เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจ3ภาคไตรมาส2ซบหดตัว น้ำท่วมอีสานสูญหมื่นล้าน-งบกลุ่มจว.เหนือเบิกจ่าย8.8%

08 ส.ค. 2560 | 02:34น.

แบงก์ชาติ 3 ภาคเผยภาวะเศรษฐกิจการเงินไตรมาส 2/2560 ธปท.อีสานห่วงน้ำท่วมหนักจากพายุเซินกา กระทบเศรษฐกิจอีสาน นาข้าว-ปศุสัตว์เสียหายรวมกว่า 7,000-10,000 ล้านบาท ด้าน ธปท.ใต้เผยการบริโภคชะลอ การลงทุนภาคเอกชนทรงตัว ด้านแบงก์ชาติภาคเหนือระบุเศรษฐกิจยังซึม ชี้งบฯกลุ่มจังหวัด 1.5 หมื่นล้าน เบิกจ่ายได้เพียง 8.8% ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้านยอดโอนอสังหาฯซบเซา

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 60 ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานภาคใต้ สำนักงานภาคเหนือ เปิดแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจและการเงินของแต่ละภูมิภาคในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2560

ธปท.อีสานห่วงน้ำท่วมฉุด ศก.

นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาสที่ 2 ปี 2560 ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน จากการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้น ตามการขยายตัวของรายได้เกษตรกร รายได้ภาคบริการด้านการท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับดีขึ้น นอกจากนี้การผลิตภาคอุตสาหกรรม และภาคการค้าขยายตัวดี ส่วนการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง

ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐแผ่วลง ทั้งนี้ เงินฝากคงค้างของสถาบันการเงินชะลอลง ส่วนสินเชื่อทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงจากไตรมาสก่อน ตามราคาอาหารสดและน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนอัตราการว่างงานปรับลดลง จากการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่ภาคการเกษตร

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจอีสานไตรมาส 3 ปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจอีสาน คือ มาตรการกระตุ้นของภาครัฐที่จะมีเม็ดเงินไหลเข้าภาคอีสานจำนวนมาก ทั้งโครงการสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศของกลุ่มจังหวัด โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ โครงการหมู่บ้านละ 2 แสนบาท ซึ่งต้องดูถึงการเบิกจ่ายจะล่าช้าหรือไม่

ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยบวกคือการค้าชายแดนของภาคอีสานขยายตัวดีต่อเนื่อง และที่สำคัญคือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เช่น การสร้างรถไฟทางคู่เข้าในภาคอีสาน จะกระตุ้นให้ภาคเอกชนเกิดการลงทุนตามพื้นที่ของโครงการด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่น่าห่วงคือผลกระทบต่อภาคเกษตร หลังพื้นที่เกษตร 19 จังหวัดภาคอีสานถูกน้ำท่วมหนัก ขณะเดียวกันยอดสั่งซื้อยางพาราจากประเทศจีนมีการชะลอตัวลง เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจอีสานด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้นยังมีการหยิบยกปัญหาน้ำท่วมหนักจากอิทธิพลพายุเซินกา ทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่องและเกิดน้ำท่วมขังหนักที่จังหวัดสกลนคร และขยายตัวครอบคลุมไปเกือบทุกจังหวัดในภาคอีสาน กระทบภาคเกษตรกรรม นาข้าวถูกน้ำท่วมถึง 2-3 ล้านไร่ หรือร้อยละ 12 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมดในอีสาน

ขณะที่ภาคปศุสัตว์ก็เสียหายหนักเช่นกัน ประเมินความเสียหายเฉพาะภาคเกษตรมีมูลค่ากว่า 7,000-10,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลานาข้าวถูกน้ำท่วม และการพร่องน้ำออกจากพื้นที่ ขณะที่ความเสียหายต่อทรัพย์สิน บ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม ยังไม่สามารถประเมินได้ ซึ่งผลกระทบจากน้ำท่วมนาข้าว ปศุสัตว์ ใน 19 จังหวัดภาคอีสาน น่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจภาคอีสานในระยะต่อไปด้วย

ภาคใต้อุปโภคบริโภคชะลอ

นางสุรีรัตน์ ลัคนานิตย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ กล่าวว่า เศรษฐกิจภาคใต้ไตรมาสที่ 2 ปี 2560 ขยายตัวจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้าตามผลผลิตเกษตรที่เพิ่มขึ้น ส่วนราคาสินค้าเกษตรยังขยายตัวแม้จะชะลอลง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัวตามนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวได้เร็วจากมาตรการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวรัสเซียและยุโรป

ขณะที่การส่งออกขยายตัวต่อเนื่องเป็นผลจากด้านราคาและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ด้านการอุปโภคบริโภคขยายตัวชะลอลงตามการชะลอตัวของยอดขายสินค้าในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายลงทุนภาครัฐลดลง

ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนทรงตัวอย่างไรก็ตาม ปริมาณการส่งออกยางพาราแปรรูปลดลง เนื่องจากสต๊อกยางในประเทศจีนอยู่ในระดับสูง เช่นเดียวกับการส่งออกอาหารทะเลกระป๋องที่หดตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.8

สำหรับการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 1.6 แต่ชะลอลงจากไตรมาสก่อน โดยการใช้จ่ายหมวดสินค้าคงทนเร่งตัว เนื่องจากรายได้เกษตรกรที่อยู่ในเกณฑ์ดี นอกจากนี้มีการเร่งซื้อสินค้ากึ่งคงทน เพื่อทดแทนของที่ชำรุดเสียหายจากอุทกภัยในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการชะลอลง โดยเฉพาะยอดขายสินค้าในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เนื่องจากประชาชนยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรายได้นอกภาคเกษตรที่ค่อนข้างทรงตัว การใช้จ่ายภาครัฐลดลงร้อยละ 33.2 ทั้งรายจ่ายประจำและลงทุน ด้านการลงทุนภาคเอกชนทรงตัว โดยการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างลดลง ขณะที่การซื้อรถยนต์เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

กลุ่ม จว.เหนือเบิกจ่ายต่ำ 8.8%

ขณะที่นายสิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือ ไตรมาส 2 ปี 2560 แม้จะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน อาทิ ผลผลิตพืชหลักเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะข้าวนาปรังที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรทั้งข้าวและน้ำตาล รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวตามการส่งออก และภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงตลาดประชุมสัมมนาที่เร่งตัวขึ้นแต่มีหลายประเด็นของเศรษฐกิจภาคเหนือที่มีทิศทางไม่ชัดเจน และหดตัว กล่าวคือการบริโภคภาคเอกชนยังไม่เข้มแข็ง

แม้เพิ่มขึ้นในหมวดสินค้าคงทน อาทิ ยอดจดทะเบียนรถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้น การเบิกจ่ายงบฯกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ จำนวน 15,839 ล้านบาท ยังเบิกจ่ายต่ำกว่าเป้าหมาย ขณะที่ยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ยังคงซบเซา รวมถึงราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มต่ำลง และภาคการส่งออกชายแดนไปประเทศเมียนมา และ สปป.ลาวยังคงหดตัว

นายสิงห์ชัยกล่าวว่า ประเด็นสำคัญหนึ่งที่พบก็คือ การใช้จ่ายลงทุนของภาครัฐแผ่วลงและยังต่ำกว่าเป้าหมาย โดยการใช้จ่ายงบฯลงทุนของภาครัฐลดลง 25.5% จากการใช้จ่ายเงินอุดหนุนให้กับท้องถิ่นลดลง และโครงการกลุ่มจังหวัดส่วนใหญ่อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเบิกจ่ายโครงการของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ จำนวน 15,839 ล้านบาท ยังมีการเบิกจ่ายต่ำเพียง 8.8% เท่านั้น ซึ่งล่าช้ากว่าคาดและยังต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งในข้อเท็จจริง งบฯกลุ่มจังหวัดจำนวน 15,839 ล้านบาทดังกล่าว จะเป็นงบฯที่เข้ามาขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคเหนือ แต่การเบิกจ่ายที่ต่ำและล่าช้า ก็อาจส่งผลให้โครงการลงทุนต่าง ๆ ต้องล่าช้าตามไปด้วย

ขณะที่อีกประเด็นหนึ่งก็พบว่า รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น 64% จากระยะเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นถึง 72.9% จากปริมาณข้าวนาปรังที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับปกติจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และอ้อยโรงงานเก็บเกี่ยวช่วงปลายฤดูมาในช่วงไตรมาสนี้ แต่ในภาพรวมราคาสินค้าเกษตรต่ำกว่าปีก่อนมาก ส่งผลให้ดัชนีราคาสินค้าเกษตรหดตัว -5.3% ตามราคาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และลำไย

นอกจากนี้ก็พบว่าการบริโภคภาคเอกชนยังไม่เข้มแข็ง และมีทิศทางไม่ชัดเจน อยู่ในระดับ 0.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนอยู่ที่ 4.6% แม้จะมีการเพิ่มขึ้นในหมวดสินค้าคงทน โดยเฉพาะปริมาณจดทะเบียนรถยนต์เพิ่มขึ้นถึง 13.2% เทียบกับไตรมาสที่ 1 อยู่ที่ -9.1%

ขณะเดียวกัน การลงทุนภาคเอกชนก็ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในภาคการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ยังซบเซา จากพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ที่หดตัว -6.4% โดยยอดคงค้างสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ที่ให้แก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังหดตัว สะท้อนจากการเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่มีน้อยลง รวมถึงยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ก็ยังซบเซาด้วยเช่นกัน เนื่องจากขาดแรงส่งจากนักลงทุน

ท่วม 44 จังหวัด – ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.-3 ส.ค. 2560 มีพื้นที่เกิดอุทกภัยและน้ำไหลหลาก44 จังหวัด รวม 258 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 385,824 ครัวเรือน จำนวน 1,218,003 คน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 34 จังหวัด ยังคงมีน้ำท่วมในภาคอีสานเหลืออยู่9 จังหวัด และภาคกลาง 1 จังหวัด แต่ต้องรอดูพายุฝนในช่วงสัปดาห์หน้านี้ด้วย


ค้าชายแดนเมียนมา-ลาวหดตัว

ส่วนประเด็นการส่งออก Nonborder ยังขยายตัวได้ดี แต่การส่งออกสินค้าชายแดนไปประเทศเมียนมา และ สปป.ลาว ยังหดตัว -7.9% โดยสินค้าที่ส่งไปเมียนมา มียอดส่งออกลดลงในหมวดสินค้าโทรศัพท์พร้อมอุปกรณ์ เครื่องจักรกลการเกษตร และน้ำตาลทราย ขณะที่สินค้าหมวดอุปโภคบริโภค สุกรมีชีวิตและรถยนต์บรรทุกไป สปป.ลาวก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากทางการจีนเข้มงวดการนำเข้าสินค้าผ่านช่องทางชายแดนมากขึ้น

ทั้งนี้ เสถียรภาพเศรษฐกิจของภาคเหนือไตรมาสที่ 2 แม้จะมีเครื่องชี้หลายตัวที่สะท้อนถึงการหดตัว หรือชะลอตัว แต่ก็ยังมีเครื่องชี้ที่ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดีอยู่ ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี

ด้านนายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า งบฯกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน) จำนวน 311 ล้านบาท ขณะนี้การเบิกจ่ายมีความคืบหน้าราว 63% ซึ่งในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ได้รับงบประมาณก้อนนี้ 171 ล้านบาท โดยโครงการของหลายหน่วยงานอยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งนี้ คาดว่าจากนี้ไปจนถึงเดือนกันยายน จะสามารถทำการเบิกจ่ายงบประมาณได้เพิ่มขึ้นถึงระดับ 80%