Skip to content

‘ทรัมป์’ โพสต์ครวญกลางดึกถึง ‘สี จิ้นผิง’ ถกการค้าไม่คืบ ผู้เชี่ยวชาญชี้ปมแร่หายาก

05 มิ.ย. 2568 | 08:10น.
‘ทรัมป์’ โพสต์ครวญกลางดึกถึง ‘สี จิ้นผิง’ ถกการค้าไม่คืบ ผู้เชี่ยวชาญชี้ปมแร่หายาก

การโพสต์คร่ำครวญกลางดึกของทรัมป์เกี่ยวกับสี จิ้นผิงสะท้อนสงครามการค้ายากจะคลี่คลาย ด้านผู้เชี่ยวชาญชี้สองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกขัดแย้งในประเด็นแร่หายาก

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐโพสต์คร่ำครวญกลางดึกเกี่ยวกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ว่าเป็นคนที่ไม่ยอมหมอบและทำข้อตกลงด้วยยากอย่างมาก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยากที่จะคืบหน้า ทั้งยังแสดงว่าทรัมป์ต้องการกำหนดแผนการสนทนากับผู้นำจีน เป็นการส่วนตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกก้าวเข้าสู่สงครามการค้าและเทคโนโลยีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสียืนยันว่าการโทรศัพท์หารือกันนั้นต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่าง โดยการยืนหยัดอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะไม่หมอบจนถึงขณะนี้ทำให้ทรัมป์ต้องนอนไม่หลับจนดึกดื่น

“ผมชอบประธานาธิบดีสี ผู้นำจีนเสมอมาและจะชอบตลอดไป แต่เขาเป็นคนที่ไม่หมอบและทำข้อตกลงด้วยยากมาก!!!” ทรัมป์โพสต์บนทรูธ โซเชียลเมื่อเวลาประมาณ 02:17 น. ตามเวลาวอชิงตัน การโอดครวญของผู้นำสหรัฐมีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐจำนวนมากอ้างว่าผู้นำทั้งสองจะหารือกันในสัปดาห์นี้

ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจีนกำลังขอให้ฝ่ายสหรัฐยอมเสียอะไรเพื่อจะได้พูดคุยแบบตัวต่อตัว แต่การเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสียอมโทรศัพท์หารือ ซึ่งไม่ได้รับการตอบสนอง ดูเหมือนจะเป็นการเผชิญหน้าโดยไม่มีทางออก เสียมากกว่า ขณะเดียวกัน จีนกำลังเริ่มติดต่อยุโรปซึ่งก็กำลังมีขัดแย้งเรื่องภาษีศุลกากรกับทรัมป์ คาดว่าจะหารือในการประชุมระดับผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) -จีน ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ที่กรุงปักกิ่ง

เคลลี แอนน์ ชอว์ หุ้นส่วนของ Akin Gump และอดีตที่ปรึกษาอาวุโสของทรัมป์ในช่วงดำรงตำแหน่งสมัยแรกกล่าวว่า หากจีนไม่ต้องการการหารือ อาจเป็นเพราะจีนไม่ตั้งใจที่จะปฏิบัติตาม หรือตั้งใจที่จะเก็บไพ่ไว้ชั่วคราวและว่า  หากไม่มีการหารือ ก็คาดว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีจะตึงเครียดมากขึ้น ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลายลงอีกครั้ง

การที่ทั้งสองฝ่ายกำลังพูดไม่ตรงกันนั้น ยิ่งชัดเจนขึ้นจากความสับสนเกี่ยวกับจุดยืนของจีนในเรื่องแร่หายาก หรือแรร์เอิร์ธ ซึ่งเป็นโลหะที่เป็นแกนหลักของห่วงโซ่อุปทานด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐและโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตยานยนต์

ทรัมป์และทีมงานกล่าวหาจีนว่าละเมิดข้อตกลงการค้าเฟสแรกซึ่งหารือกันที่กรุงเจนีวา ในครั้งนั้น ทั้งสองฝ่ายได้ลดภาษีกันและกันอย่างมาก และจีนตกลงที่จะยกเลิกมาตรการตอบโต้อื่นๆ ที่บังคับใช้เพื่อตอบสนองต่อการเพิ่มภาษีก่อนหน้านี้ ซึ่งในมุมของวอชิงตัน นั่นหมายความว่าจีนจะอนุมัติใบอนุญาตส่งออกแร่ยากให้กับบริษัทอเมริกัน ซึ่งถูกระงับไปก่อนหน้านี้ ในทันที

ขณะที่ต่อมากระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวหาสหรัฐไม่ทำตามข้อตกลงเฟสแรกเช่นกัน ทั้งเรื่องการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูง การถอนวีซ่านักศึกษาจีน

จามีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐกล่าวว่าจีนดำเนินการช้า ในขณะที่บริษัทที่ต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตอย่างแร่หายากกำลังเผชิญกับปัญหาอุปทานขาดแคลน ส่งผลให้บางแห่งต้องหยุดการผลิตชั่วคราว ส่วนในมุมของจีน จีนกำลังทำตามระบบใบอนุญาตส่งออก กำหนดเป็นมาตรฐานเดียวกันกับทุกประเทศ ตามที่กระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศเมื่อวันที่ 4 เมษายนว่าจะเริ่มกำหนดให้บริษัทต่างๆ ต้องยื่นขอใบอนุญาตก่อนส่งออกแร่ธาตุหายาก 7 ชนิด ได้แก่ ซาแมเรียม แกโดลิเนียม เทอร์เบียม ดิสโพรเซียม ลูทีเทียม สแกนเดียม และอิตเทรียม

ในขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับการส่งออกแร่หายากดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลทรัมป์ยังคงกำหนดข้อจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีชิปและชิ้นส่วนเครื่องยนต์เจ็ตไปยังจีน

แก่นแท้ของความขัดแย้งคือรูปแบบการเจรจาที่ไม่ตรงกัน ซึ่งหากยังคงดำเนินต่อไป อาจคุกคามความสัมพันธ์ทวิภาคีได้  ตามที่มิก มัลวานีย์ อดีตรักษาการหัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว กล่าวกับบลูมเบิร์กเทเลวิชั่นว่า ทรัมป์ต้องการพูดคุยในระดับสูงสุด แต่นั่นไม่ใช่รูปแบบที่จีนต้องการเวลาทำธุรกิจ

ผู้กำหนดนโยบายของจีนต้องการให้จีนเข้าถึงชิประดับไฮเอนด์ของสหรัฐที่ครอบคลุมขึ้น เพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์และกองทัพ รวมถึงโอกาสในการลงทุนของจีนในสหรัฐมากขึ้น ฝ่ายจีนอาจเปิดใจซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐมากขึ้นเช่นกัน