THAIFEX-Anuga Asia 2025 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย วันที่ 27-31 พฤษภาคม 2567 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด From the Nature’s Finest Sources จากแหล่งธรรมชาติที่ดี สู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
ถือเป็นเวทีที่เปิดให้ผู้ประกอบการนำเสนอนวัตกรรมอาหาร เจรจาการค้า ตอกย้ำประเทศไทยคือ ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารโลก หรือ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ที่ผลักดันโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ เยอรมนี
ซึ่งปี 2567 ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าอาหารรายใหญ่อันดับ 12 ของโลก และปี 2568 คาดว่าจะมีมูลค่าส่งออก 1.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 งานนี้ถือเป็นการแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นกลไกสำคัญให้ SMEs สตาร์ตอัพ และบริษัทขนาดใหญ่ ได้เจรจาธุรกิจกับพันธมิตรทั่วโลก
โดยมีผู้ประกอบการ 3,200 บริษัทจากไทย และอีก 56 ประเทศเข้าร่วม มีบูท 6,200 คูหา ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่สินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป และเทคโนโลยีอาหาร คาดว่ามีผู้เข้าชมงาน 90,000 ราย จาก 140 ประเทศ ก่อเกิดมูลค่าการสั่งซื้อในงาน และ 1 ปีหลังงาน กว่า 98,000 ล้านบาท

“มาริษา เจียรวนนท์” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเชฟแคร์ส และประธานบริหาร วิสาหกิจเพื่อสังคม เชฟแคร์ส โปรเจ็กต์ เปิดเผยว่า ปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 5 กับธุรกิจเพื่อสังคม “เชฟแคร์ส” จากอาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพ รังสรรค์โดยเชฟชั้นนำ พร้อมนำกำไร 100% คืนสู่สังคม ได้เปิดศักราชนำสนอ 7 ผลิตภัณฑ์ใหม่ มาร่วมในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2025 เพื่อผลักดันการส่งออกอาหารไทย และผลไม้แปรรูปให้ต่างชาติได้ลิ้มลอง
โดยมีไฮไลต์สำคัญ 2 จุด คือ จุดแรกบูท Chef Cares (Booth No. 2-R68) เป็นผลไม้แปรรูป ย้ำถึงความเป็นไทย และประโยชน์ทางสุขภาพ เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้เสียบไม้แช่แข็ง มะม่วงน้ำดอกไม้เคลือบช็อกโกแลต ข้าวเหนียวมะม่วง และมะพร้าวน้ำหอมแบบเปิดง่าย
จุดที่ 2 เป็นของ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร บูท CPF (Booth No. 2-U01) โชว์ความเป็น Soft Power อาหารสตรีตฟู้ดไทย ก้าวไกลระดับโลก ผ่าน “ซอสพริกศรีราชา สูตรเจ๊ไฝ” และผัดไทย-ผัดขี้เมา-ข้าวซอยกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งร่วมพัฒนาเมนูกับ “เจ๊ไฝ” ทั้งหมด
“มาริษา” กล่าวว่า สินค้าที่เชฟแคร์สนำมาจัดแสดงในปีนี้ มุ่งที่การส่งออก โดยมีสินค้าที่ได้เปิดจัดจำหน่ายไปแล้ว คือ มะม่วงน้ำดอกไม้เสียบไม้แช่แข็ง (Frozen Mango Sticks) มะม่วงน้ำดอกไม้เคลือบช็อกโกแลต (Frozen Chocolate-Dipped Mango Sticks) และข้าวเหนียวมะม่วง
ที่ผ่านมา เชฟแคร์สได้รุกขยายการส่งออกไปแล้ว 6 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี, เบลเยียม, สวิตเซอร์แลนด์, นอร์เวย์, โรมาเนีย และสหรัฐอเมริกา ล้วนเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และประชากรแต่ละประเทศต่างให้ความสนใจกับอาหารไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ เชฟแคร์สได้ก้าวสู่ตลาดอเมริกาอย่างเป็นทางการแล้ว
ด้วยการจับมือกับ Bellisio Foods หนึ่งในผู้นำด้านอาหารพร้อมทานในสหรัฐอเมริกา วางจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้เคลือบช็อกโกแลต ในห้างค้าส่ง Costco ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา และกลายเป็นสินค้า “ไวรัล” ในโลกโซเชียลมีเดียที่อเมริกา ล่าสุด กำลังหารือขยายเครือข่ายการขายไปสู่ Costco ในภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคม 2568 เชฟแคร์สได้นำผลิตภัณฑ์จากมะม่วงน้ำดอกไม้แช่แข็ง จัดเสิร์ฟให้ผู้นำและนักธุรกิจจากทั่วโลกด้วย ในงาน Thailand Reception ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกับ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ในโอกาสการประชุม World Economic Forum 2025 นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ช่วยแสดงศักยภาพของวัตถุดิบไทย และยกระดับภาพลักษณ์อาหารไทยสู่สายตาผู้นำจากทั่วโลก
นอกจากนี้ เชฟแคร์สร่วมเปิดตัวแบรนด์ “Jay Fai To Go” อย่างเป็นทางการครั้งแรก ภายใต้แนวคิดการนำ “สตรีตฟู้ดไทยสู่เวทีโลก” โดยเปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์เด่น ๆ อย่าง “ซอสพริกศรีราชา สูตรเจ๊ไฝ” ที่คงเอกลักษณ์ของรสชาติจัดจ้านแบบไทยแท้
“แต่เป็นซอสของคนรุ่นใหม่ ทานกับอาหารสัญชาติไหนก็อร่อย และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในอนาคต ภายใต้แบรนด์ Jay Fai To Go”
นับเป็นก้าวที่สำคัญของการต่อยอดจากความร่วมมือของมืออาชีพในปี 2566 ระหว่าง “เจ๊ไฝ เชฟสตรีตฟู้ดไทย” กับบริษัท นงชิม (Nongshim) แบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอันดับ 1 จากประเทศเกาหลีใต้ ที่ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ “Shin Ramyun” รสต้มยำ และต้มยำแห้ง โดยเปิดตัวและจำหน่ายในประเทศไทยไปแล้ว พร้อมขยายตลาดการขายไปทั่วโลกอีกเช่นกัน
เรียกได้ว่า เป็นการรวมพลังของการยกระดับอาหารไทยสู่เวทีนานาชาติ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก
“เป้าหมายหลักของการเข้าร่วมงาน THAIFEX-Anuga Asia 2025 ไม่ใช่เพียงแค่รายได้จากการส่งออกผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์เชฟแคร์สเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการส่งเสริม Soft Power อาหารของไทยไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลกด้วย”
ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ภาคการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้เกษตรกรไทย ที่เป็นผู้ผลิตต้นน้ำมีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“ทั้งนี้ เชฟแคร์สยังยึดมั่นในพันธกิจด้านสังคม โดยมอบกำไร 100% กลับคืนสู่สังคม เพื่อส่งต่อโอกาส สนับสนุนชุมชนที่เปราะบาง และขับเคลื่อนความยั่งยืนในห่วงโซ่อาหารอย่างแท้จริง” มาริษากล่าวทิ้งท้าย