เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียด
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียด
SET วันนี้กรอบ 1,545-1,575 จุด ฟันด์โฟลว์หนุน ชูหุ้นพลังงานรับน้ำมันพุ่ง
Finance SET วันนี้กรอบ 1,545-1,575 จุด ฟันด์โฟลว์หนุน ชูหุ้นพลังงานรับน้ำมันพุ่ง
ดวงรายสัปดาห์ 25-31 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 25-31 ตุลาคม 2569
GULF แจ้ง ‘ยุพาพิน วังวิวัฒน์’ ลาออกทุกตำแหน่ง ตั้ง ‘สมิทธ์ พนมยงค์’ นั่ง CFO คนใหม่
Finance GULF แจ้ง ‘ยุพาพิน วังวิวัฒน์’ ลาออกทุกตำแหน่ง ตั้ง ‘สมิทธ์ พนมยงค์’ นั่ง CFO คนใหม่
สรรพสามิตแก้ประกาศมาตรการอีวี 3 ฉบับ ‘อธิบดีพรชัย’ แจงเหตุผลกำหนดวันสิ้นสุดมาตรการ EV3.0-EV3.5
Finance สรรพสามิตแก้ประกาศมาตรการอีวี 3 ฉบับ ‘อธิบดีพรชัย’ แจงเหตุผลกำหนดวันสิ้นสุดมาตรการ EV3.0-EV3.5
‘anitech’ ผนึก TikTok Shop ขยายทัพ Affiliate
Business ‘anitech’ ผนึก TikTok Shop ขยายทัพ Affiliate
ทองคำดิ่งหนักหลุด 4,000 เหรียญ จับตาประชุม ‘เฟด’ สัปดาห์นี้
Finance ทองคำดิ่งหนักหลุด 4,000 เหรียญ จับตาประชุม ‘เฟด’ สัปดาห์นี้
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
ส่องคอนโดฯหรู ‘อัปเปอร์เฮาส์’ 6 เดือนกวาด 100 ยูนิต ‘หมื่นล้าน’ 
Real Estate ส่องคอนโดฯหรู ‘อัปเปอร์เฮาส์’ 6 เดือนกวาด 100 ยูนิต ‘หมื่นล้าน’ 
ค่าเงินบาทวันนี้ (26 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.77 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (26 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.77 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

กต. ผนึกกลาโหม ทัพบก แถลงไทม์ไลน์ กัมพูชาไม่จริงใจ เมินตอบสนองเชิงบวก

07 มิ.ย. 2568 | 18:06น.

เมื่อเวลาราว 16.30 น.ที่ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยพ.อ.หญิง ผศ. ดร. พญ.ดังใจ สุวรรณกิตติ โฆษกกระทรวงกลาโหม และพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกร่วมกันแถลงพัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า จากเหตุการณ์ปะทะที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ  28 พฤษภาคม  ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายไทยกระทำเพื่อป้องกันตนเองและปกป้องอธิปไตยของประเทศ โดยเป็นไปอย่างเหมาะสม ได้สัดส่วนและสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และแนวปฏิบัติสากล

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวฝ่ายไทยได้ใช้ความอดทนอดกลั้น และมุ่งแก้ไขสถานการณ์ด้วยสันติวิธี โดยเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาพยายามลดความตึงเครียดในพื้นที่ และจำกัดความขัดแย้งให้อยู่เพียงจุดเกิดเหตุ โดยมีการพูดคุย หารือในทุกระดับทั้งในระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและกองทัพบกของทั้งสองประเทศบนพื้นฐานของความสุจริตใจและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับกัมพูชา ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอาเซียน ซึ่งทั้งสองก็เห็นพ้องแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี โดยผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่แล้ว มาโดยตลอด จนกระทั่งล่าสุด

-5 มิถุนายน 2025 นายภูมิธรรม  เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมหารือกับพลเอก สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัญ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหมกัมพูชาที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อหาทางออกร่วมกัน ฝ่ายไทยเน้นย้ำอีกครั้งถึงความจำเป็นในการลดระดับความตึงเครียดบริเวณชายแดนและไทยเสนอให้กัมพูชาปรับกำลังทหารให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติเดิมก่อนเกิดเหตุขัดแย้งเพื่อลดโอกาสการปะทะทางอาหาร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองประเทศ

แต่กัมพูชาปฏิเสธทันทีต่อข้อเสนอปรับกำลัง และะยังเสริมกำลังทหารในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง และปฏิเสธที่จะปฏิบัติตาม MOU ปี 2543 (ปี 2000) บนพื้นฐานของการเจรจาสันติวิธี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและทำให้สถานการณ์ในพื้นที่มีความเปราะบางมากยิ่งขึ้น

“การดำเนินการของฝ่ายกัมพูชาข้างต้นแสดงให้เห็นถึงการขาดเจตนารมณ์และความจริงใจที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทยในการที่จะลดและระงับความตึงเครียดที่มีอยู่เดิมและทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติ” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าว

ดังนั้นเป็นไปตามมติ สมช.

-6 มิถุนายน 2025 มีมติสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสมช. และเพื่อเป็นไปตามการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยแก่ประชาชนไทยตามแนวชายแดน ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการจำเป็นควบคุม การเปิด-ปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้กองทัพภาค 1,2 รวมถึงกองกำลังจันทบุรี ตราด เป็นผู้กำหนดมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธี เงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่จำเป็นและเหมาะสมในการผ่านแดน บริเวณจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ซึ่งความเข้มข้นของมาตรการดังกล่าวจะเป็นไปตามความตึงเครียดของสถานการณ์อันเกิดจากความร่วมมือของฝ่ายกัมพูชาในการแก้ไขปัญหา ขอย้ำว่าการดำเนินของไทยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาความปลอดภัยของทั้งประชาชนสองประเทศในพื้นที่ชายแดนและความสงบเรียบร้อยตลอดแนวชายแดน โดยฝ่ายไทยจะระมัดระวังให้ไม่กระทบต่อการค้าขายและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว

ไทยขอเรียกร้องอีกครั้งให้ลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประชาชนตามแนวชายแดน และพร้อมประชุมคณะกรรมธิการร่วมเขตแดนไทย-กัมพูชา  (JBC) ซึ่งกำหนดในวันที่ 14 มิถุนายนที่กรุงพนมเปญ และกลไกทวิภาคีอื่นๆ  บนพื้นฐานความเคารพและจริงใจต่อกัน

พ.อ.หญิง ผศ. ดร. พญ.ดังใจ สุวรรณกิตติ โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า รองนายกฯและรมว.กลาโหมกำชับหน่วยในพื้นที่ให้เฝ้าระวังไม่ให้มีการรุกล้ำเพิ่มอย่างเด็ดขาด

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความพยายามที่ผ่านมา กลับได้รับการตอบสนองจากกัมพูชาไม่เป็นทางบวกเลย” โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว และระบุอีกว่า จึงนำไปสู่การปรับมาตรการดังกล่าวและตามด้วยมติสมช. และให้กองทัพนำแผนไปปฏิบัติดังกล่าว

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกแจงแนวทางปฏิบัติตามคำสั่งควบคุมจุดผ่านแดนไทย–กัมพูชา ดำเนินการเป็นขั้นตอนตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ใน 4 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นที่ 1 จำกัดการผ่านแดนเฉพาะบุคคลที่มีเหตุจำเป็น เช่น การค้าขาย การขนส่งสินค้า แรงงาน และงานจำเป็นอื่น ๆ โดยเพิ่มระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นักพนัน หรือกลุ่มที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย

ขั้นที่ 2 ปรับลดช่วงเวลาในการเปิด–ปิดจุดผ่านแดน พร้อมทั้งกำหนดวัน–เวลาการเข้า–ออกอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมความเคลื่อนไหวของบุคคลและกิจกรรมในพื้นที่ชายแดน

ขั้นที่ 3 ปิดจุดผ่านแดนบางจุด (Selective Closure) โดยพิจารณาจากจุดที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีข้อมูลด้านความมั่นคงที่อาจนำไปสู่การรุกล้ำ หรือการก่อเหตุจากฝ่ายตรงข้าม

ขั้นที่ 4 ปิดจุดผ่านแดนตลอดแนวชายแดนในกรณีที่เกิดสถานการณ์วิกฤต หรือมีการรุกรานอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมสถานการณ์ในระดับสูงสุด