คอลัมน์ : เช็กกระแสหุ้น
ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (2-6 มิ.ย.) ค่อนข้างทรงตัว
โดย “ภราดร เตียรณปราโมทย์” รองผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังไร้ทิศทาง แม้งบประมาณปี 2569 ผ่านวาระแรกไปได้ แต่ประเด็นการเมืองยังมีหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม เช่น ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา, การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)
และมีประเด็นที่ยังกดดันเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ เช่น การปรับพอร์ต MSCI , หุ้น DELTA ปรับลงแรง หลังจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมใช้เกณฑ์ CAPPED WEIGHT จำกัดน้ำหนักหุ้นไม่เกิน 10% ของดัชนี รวมถึงประเด็นที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และ อีลอน มัสก์ ที่มีการขัดแย้งกัน ทำให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลกย่อตัวลง ดังนั้น DELTA ที่อิงเทคโลก จึงผันผวน ซึ่ง DELTA มีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 10 ของ SET
อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มหุ้นที่ฟื้นขึ้นได้บ้าง อาทิ ท่องเที่ยว ที่เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ เห็นทิศทางมากขึ้น และ นโยบายภาครัฐที่ผลักดันกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มไฟแนนซ์ก็ปรับขึ้นได้ดี จากตัวเลขเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มออกมาต่ำต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า จึงมีความคาดหวังว่าจะเห็นการลดดอกเบี้ย รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของไทย ที่ปรับลดลงต่อเนื่อง
มองไปในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า (9-13 มิ.ย.) “ภราดร” ประเมินว่า SET จะเป็นลักษณะการเกิด Overhang หรือยังไร้ทิศทาง เนื่องจากยังมีปัจจัยสำคัญที่อาจบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงได้ท้ายสัปดาห์ มองกรอบแนวรับ 1,100 จุด แนวต้าน 1,150 จุด
โดยปัจจัยต่างประเทศ ต้องติดตามตัวเลขส่งออก-นำเข้าของจีน ในวันที่ 9 มิ.ย. คาดว่าจะโตน้อยลง และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ ในวันที่ 11 มิ.ย. คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% สูงกว่ารอบก่อนที่ 2.3% ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ ติดตามข้อสรุปแพทยสภา วันที่ 12 มิ.ย. และการตัดสินคดี นายทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 13 มิ.ย. และ วันที่ 14 มิ.ย. ติดตามการประชุมระหว่างไทย-กัมพูชา แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ trading เลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น หุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 2/68 ออกมาดี อย่าง IVL, PR9 และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยเป็นทิศทางขาลง เช่น SAWAD, TIDLOR และกลุ่มท่องเที่ยว อย่าง ERW, CENTEL เป็นต้น