SET วันนี้กรอบ 1,545-1,575 จุด ฟันด์โฟลว์หนุน ชูหุ้นพลังงานรับน้ำมันพุ่ง
บล.กรุงศรี ประเมินหุ้นไทยวันนี้ฟื้นตัวในกรอบ 1,545-1,575 จุด รับแรงหนุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 3 วันติด พร้อมเดินหน้าซื้อพันธบัตรต่อเนื่อง 6 วัน จับตาส่งออกไทยเดือน ก.ย. คาดโต 18% ขณะที่ราคาน้ำมัน Brent พุ่งแตะ 116.72 ดอลลาร์ หนุนหุ้นพลังงานเด่น ชู PTT-PTTEP-TOP-PTTGC
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET มีโอกาสฟื้นตัวในกรอบ (Sideways Recovery) โดยให้แนวต้านที่ 1,568 และ 1,575 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,551 และ 1,545 จุด แม้ปัจจัยมหภาคในช่วงสุดสัปดาห์มีน้ำหนักเป็นกลางถึงลบเล็กน้อย แต่ตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสินทรัพย์ไทยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ควบคู่กับการถือสถานะซื้อสุทธิ (Net Long) ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ขณะที่ตลาดตราสารหนี้มีแรงซื้อสุทธิจากต่างชาติต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์ไทย และเป็นปัจจัยบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามวันนี้คือ การประกาศตัวเลขการส่งออกไทยเดือนกันยายน ซึ่งตลาดคาดว่าจะขยายตัว 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้รับความสนใจจากการเก็งกำไรตามตัวเลขส่งออก ได้แก่ DELTA และ KCE
ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นประเด็นหลัก หลังกลุ่มฮูตี (Houthi) เพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นแรงมาอยู่บริเวณ 116.72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบประมาณ 6 เดือน
สถานการณ์ดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกทางจิตวิทยาต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 12% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มนี้จะมีผลตอบแทนโดดเด่นกว่าตลาด (Outperform) โดยเฉพาะ PTT, PTTEP, PTTGC และ TOP
ด้านเศรษฐกิจสหรัฐ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนตุลาคมปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 56.0 จุด สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อในระยะ 1 ปี และ 5 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้นเป็น 4.7% และ 3.5% ตามลำดับ สะท้อนว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Bond Yield) ยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 10 ปี ที่ล่าสุดลดลงต่ำกว่า 5% จากการที่เงินทุนระยะสั้นไหลเข้าพักในตลาดพันธบัตร
ขณะที่สถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสยังมีความไม่แน่นอน หลังเกิดการประท้วงที่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 400,000 คน แม้ระดับความรุนแรงจะลดลง แต่ยังต้องติดตามการประชุมรอบถัดไปในวันที่ 31 ต.ค. รวมถึงความเสี่ยงที่รัฐบาลเสียงข้างน้อยอาจไม่สามารถผลักดันงบประมาณปี 2570 ผ่านความเห็นชอบได้ ประเมินว่าประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยลบทางจิตวิทยาต่อตลาดหุ้นยุโรป แต่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยค่อนข้างจำกัด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นเด่น 3 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) ที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ประกอบด้วยหุ้นน้ำมัน PTT และ PTTEP กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC และกลุ่มโรงกลั่น TOP
- กลุ่มที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3/2569 โดดเด่น ได้แก่ DELTA, KCE, AOT, BDMS, BCH, COM7, MTC, TOP, OR และ PTTGC
- กลุ่มที่มีโอกาสได้รับแรงเก็งกำไรจากตัวเลขส่งออกเดือนกันยายน ได้แก่ DELTA และ KCE