กสิกรฯชู “PaywithKPLUS” หนุนซื้อ-ขายออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก
แบงก์กสิกรฯเข็น “Pay with K PLUS” ให้บริการจ่ายเงินค่าสินค้าผ่านเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์ เจาะกลุ่มซื้อ-ขายสินค้าบนออนไลน์ ตั้งเป้าโกยยอดทำธุรกรรม 3 หมื่นล้านบาทใน 1 ปี พร้อมทำโปรฯเด็ด รับเงินคืนทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้เปิดตัวบริการ Pay with K PLUS ให้บริการชำระเงินผ่านทางแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์สามารถทำได้ง่าย ๆ ซึ่งถือเป็นธนาคารแรกที่ให้บริการดังกล่าว โดยจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าบนออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ราว 20,000 ร้านค้า
สำหรับระบบ Pay with K PLUS จะมีการแนะนำสินค้าไปจนถึงการชำระเงิน โดยธนาคารตั้งเป้าหมายมูลค่าการทำธุรกรรมผ่านระบบดังกล่าวนี้ประมาณ 30,000 ล้านบาทภายใน 1 ปี
“Pay with K PLUS จะสร้างประสบการณ์ชำระเงินแบบไร้รอยต่อ โดยเราเป็นธนาคารแรกในไทยที่ให้นักช็อปออนไลน์ชำระเงินในเฟซบุ๊กได้ทันที แค่กดปุ่ม Pay with K PLUS โดยไม่จำเป็นต้องจำเลขบัญชีธนาคารร้านค้า และสลับหน้าจอเพื่อเข้าใจแอปในการชำระเงิน” นายพัชรกล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันกสิกรไทยมีลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ซื้อและผู้ใช้แอปพลิเคชั่น K PLUS อยู่กว่า 8.4 ล้านราย และมีจำนวนรายการโอนเงินเพิ่มขึ้นราว 88% หลังจากที่ธนาคารยกเลิกค่าธรรมเนียม ขณะที่การทำธุรกรรมซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดีย (โซเชียลคอมเมิร์ซ) ผ่านธนาคารมีมูลค่าอยู่ที่ 70,000 ล้านบาท หรือราว 60% ของมูลค่ารวมของโซเชียลคอมเมิร์ซกว่า 137,000 ล้านบาท
“นอกจากผู้ซื้อไม่ต้องสลับหน้าจอแล้ว ในส่วนผู้ขายก็จะสามารถปิดการขายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้บริการนี้ยังช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจซื้อขายออนไลน์ให้กับลูกค้ารายย่อยอีกด้วย ซึ่งในช่วงนี้ธนาคารได้จัดโปรโมชั่นเมื่อผู้ซื้อชำระเงินผ่าน Pay with K PLUS เป็นครั้งแรก รับเงินคืน 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 300 บาท/รายการ ตั้งแต่วันนี้-25 ก.ย. 61 ส่วนร้านค้าที่ผูกบัญชีกับธนาคารกสิกรไทยที่รับชำระเงินดังกล่าว สามารถรับเงินคืนสูงสุด 5,000 บาท ในจำนวนรายการที่กำหนดเริ่มวันนี้ถึง 31 ก.ค. รวมทั้งยังสามารถขอสินเชื่อเอสเอ็มอีผ่านเมนู Life PLUS บนแอปพลิเคชั่น K PLUS ด้วยวงเงินสูงสุดถึง 1 ล้านบาทด้วย” นายพัชรกล่าว
นายพัชรกล่าวด้วยว่า สำหรับแอปพลิเคชั่น K PLUS นั้น เดิมธนาคารตั้งเป้าหมายยอดผู้ใช้งานจะเพิ่มขึ้นเป็น 10.4 ล้านราย แต่เนื่องจากลูกค้าธนาคารส่วนใหญ่มีการใช้บริการแอปพลิเคชั่นนี้กันแล้ว ดังนั้นจนถึงสิ้นปี 2561 นี้ยอดผู้ใช้บริการอาจจะอยู่ที่ราว 9 ล้านราย ซึ่งลูกค้าที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าใหม่เป็นหลัก โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 150,000 รายต่อเดือน