กัมพูชาเดินหน้าครั้งใหญ่ ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อนำข้อพิพาทชายแดนไทยเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลก
ขแมร์ ไทม์ส (Khmer Times) รายงานว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการระดับสูงเพื่อทำหน้าที่ในการนำคดีเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เมื่อ 10 มิถุนายน นับเป็นการดำเนินการขั้นตอนสำคัญครั้งแรกในการนำข้อพิพาทชายแดนเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังนับเป็นการยืนยันถึงความแน่วแน่ของฝ่ายกัมพูชาในการใช้ฝ่ายที่สาม ซึ่งคือศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในการแก้ข้อพิพาทเขตแดน แม้จะมีกลไกแก้ปัญหาของไทยและกัมพูชาในกรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) อยู่แล้ว ซึ่งมีกำหนดจะจัดประชุมขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ โดยมีกัมพูชาเป็นเจ้าภาพที่กรุงพนมเปญ
การตัดสินใจนำข้อพิพาทเขตแดนกัมพูชา-ไทย ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตากระเบย และพื้นที่มอมเบย (ช่องบกหรือสามเหลี่ยมมรกต) ได้รับการประกาศโดยนายฮุน มาเนต ในระหว่างการประชุมร่วมระหว่างวุฒิสภาและสมัชชาแห่งชาติ (สภาผู้แทนราษฎร) เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา
แม้ว่าไทยจะต้องการให้หารือผ่านกลไกทวิภาคีผ่าน JBC ในการแก้ไขปัญหาชายแดน แต่รัฐบาลกัมพูชากล่าวว่าได้จัดตั้ง “คณะกรรมการเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเกี่ยวกับพื้นที่มอมเบย ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตากระเบย หรือ Committee to Prepare Documents for Filing a Case with the International Court of Justice Regarding the Areas of Mom Bei, Ta Moan Thom Temple, Ta Moan Tauch Temple and Ta Krabei Temple”
รายละเอียดของคณะกรรมการ ดังนี้
1.คณะกรรมการมี นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานจะมีอำนาจและความสามารถในการดำเนินการในนามของราชอาณาจักรกัมพูชาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
2.คณะกรรมการจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของกัมพูชาในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นคำร้องจนกระทั่งกระบวนการพิจารณาของศาลเสร็จสิ้น
3.คณะกรรมการยังได้รับมอบหมายให้ทบทวนและตัดสินใจเลือกที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศเพื่อเป็นตัวแทนคดีที่กรุงเฮก เอกสารที่รวบรวมโดยคณะทำงานด้านกฎหมายร่วมกับที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศเพื่อยื่นต่อศาลระหว่างประเทศ และงานที่คณะทำงานด้านการทูต ตามความจำเป็น
คณะกรรมการประกอบด้วยคณะทำงานย่อย 2 คณะ ได้แก่ คณะทำงานด้านกฎหมาย นำโดยนายคีต ริท (Koeut Rith) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะทำงานด้านการทูต นำโดยนางอีต โซเฟีย (Eat Sophea) รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา และเคยดำรงตำแหน่งอดีตเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย (ปี ค.ศ. 2014-2017)
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายสุคนได้ส่งจดหมายถึงนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไทยแล้ว โดยเน้นย้ำว่าการอนุญาโตตุลาการของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเพื่อนบ้านทั้งสองในการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานาน โดยอ้างว่ากลไกทวิภาคีที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขได้ จะเห็นได้จากเหตุปะทะช่องบก ซึ่งทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย เมื่อ 28 พฤษภาคม