีสัดส่วนลดลง

  • NB.1.8.1: ไม่พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ในเดือนมกราคมถึงมีนาคม แต่เพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนเมษายน (43 ราย) และพฤษภาคม (167 ราย) จำนวนผู้ติดเชื้อรวม 210 ราย
  • JN.1*: พบมากที่สุดในเดือนมกราคม (17 ราย) แต่จำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือเพียง 5 รายในเดือนพฤษภาคม
  • XEC*: จำนวนผู้ติดเชื้อค่อนข้างคงที่ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนพฤษภาคม
  • สายพันธุ์อื่น ๆ : (KP.3.1.1*, KP.3*, LP.8.1*, Other) มีจำนวนผู้ติดเชื้อน้อย

นพ.ยงยศกล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์ฯ และเครือข่ายยังคงเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง โดยรวบรวมตัวอย่างจากทั่วประเทศตรวจหาสารพันธุกรรมถอดรหัสจีโนม และเผยแพร่ข้อมูลผ่านจีเสดอย่างสม่ำเสมอ การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ช่วยให้ห้องปฏิบัติการ (แล็บ) พร้อมรับมือการระบาดในอนาคต สิ่งสำคัญคือ การป้องกันตนเอง สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อย ๆ ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันและสุขภาพส่วนบุคคล ไม่ใช่จำเพาะกับสายพันธุ์เท่านั้น ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด