เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
Economic เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
Columns คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
Biz Movement ‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
ดูทั้งหมด

‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’

25 ต.ค. 2569 | 11:57น.

‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’ ปกป้องไทย-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับ ASMG และผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ ลงมติรับรองฉันทามติการป้องกัน วินิจฉัย เฝ้าระวัง และดูแลภาวะก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร มุ่งให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและวางแผนดูแลผู้ป่วยได้เหมาะสมกับบริบทของภูมิภาค เพื่อลดโอกาสเกิดมะเร็งและการเสียชีวิตในระยะยาว

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านระบบทางเดินอาหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ ASEAN Stomach and Microbiota Study Group (ASMG) และคณะผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินอาหารจากนานาชาติ จัดประชุมและลงมติรับรองฉันทามติเรื่อง “Gastric Premalignant Conditions in Southeast Asia: Prevention, Diagnosis, Surveillance, and Management—A Multinational Expert Consensus” เพื่อพัฒนาแนวทางดูแลภาวะก่อนมะเร็งกระเพาะอาหารที่อ้างอิงหลักฐานทางวิชาการและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศ. นพ.รัฐกร วิไลชนม์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านระบบทางเดินอาหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเลขาธิการ ASMG กล่าวว่า การป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการกำจัดเชื้อ Helicobacter pylori หรือ H. pylori แต่ยังครอบคลุมถึงการตรวจพบภาวะก่อนมะเร็ง การประเมินความเสี่ยง และการติดตามดูแลอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีเยื่อบุกระเพาะอาหารฝ่อหรือมีการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุเป็นชนิดลำไส้ ซึ่งผู้ป่วยบางกลุ่มอาจยังมีความเสี่ยงแม้กำจัดเชื้อสำเร็จแล้ว

ที่ผ่านมา แพทย์ในภูมิภาคอาศัยหลักฐานและแนวทางจากหลายแหล่ง ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม แต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างด้านความชุกของโรค ปัจจัยเสี่ยง ทรัพยากร และการเข้าถึงบริการ จึงจำเป็นต้องสังเคราะห์คำแนะนำที่ตอบโจทย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ

“เป้าหมายของความร่วมมือนี้คือช่วยให้แพทย์ระบุได้ว่า ใครควรได้รับการตรวจ ใครจำเป็นต้องติดตาม และควรดูแลอย่างไรให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคน เพื่อเพิ่มโอกาสป้องกันมะเร็ง ตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรก และใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่า” ศ. นพ.รัฐกร กล่าว

ฉันทามติฉบับนี้ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัยและประเมินรอยโรค การกำหนดแนวทางเฝ้าระวัง ไปจนถึงการดูแลรักษาตามระดับความเสี่ยง โดยมุ่งสนับสนุนการตัดสินใจของแพทย์บนหลักฐานร่วมกัน ควบคู่กับการพิจารณาสุขภาพ ความต้องการของผู้ป่วย และศักยภาพของระบบบริการในแต่ละประเทศ

คณะผู้จัดทำมีแผนเสนอผลงานเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ และเผยแพร่สู่เครือข่ายวิชาชีพ เพื่อสนับสนุนการนำคำแนะนำไปประยุกต์ใช้ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยในภูมิภาค

ศ. นพ.รัฐกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือครั้งนี้ต่อยอดจากการจัดทำฉันทามติการดูแลการติดเชื้อ H. pylori ของ ASMG โดยขยายจากการจัดการปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ไปสู่การดูแลผู้ที่มีภาวะก่อนมะเร็งอย่างเป็นระบบ เนื่องจากความเสี่ยงของมะเร็งกระเพาะอาหารยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่น เช่น ประวัติครอบครัว การสูบบุหรี่ พฤติกรรมการบริโภค และความรุนแรงของรอยโรคที่มีอยู่เดิม

“ความร่วมมือนี้สะท้อนบทบาทของธรรมศาสตร์และประเทศไทยในการเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์ประชาชนในภูมิภาค และร่วมขับเคลื่อนการป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารในระดับสากล” ศ. นพ.รัฐกร กล่าว

ศ. พญ.วโรชา มหาชัย ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านระบบทางเดินอาหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า แนวทางดูแลภาวะก่อนมะเร็งกระเพาะอาหารจำเป็นต้องคำนึงถึงความแตกต่างของประชากรและระบบสุขภาพ ทั้งความเสี่ยงของโรค การเข้าถึงการส่องกล้องและการตรวจทางพยาธิวิทยา ตลอดจนความพร้อมในการติดตามดูแลผู้ป่วย

“ภาวะก่อนมะเร็งไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนจะเป็นมะเร็ง แต่เป็นโอกาสสำคัญในการประเมินและดูแลให้เหมาะกับแต่ละคน แม้กำจัดเชื้อสำเร็จแล้ว ผู้ป่วยบางกลุ่มยังจำเป็นต้องติดตามตามระดับความเสี่ยง โดยพิจารณาความรุนแรงและขอบเขตของรอยโรค ประวัติครอบครัว และสุขภาพโดยรวม ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มโอกาสป้องกันและลดความเสี่ยงก่อนโรคดำเนินไปสู่มะเร็ง” ศ. พญ.วโรชา กล่าว

ด้าน Professor Jaw-Town Lin จาก National Taiwan University ไต้หวัน กล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างไต้หวันกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาแพทย์รุ่นใหม่ เพื่อร่วมยกระดับการป้องกันและดูแลโรคระบบทางเดินอาหาร

Prof. Lin ยังกล่าวถึงความสำคัญของนโยบายสนับสนุนการตรวจหาและรักษาการติดเชื้อ H. pylori เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้มากขึ้น โดยประสบการณ์ของไต้หวันสะท้อนบทบาทของภาครัฐในการผลักดันการป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอให้ประเทศต่าง ๆ พิจารณารูปแบบการสนับสนุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของประชากรและทรัพยากรของตน

ขณะที่ Professor Kentaro Sugano จาก Jichi Medical University ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลักดันการกำจัดเชื้อ H. pylori ให้เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร และขยายความครอบคลุมของการรักษาภายใต้ระบบประกันสุขภาพ โดยการเข้าถึงการตรวจและรักษาที่เหมาะสมเป็นองค์ประกอบสำคัญของการป้องกันโรคในระดับประชากร

Prof. Sugano เน้นด้วยว่า สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจปัจจัยเสี่ยง เห็นความสำคัญของการตรวจและรักษาตามข้อบ่งชี้ และสนับสนุนการพัฒนานโยบายที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างเหมาะสม

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของการนำองค์ความรู้ระดับนานาชาติมาพัฒนาเป็นคำแนะนำที่เหมาะสมกับภูมิภาค เพื่อเพิ่มโอกาสป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารและยกระดับการดูแลประชาชนอย่างยั่งยืน