เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กาญจนบุรีอ่วม น้ำท่วม 13 อำเภอ ขณะที่ 2 เขื่อนใหญ่ยังเพิ่มระบายน้ำ
Uncategorized กาญจนบุรีอ่วม น้ำท่วม 13 อำเภอ ขณะที่ 2 เขื่อนใหญ่ยังเพิ่มระบายน้ำ
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,400 บาท
‘ทายาทสวนสยาม’ เปิดใจน้ำท่วมปี’69 เสียหายหลาย 100 ล้าน หนักสุดรอบ 46 ปี
Business ‘ทายาทสวนสยาม’ เปิดใจน้ำท่วมปี’69 เสียหายหลาย 100 ล้าน หนักสุดรอบ 46 ปี
‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม
Politics ‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม
สนามบินภูเก็ต ประสานการบินไทยเร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง หลังตกค้างสุวรรณภูมิวันที่ 26 ก.ย.
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ประสานการบินไทยเร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง หลังตกค้างสุวรรณภูมิวันที่ 26 ก.ย.
ย้ำให้ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ปล่อยน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไม่อนุมัติระบายเพิ่ม หวั่นกระทบ กทม.
Politics ย้ำให้ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ปล่อยน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไม่อนุมัติระบายเพิ่ม หวั่นกระทบ กทม.
จับตา ‘เดดล็อก’ กสทช. ประมูลคลื่น-ทีวีป่วนต่อ
Tech จับตา ‘เดดล็อก’ กสทช. ประมูลคลื่น-ทีวีป่วนต่อ
PTT เคาะวงเงินปันผล 3.99 หมื่นล้าน รองรับขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น
Finance PTT เคาะวงเงินปันผล 3.99 หมื่นล้าน รองรับขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น
ทรัมป์ มัดรวมบิ๊กเทค วางกรอบให้ AI โตแรง-ไม่แหกกฎ
Tech ทรัมป์ มัดรวมบิ๊กเทค วางกรอบให้ AI โตแรง-ไม่แหกกฎ
สภาพัฒน์กาง ‘แผน 14’ ดัน GDP โตเกิน 3% ปักธงไทยติด Top 20 โลกปี 2572
Finance สภาพัฒน์กาง ‘แผน 14’ ดัน GDP โตเกิน 3% ปักธงไทยติด Top 20 โลกปี 2572
ดูทั้งหมด

ก.ต่างประเทศเผย ไทยมุ่งลดตึงเครียดใช้ JBC ยอมรับยังเห็นต่าง กัมพูชาตัดสินใจใช้ศาลโลก

06 มิ.ย. 2568 | 12:29น.

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ยอมรับว่า ไทยและกัมพูชายังคงมีความเห็นที่ต่างกันในการแก้ไขดินแดนพิพาท 4 แห่ง ภายหลังกัมพูชาตัดสินใจจะนำ 4 ดินแดนพิพาทขึ้นศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ขณะที่ไทยมุ่งลดความตึงเครียดของสถานการณ์ผ่านการใช้กลไก JBC และไม่ยอมรับอำนาจศาลกว่า 60 ปี มาแล้ว

เมื่อเวลาราว 17.30 น. ของวันที่ 5 มิถุนายน 2025 ที่ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ตอบคำถามผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ในช่วงถาม-ตอบ ระหว่างการแถลงถึงพัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

กรณีกัมพูชาตัดสินใจที่จะนำ 4 พื้นที่พิพาท (มอมเบยหรือช่องบก ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตากระเบยหรือตาควาย) ขึ้นศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice : ICJ) หรือศาลโลก แสดงว่า กัมพูชาไม่เชื่อว่า กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) จะแก้ปัญหาอย่างได้ผลหรืออย่างไร

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวตอบว่า เป็นความเห็นต่างของการใช้ ICJ และ JBC ซึ่งไทยเน้นใช้กลไก JBC เพราะตลอดเวลา 26 ปีที่ผ่านมาสามารถแก้ไขปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาได้ประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำ ไทยหวังว่า กัมพูชาจะเจรจาข้อข้ดแย้งด้วยความสุจริตใจ (In good faith) ซึ่งหากเจรจาในกรอบนี้ เชื่อว่าจะจบปัญหาได้

นายนิกรเดชกล่าวในการแถลงข่าวว่า ตามที่กัมพูชาแสดงความตั้งใจที่จะใช้กลไกของศาล ICJ ประเทศไทยประกาศไม่ยอมรับในเขตอำนาจของ ICJ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 จนถึงปัจจุบัน โดยทั้ง 2 ฝ่ายมีกลไกทวิภาคีในการจัดการประเด็นปัญหาชายแดนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ตกลงกันตั้งแต่แรก สิ่งที่สำคัญคือทั้ง 2 ฝ่ายต้องแก้ไขปัญหาในบริเวณที่มีการกระทบกระทั่งกันเท่านั้น ไม่ขยายประเด็นปัญหาออกไป ซึ่งจะสร้างความซับซ้อนของปัญหามากขึ้น

เหตุปะทะที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อ 28 พฤษภาคม เราจะมีการสอบสวนหรือไม่ เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้และมีพัฒนาการของเหตุการณ์ต่างๆตามมา

นายนิกรเดชกล่าวตอบว่า คงต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย คงไม่ใช่ฝ่ายไทยสอบสวนฝ่ายเดียว ฝ่ายกัมพูชาจะต้องสอบสวนและเอาข้อมูลมายืนยันกัน

“เราจะหาข้อสรุปให้ได้ในกลไกทวิภาคี” นายนิกรเดชกล่าว (ทวิภาคี คือ รูปแบบการหารือเพียงสองฝ่ายคือไทยและกัมพูชา ไม่มีฝ่ายที่สาม อาทิ เช่น ศาลโลก)

เมื่อถามว่า กัมพูชามีหลักฐานอะไรในการอ้างว่า 4 ดินแดนพิพาทเป็นของกัมพูชา (ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชา)

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวตอบว่า ตนเองก็ยังไม่ทราบ เราไม่กังวลที่เขาจะไปศาลโลก เราก็มีหลักฐานของเรา และคิดว่าไม่ใช่ประเด็นเพราะการใช้บุคคลที่สามหรือศาลโลกเข้ามาแก้ไขความขัดแย้ง ต้องได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย

สำหรับการประชุม JBC กัมพูชาเป็นผู้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในวันที่ 14 มิถุนายน ที่กรุงพนมเปญ แต่ฝ่ายกัมพูชาระบุว่าจะไม่หยิบยกวาระ 4 ดินแดนขึ้นหารือในที่ประชุมที่จะมาถึง เนื่องจากต้องการแก้ไขข้อพิพาทโดยกลไกศาลโลก

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ไทยพร้อมบินไปประชุม JBC ที่กัมพูชา ซึ่งนำโดยนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชาที่มีความรู้ความสามารถด้านการปักปันเขตแดน

วาระการหารือในที่ประชุม JBC วันที่ 14 มิถุนายนนี้ มีอะไรบ้าง

นายนิกรเดชกล่าวว่า วาระการหารือในที่ประชุม JBC วันที่ 14 มิถุนายน ขณะนี้ (5 มิถุนายน) ยังไม่มีการกำหนดวาระที่หารือกัน ต้องให้ประธาน JBC สองประเทศกำหนด และด้วยการประชุมนี้เป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่เทคนิกที่ทำหน้าที่สำรวจ ปักปันเขตแดน ดังนั้นไม่แน่ใจว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ช่องบกหรือไม่

คำถามจากผู้สื่อข่าวอื่นๆ กรณีกัมพูชาละเมิด JBC ข้อ 5 จากกรณีทหารกัมพูชาเข้ามาที่เขต No man’s land นายนิกรเดช กล่าวตอบว่า No man’s land คือพื้นที่ที่เป็นจุดทับซ้อน แม้มีการล้ำเข้ามาในจุดดังกล่าว ซึ่งละเมิดข้อตกลง JBC ข้อ 5 แต่ยังไม่ใช่การบุกรุกเข้ามาในเขตแดนไทย ซึ่งฝ่ายไทยประท้วงกัมพูชา 4 ครั้งในเรื่องพื้นที่ช่องบก อ้างอิงตามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ไทย-กัมพูชา ปี 2543 (ปีค.ศ. 2000) เป็นเอกสารอ้างอิงของฝั่งไทย โดยจะยึดถือเอกสารต่างๆ ภาพถ่ายดาวเทียม และหลักฐานอื่นๆ  โดยพัฒนาการในขณะนี้ อยู่ระหว่างการใช้กลไก JBC จัดการ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยังชี้แจงข่าวที่อ้างว่าพบทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน

นายนิกรเดชกล่าวว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบรายละเอียดของเรื่องนี้ และต้องขอรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย และขอฝากสื่อมวลชนว่าในการรายงานข่าวนั้น ขอให้หลีกเลี่ยงการขยายข่าวที่เป็นการปลุกระดมหรือกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยที่ยังไม่มีข้อมูลหรือข้อเท็จจริงชัดเจน อีกทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนว่าอย่าคาดการณ์ไปเอง เพื่อลดการสร้างประเด็นที่อาจเพิ่มความขัดแย้งพิ่มเติมได้

 

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้มีการประชุมระดับผู้บริหารในวันที่ 5 มิถุนายน เน้นย้ำความตั้งใจใน 3 ประเด็น คือ 1.ไทยจะใช้ประโยชน์จากกลไก JBC อย่างเต็มที่ควบคู่กับกลไก GBC และ RBC โดยกลไก JBC ได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลา 26 ปีที่ผ่านมา สามารถแก้ไขปัญหาสำเร็จในหลายพื้นที่ 2.เราจะใช้กลไกการประชุมกับฝ่ายกัมพูชาด้วยความสุจริตใจ (In good faith) 3.เราหวังว่าการประชุมดังกล่าวจะช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน ให้ได้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขในฐานะเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน