เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
Economic เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
Columns คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
Biz Movement ‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
Automotive อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
ดูทั้งหมด

“ประเสริฐ” สั่งทส. เตรียมแผนรับมือน้ำทะเลขึ้นสูง – ปัญหากัดเซาะชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน

06 มิ.ย. 2568 | 19:32น.

รองนายกรัฐมนตรี “ประเสริฐ” ลงพื้นที่สมุทรปราการ ติดตามสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่ง – น้ำทะเลขึ้นสูงพื้นที่อ่าวไทยตอนบนคาดกระทบพื้นที่เศรษฐกิจ-ชุมชน 12 ล้านคน พร้อมสั่งเร่งทำแผนแม่บทป้องกันฯจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ณ จังหวัดสมุทรปราการและกรุงเทพมหานคร ในพื้นที่วัดขุนสมุทรจีน อ.พระสมุทรเจดีย์ ชายฝั่งคลองด่าน
อ.บางบ่อ และหลักเขตกรุงเทพฯ เขตบางขุนเทียน โดยมี ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ จังหวัดสมุทรปราการ และ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้การต้อนรับ

พร้อมด้วย ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รายงานสถานการณ์ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน โดยรองนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำความสำคัญของการเตรียมมาตรการรับมืออย่างเป็นระบบ พร้อมเร่งผลักดันแผนแม่บทป้องกันและปรับตัวในระยะยาว เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคต

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมา พื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน โดยเฉพาะเขตจังหวัดสมุทรปราการและกรุงเทพมหานคร กำลังเผชิญกับปัญหาการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจและชุมชนที่มีประชากรกว่า 12 ล้านคนอยู่อาศัย ซึ่งบริเวณที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ บางขุนเทียน ปากคลองขุนราชพินิจใจ บ้านขุนสมุทรจีน และบ้านแหลมสิงห์

โดยสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นส่งผลให้ธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น คาดว่าในปี ค.ศ. 2050 ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นราว 0.5 เมตร และอาจสูงถึง 1 เมตรในปี ค.ศ. 2100 ขณะที่ในกรณีเลวร้ายที่สุด อาจเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เมตรหากเกิดการล่มสลายของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้แก่ การสูญเสียพื้นที่ชายฝั่ง การเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แม่กลอง ท่าจีน และบางปะกง รวมถึงการรุกตัวของน้ำเค็ม ซึ่งกระทบต่อการผลิตน้ำประปาและการเกษตรในวงกว้าง

รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งศึกษาจัดทำ “แผนแม่บทการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โดยเน้นการวิเคราะห์ผลกระทบในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ เพื่อกำหนดแนวทางการรับมือที่เหมาะสมและยั่งยืน

ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียและความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงจะมีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) การรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ การวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุนและการพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนชายฝั่งในระยะยาวด้วย

ทั้งนี้ แผนแม่บทดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ของปี พ.ศ. 2569 ซึ่งรัฐบาลหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการกำหนดแนวทางการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบนที่เป็นรูปธรรม และนำไปสู่การบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต