“ประชาชาติธุรกิจ” ร่วมฉลองเทศกาล Pride Month ชวนสำรวจดีไซน์สาย Apple Watch รุ่น “Pride Edition” ตั้งแต่ปี 2020-2025
เข้าสู่ “Pride Month” เดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) อย่างเป็นทางการ
นอกจากจะมีกิจกรรมส่งเสริมความเท่าเทียมเกิดขึ้นมากมายแล้ว ยังเป็นเดือนที่หลายแบรนด์พร้อมใจกันออกสินค้า Limited Edition ซึ่งออกแบบด้วยธีม “สีรุ้ง” มาวางจำหน่ายเป็นพิเศษ
หนึ่งในนั้นคือ “แอปเปิล” (Apple) ที่ออกสาย Apple Watch ดีไซน์พิเศษ รุ่น “Pride Edition” มาเสิร์ฟสาวกแอปเปิลตั้งแต่ปี 2017 หลังจากที่ปี 2016 Apple ทำสาย Sport Loop สีรุ้งรุ่นพิเศษแจกให้เหล่าพนักงานนำไปใช้ในการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ระหว่างที่ร่วมเดินขบวนงาน Pride
ดีไซน์ของสาย Apple Watch รุ่น Pride Edition ช่วงปี 2017-2019 จะเน้นที่การไล่สีรุ้งบนสายแบบ Sport Loop ก่อนที่ในปีต่อ ๆ มาจะมีมิติของการดีไซน์ที่ซับซ้อนมากขึ้น
โดยดีไซน์ของสาย Apple Watch รุ่น Pride Edition ตั้งแต่ปี 2020-2025 เป็นดังนี้
2020


เป็นปีแรกที่ Apple ทำคอลเล็กชั่น Pride กับสายแบบ Sport Band ซึ่งมีส่วนที่ทำร่วมกับแบรนด์ “ไนกี้” (Nike) ด้วย
2021


สายแบบ Braided Solo Loop ถักทอสีรุ้ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการผสานธง Pride หลายรูปแบบเข้าด้วยกัน เพื่อสื่อถึงประสบการณ์อันหลากหลายในกลุ่ม LGBTQ+ รวมถึงประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวที่กินเวลายาวนานหลายรุ่น
นอกจากจะสื่อถึงผู้ที่เสียชีวิตจากโรค HIV/AIDS แล้ว สีดำและสีน้ำตาลสื่อถึงชุมชนคนผิวดำและละติน ขณะที่สีฟ้าอ่อน สีชมพู และสีขาวสื่อถึงคนข้ามเพศและนอนไบนารี่
2022


สายแบบ Sport Loop ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการนำเสนอคำว่า “Pride” รูปแบบใหม่ โดยใช้ประโยชน์จากดีไซน์ของ Sport Loop ที่ให้ความสบาย ทนทาน และปรับเปลี่ยนได้
Apple ใช้เทคนิคใหม่เพื่อนำเอาห่วงที่ถักทอจากไนลอนแบบสองชั้นบนสายออกไป เพื่อนำเสนอคำว่า “Pride” ในตัวหนังสือสไตล์ Cursive ที่เป็นตัวหนังสือแบบตวัดหางต่อเนื่องกัน ซึ่งมาจากตัวหนังสือทักทาย “hello” บนหน้าจอ Macintosh เครื่องแรกเมื่อปี 1984 และนำมาปรับโฉมให้ดูสมัยใหม่ในลุคแบบสามมิติ
อีกทั้งยังออกแบบการไล่ระดับสีที่ผสมผสานสีสันของสายรุ้งแบบดั้งเดิมกับสีสันที่ดึงมาจากธง Pride หลากหลายแบบ ทั้งสีฟ้าอ่อน สีชมพู และสีขาว ที่แสดงถึงบุคคลข้ามเพศและผู้ที่ปราศจากการยึดติดทางเพศ รวมถึงสีดำและสีน้ำตาลที่เป็นสัญลักษณ์ของชุมชนชาวผิวดำและชาวละติน โดยสีสันเหล่านี้ยังแสดงถึงผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับ HIV/AIDS หรือเสียชีวิตไปเนื่องจากโรคดังกล่าวอีกด้วย
2023

สายแบบ Sport Band ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความแข็งแกร่งและความงาม แสดงให้เห็นถึงสีรุ้งซึ่งเป็นสีดั้งเดิมของธง Pride และสีอื่น ๆ อีก 5 สี ได้แก่ สีดำ น้ำตาล อันเป็นสัญลักษณ์ของชุมชนชาวผิวดำและชาวละติน รวมถึงเป็นสีของผู้ที่เสียชีวิตหรือต้องใช้ชีวิตอยู่กับโรค HIV/AIDS โดยยังมีสีฟ้าอ่อน สีชมพู และสีขาว ซึ่งแสดงถึงคนข้ามเพศและผู้ที่เป็นนอนไบนารี่
การออกแบบใช้การผสานรวมรูปทรงเรขาคณิตในสีรุ้งสดใสเข้ากับฐานที่เป็นสีขาว แล้วนำมาผ่านกระบวนการขึ้นรูปให้เป็นสายนาฬิกา โดยวัสดุที่ใช้เป็นฐานจะไหลไปห้อมล้อมรูปทรงต่าง ๆ ทำให้เกิดเป็นเลย์เอาท์ที่แตกต่างและหลากหลาย สายนาฬิกาแต่ละสายจึงไม่เหมือนกันเป๊ะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของแต่ละคนที่แตกต่างกันในชุมชนชาว LGBTQ+
2024


สายแบบ Braided Solo Loop ที่ฉายภาพความเข้มแข็งและความงดงามของชุมชน LGBTQ+ ด้วยดีไซน์เรืองแสงสดใสที่ได้แรงบันดาลใจจากธง Pride หลากหลายแบบ
ขานาฬิกาสลักข้อความด้วยเลเซอร์ว่า “PRIDE 2024” สีดำและสีน้ำตาลเป็นสัญลักษณ์แทนชาวผิวดำ ฮิสแปนิก และละติน ตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก HIV/AIDS ขณะที่สีชมพู สีฟ้าอ่อน และสีขาว ใช้สื่อแทนคนข้ามเพศและนอนไบนารี่
2025

สายแบบ Sport Band ที่ได้รับการประกอบขึ้นด้วยมือจากแถบสีแต่ละแถบที่นำมาอัดขึ้นรูปเข้าด้วยกัน โดดเด่นด้วยแถบสีรุ้งที่มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกัน ทำให้ไม่มีสายสองเส้นไหนที่ดูเหมือนกันเป๊ะ สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นเฉพาะตัวของสมาชิกกลุ่ม LGBTQ+ แต่ละคน
ทั้งนี้ รายได้จากการจำหน่ายสินค้ารุ่น Pride Edition จะมีส่วนที่นำไปสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิและองค์กรที่ส่งเสริมด้านความหลากหลายทางเพศด้วย เช่น GLSEN, PFLAG, The Trevor Project, Gender Spectrum, The National Center for Transgender Equality และ ILGA World เป็นต้น