Skip to content

ทรีนีตี้แนะ 5 กลุ่มหุ้นน่าลงทุน เดือน มิ.ย. เน้นใช้กลยุทธ์ “ขึ้นขาย-ลงซื้อ”

04 มิ.ย. 2568 | 15:18น.
ทรีนีตี้แนะ 5 กลุ่มหุ้นน่าลงทุน เดือน มิ.ย. เน้นใช้กลยุทธ์ “ขึ้นขาย-ลงซื้อ”

บล.ทรีนีตี้ประเมิน SET เดือน มิ.ย.ให้กรอบดัชนีมีแนวรับที่ 1,130 และ 1,100 จุด แนวต้านที่ 1,180 และ 1,210 จุด แนะนำนักลงทุนใช้กลยุทธ์ “ขึ้นขาย-ลงซื้อ” ชี้ครึ่งเดือนแรกลุ้นดัชนีรีบาวนด์ขึ้น หลังจบการปรับพอร์ตตาม MSCI ส่วนครึ่งเดือนหลังการเมืองร้อน ลดน้ำหนัก DELTA ถ่วง พร้อมแนะ 5 กลุ่มหุ้นลงทุนได้

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนมิถุนายนว่า สำหรับภาพตลาดหุ้นไทยในเดือนมิถุนายน ประเมินมีโอกาสแกว่งรีบาวนด์ขึ้นได้ในช่วงครึ่งเดือนแรก หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาการปรับพอร์ตตามดัชนี MSCI ของนักลงทุนต่างชาติ และยังไม่มีปัจจัยข่าวร้ายด้านสงครามการค้ามากนัก แต่พอก้าวเข้าสู่ช่วงกลางเดือน อาจต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น

จากปัจจัยการเมืองในประเทศที่อาจเริ่มมีความผันผวนมากขึ้น และปัจจัยเชิงเทคนิคในช่วงปลายเดือน ที่นักลงทุนสถาบันในประเทศอาจมีการทยอยลดน้ำหนักหุ้น DELTA เพื่อรองรับกับการคำนวณดัชนีรูปแบบใหม่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป

ประเมินกรอบการแกว่งตัวของ SET เดือนนี้มีแนวรับอยู่ที่ 1,130 และ 1,100 จุด ส่วนแนวต้านประเมินที่ 1,180 และ 1,210 จุด แนะนำนักลงทุนใช้กลยุทธ์ “ขึ้นขาย-ลงซื้อ” ตามกรอบแนวต้านแนวรับดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจัยคาดหวังที่อาจเป็นตัวช่วยประคอง SET ในเดือนนี้ได้แก่ เม็ดเงินใหม่ที่ไหลเข้าสู่กองทุน Thai ESGX ในช่วงโค้งสุดท้าย

มองกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจประจำเดือนนี้ ได้แก่

1) กลุ่ม Global Cyclical ที่อิงกับภาพเศรษฐกิจโลก ซึ่งเราประเมินว่าจะมีความเสี่ยง Downside Risk

จำกัดมากกว่าเศรษฐกิจไทย ได้แก่ PTTGC, SCC, HANA

2) หุ้นโรงแรมที่มีการกระจายรายได้ไปยังต่างประเทศในระดับสูง ได้แก่ MINT

3) กลุ่ม Defensive ภายในประเทศ ที่ Valuation อยู่ในโซนต่ำ เช่น BDMS, CPALL, GPSC

4) กลุ่มหุ้นที่เราคาดการณ์ว่าจะถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไป ได้แก่ BCP, TCAP

5) หุ้นขนาดใหญ่ที่จะได้ประโยชน์จากการเกลี่ยน้ำหนักออกจากหุ้น DELTA ได้แก่ ADVANC

สรุปปัจจัยสำคัญที่น่าติดตามในเดือนมิถุนายน ได้แก่

1) พัฒนาการของสงครามการค้า อาทิ คำตัดสินของศาลอุทธรณ์สหรัฐต่อความชอบธรรมในการเก็บภาษีของ ปธน.ทรัมป์ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศต่าง ๆ ก่อนหน้าจะครบกำหนดการเจรจาภาษี Reciprocal Tariffs 90 วันในวันที่ 9 กรกฎาคม

2) พัฒนาการของปัจจัยการเมืองในประเทศ ทั้งความเป็นไปได้ของการปรับ ครม. คดีฮั้ว สว. และการนัดไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีของคุณทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 13 มิถุนายน รวมไปถึงปัจจัยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระหว่างไทยกับกัมพูชา

3) การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 5 มิถุนายน ล่าสุดตลาดคาดการณ์ว่าจะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก Deposit Facility ลงสู่ระดับ 2.00% จากเดิมที่ 2.25%

4) การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ในวันที่ 16-17 มิถุนายน ซึ่งคาดว่า BoJ จะมีมติคงดอกเบี้ยต่อไปที่ระดับ 0.50%

5) การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันที่ 17-18 มิถุนายน ซึ่งคาดว่า Fed จะมีมติคงดอกเบี้ยต่อไปที่ระดับ 4.25-4.50% ทั้งนี้ แนะนำติดตามประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจ และรายงาน Dot Plots ที่จะออกมาในครั้งนี้

6) การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันที่ 19 มิถุนายน ล่าสุดตลาดคาดการณ์ว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเดิม 4.25% ไปก่อน หลังจากเพิ่งปรับลดลงในการประชุมครั้งที่ผ่านมา

7) การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) ในวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งคาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไปก่อนที่ระดับ 1.75% หลังจากมีการปรับลดดอกเบี้ยลงมาแล้ว 2 ครั้งติดกัน ทั้งนี้ แนะนำติดตามคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจรอบใหม่ที่จะออกมาจากที่ประชุมครั้งนี้ด้วย

8) โค้งสุดท้ายของกองทุน Thai ESGX ว่าจะมีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้ามาสมทบตลาดหุ้นไทยตามที่หลายฝ่ายคาดหวังหรือไม่

9) การปรับลดน้ำหนักหุ้น DELTA ของกองทุน Passive/Index Funds ในประเทศช่วงปลายเดือน เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบดัชนี SET50 และ SET100 ไปสู่ดัชนีแบบ Capped Weight Index มองปรากฏการณ์นี้อาจกดดันดัชนี SET ในภาพรวมช่วงครึ่งหลังของเดือนมิถุนายนได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น ทรีนีตี้