Skip to content

อุตสาหกรรมทหาร กำลังบูมสุดขีดในยุโรป

04 มิ.ย. 2568 | 07:07น.
อุตสาหกรรมทหาร กำลังบูมสุดขีดในยุโรป
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ด้วยเหตุปัจจัยหลายประการประกอบกัน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมทางด้านการทหารในภาคพื้นยุโรป ซึ่งเคยตกอยู่ในสภาพซบเซา ไม่มีอนาคต กลับมาเบ่งบานสดใสอีกครั้ง สงครามที่ยืดเยื้อในยูเครน กับท่าทีใหม่ของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่า ยุโรปควรรับผิดชอบตนเองในด้านความมั่นคงมากยิ่งขึ้น พึ่งพาตนเองมากยิ่งขึ้นทางด้านการทหาร เพื่อการป้องกันประเทศ ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายด้านกลาโหมในยุโรปพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบหลายสิบปี ผลักดันให้อุตสาหกรรมทหารในภาคพื้นยุโรปอยู่ในสภาวะบูมสุดขีดอยู่ในเวลานี้

โรงงานผลิตอาวุธ ยุทธภัณฑ์ และชิ้นส่วนสำหรับใช้ในกิจการทหารของหลายประเทศในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตเครื่องกระสุน รถถัง ตลอดไปจนถึงผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับติดตั้งให้กับขีปนาวุธหรือ โดรน ต่างรู้สึกไปในทำนองเดียวกันในเวลานี้ คือ ความต้องการของตลาดพุ่งสูง และแต่ละบริษัทสามารถทำธุรกิจได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ได้สบาย ๆ และอาจสามารถเพิ่มการจ้างงานให้มากขึ้นไปได้อีกเป็นสองเท่า ขอเพียงสามารถหาแรงงานที่มีทักษะเฉพาะอย่างที่ต้องการได้เท่านั้น

“พาเวล เชคาล” รองประธานฝ่ายปฏิบัติการของกลุ่มบริษัท พีบีเอส ผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับโดรนและขีปนาวุธ ที่มีฐานการผลิตอยู่ที่เมืองเวลกา บีเทส นอกกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก เปิดเผยว่า โรงงานของตนขณะนี้มีพนักงานฝ่ายผลิตอยู่ 800 คน ซึ่งไม่พอเพียง เขาย้ำว่าถ้าหากในตลาดมีแรงงานที่มีทักษะเหมาะสม บริษัทสามารถว่าจ้างคนเหล่านั้นเกือบทั้งหมดได้ในทันที เพราะมีธุรกิจรองรับอยู่แล้ว ความต้องการแรงงานของพีบีเอส มีมากถึงกับต้องขึ้นค่าจ้างเพิ่มขึ้นอีก 8% เมื่อปีที่ผ่านมา และมีแผนที่จะขยับค่าจ้างให้สูงขึ้นอีก 10% ในปี 2025 นี้ เพื่อดึงดูดแรงงานมีฝีมือมาสู่บริษัท และรักษาแรงงานเดิมเอาไว้

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศงบประมาณรายจ่ายทางด้านการทหารเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 800,000 ล้านยูโร ซึ่งคาดหมายกันว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานในยุโรปเพิ่มมากขึ้นหลายแสนตำแหน่งในช่วง 10 ปีข้างหน้า ส่งผลให้แรงงานที่มีทักษะเฉพาะ อาทิ วิศวกรรมเอไอ ที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นพิเศษ, นักวิทยาศาสตร์ด้านคลังข้อมูล เรื่อยไปจนถึงช่างเชื่อมและผู้เชี่ยวชาญด้านจักรกล ตกอยู่ในภาวะขาดแคลน

การขาดแคลนแรงงานที่เกิดขึ้นนั้น รุนแรงเสียจนนอกจากจะมีการขึ้นค่าแรง เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แล้ว บรรดาบริษัททั้งหลายยังพยายามหาช่องทางดึงดูดเอาแรงงานที่ต้องการจากภาคอุตสาหกรรมอื่น เรื่อยไปจนถึงการควานหานิสิต นักศึกษา ที่มี “ศักยภาพ” ถึงในสถานศึกษาในท้องถิ่นกันแล้ว โดยอาศัยโครงการความร่วมมือระหว่างบริษัทกับทางสถานศึกษา บางบริษัท อย่างเช่นในกรณีของพีบีเอส กรุ๊ป ถึงกับเริ่มก่อตั้งโรงเรียนฝึกอาชีพของตนเองขึ้นมา เพื่อผลิตบุคลากรให้กับบริษัทเป็นการเฉพาะ

สถานการณ์ทำนองนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากนับตั้งแต่รัสเซียกรีธาทัพบุกเข้ายูเครนเพื่อยึดครองในปี 2022 เรื่อยมา การจัดซื้อจัดจ้างทางการทหารของอียูส่วนใหญ่ คือราว 78% เป็นการจัดซื้อจัดจ้างจากภายนอก โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นพ่อค้ารายใหญ่ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 63% ของการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด ในขณะที่อุตสาหกรรมทหารในอียูเอง ตกอยู่ในสภาพกระจัดกระจายอยู่ตามประเทศสมาชิกต่าง ๆ ไม่ได้เป็นกลุ่มเป็นก้อน ง่ายต่อการดำเนินการเหมือนในกรณีของสหรัฐอเมริกา

ตามแผนของอียู งบประมาณในการจัดซื้อทางด้านการทหารจากสหรัฐอเมริกา แต่เดิมนั้นจะถูกโยกกลับมายังภาคพื้นยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ถ้าหากไม่ใช่ทั้งหมด โดยตั้งความหวังว่า การฝึกเพื่อพัฒนาทักษะแรงงานและยุทธศาสตร์ในการจ้างงานที่นำมาใช้ จะสามารถช่วยอุดช่องโหว่ของการขาดแคลนแรงงานมีฝีมือที่เกิดขึ้นได้

บริษัท KNDS บริษัทลูกผสมฝรั่งเศส-เยอรมนี ผู้ผลิต “ซีซาร์” ปืนใหญ่อัตตาจร (คือปืนใหญ่ที่ติดตั้งบนฐานยิงที่เคลื่อนที่ได้) ซึ่งใช้กันในสงครามยูเครน นอกจากจะเพิ่มกะในการทำงานที่โรงงานผลิตในตอนกลางของประเทศฝรั่งเศสขึ้นแล้ว ยังเพิ่มการจ้างงานมากขึ้นถึง 50% ต่อปี เพื่อขยายการผลิตเพิ่มมากขึ้น แม้การแสวงหาแรงงานที่ทักษะเหมาะสมจะยังเป็นปัญหาอยู่ก็ตาม ฝ่ายบริหารของบริษัทยอมรับว่า ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการที่บริษัทไม่สามารถขึ้นค่าจ้างให้กับแรงงานได้ตามใจชอบ เพราะหากค่าจ้างถีบตัวสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ แบบไร้การควบคุม ขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทก็จะลดลง

แรงงานมีฝีมือที่เป็นที่ต้องการและขาดแคลนมากเป็นพิเศษ คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่มีทักษะหรือประสบการณ์ในการผลิตระบบอาวุธสำหรับปฏิบัติการได้โดยอัตโนมัติ รวมไปถึงแรงงานที่มีทักษะจำเพาะในการผลิตชิ้นส่วนเฉพาะทางด้านการทหาร โฆษกของ KNDS ระบุว่า การผลิตซีซาร์ ไม่เหมือนกับการผลิตรถเปอโยต์ แน่นอน จำเป็นต้องพึ่งพาผู้มีทักษะเฉพาะด้าน ซึ่งหาได้ยากมากในตลาดแรงงานในเวลานี้ จึงเป็นที่ต้องการมากเป็นพิเศษ

ตามการประเมินของเคียร์นีย์ บริษัทที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการ เชื่อว่าหากชาติสมาชิกนาโตในยุโรป เพิ่มงบประมาณทางด้านการทหารขึ้นจากเดิม 2% ของจีดีพี เป็น 3% ของจีดีพีตามเป้าหมายในเวลานี้ จะส่งผลให้เกิดความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 760,000 คนในยุโรป แต่หากอียูต้องการความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายทางด้านการทหาร งบประมาณรายจ่ายด้านกลาโหมก็จำเป็นต้องเพิ่มสูงขึ้น “อย่างมาก” ซึ่งในเวลาเดียวกันก็จะส่งผลกระทบให้ภาวะขาดแคลนแรงงาน รุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย

Rheinmetall บริษัทผู้ผลิตเครื่องกระสุนรายใหญ่ที่สุดในยุโรป มีแผนจะเพิ่มกำลังแรงงานในการผลิตขึ้นอีกราว 29 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2028 โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์, วิศวกร, ช่างเชื่อมและช่างอิเล็กทรอนิกส์

ในขณะที่ทีสเซ่นครุปป์ มารีน ซิสเต็ม ผู้ผลิตเรือดำน้ำและเรือฟริเกต ก็กำลังควานหาแรงงาน 1,500 คนสำหรับอู่ต่อเรือของตนในเมืองวิสมาร์ ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมนี แต่ยอมรับหลังจากพยายามอย่างหนักว่า การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะเฉพาะยังคงเป็นเรื่องท้าทาย ทำนองเดียวกันกับบริษัทอย่างลีโอนาร์โด บริษัทผู้ผลิตอากาศยานทหารจากอิตาลี ที่กำลังมองหาคนที่เหมาะสมสำหรับตนเองจากมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยเทคนิคต่าง ๆ

โชคดีไม่น้อย ที่อุตสาหกรรมรถยนต์ในยุโรปกำลังตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ เปิดช่องให้มีความพยายามดึงดูดแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมนี้เข้าสู่อุตสาหกรรมทางทหาร ซึ่งแม้จะยังจำเป็นต้องนำมาผ่านการฝึกอบรมทักษะใหม่ แต่ก็ช่วยได้ไม่น้อย เพราะแรงงานที่เคยผลิตรถยนต์คุ้นเคยกับระบบการผลิตคล้ายคลึงกันที่ใช้อยู่ใน 2 อุตสาหกรรมไม่น้อย ส่งผลให้แรงงานจากอุตสาหกรรมรถยนต์กลายเป็นที่ต้องการสูงอยู่ในยุโรปในเวลานี้นั่นเอง