กิตติพงษ์ เผย สัญญาณไทยน่าเป็นห่วงสู่ “รัฐล้มเหลว” ชี้ 3 ทางรอดฟื้นรัฐเข้มแข็ง
ประธานกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย เผย สถานการณ์ประเทศน่าเป็นห่วง ไทยกำลังก้าวสู่รัฐล้มเหลวหรือไม่ ทางรอดคือเราต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน เพิ่มโอกาสฟื้นฟูรัฐกลับมาเข้มแข็ง เพื่ออนาคตที่เราเลือกได้
ศาสตราจารย์พิเศษ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Kittipong Kittayarak อธิบายประเด็น “รัฐล้มเหลว” กับสถานการณ์ของประเทศไทยในตอนนี้
ใจความว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ความเป็นรัฐล้มเหลวหรือไม่ คำนี้อาจดูรุนแรงในสายตาบางคน เพราะเราไม่เคยเห็นภาพความล่มสลายอย่างฉับพลัน แต่มันคือ สภาวะที่รัฐค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการดูแลประชาชน ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง บริการสาธารณะ หรือการรักษากฎหมายและคงไว้ซึ่งความยุติธรรม
สัญญาณที่น่าเป็นห่วง คือ เมื่อกฎหมายไม่ใช่เครื่องมือเพื่อความยุติธรรม แต่กลายเป็นของผู้มีอำนาจ, เมื่อการทุจริตเป็นเรื่องปกติ, เมื่อโครงสร้างของรัฐพังลง และเมื่อประชาชนหมดศรัทธา ประเทศไทยอาจยังไม่ล้มเหลว แต่กำลังเดินไปทางนั้นหรือไม่ ?
หากยังมีคนที่ไม่ยอมจำนนต่อความไม่ถูกต้อง ก็แปลว่าเรายังมีโอกาสฟื้นฟูรัฐให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ซึ่งทางรอดอยู่ที่การร่วมมือกันทุกภาคส่วน ได้แก่ การฟื้นฟูหลักนิติธรรม, ปรับโครงสร้างการจัดการภาครัฐ และคืนความหวังให้ประชาชน
ก่อนจะทิ้งท้ายว่า อนาคตของประเทศไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราทุกคนในวันนี้
ข้อความฉบับเต็มระบุว่า
“ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ความเป็น “รัฐล้มเหลว” หรือไม่ ? คำถามที่เราไม่ควรมองข้าม
คำว่า “รัฐล้มเหลว” (Failed State) อาจฟังดูรุนแรงเกินไปในสายตาบางคน เพราะเราไม่เห็นภาพของประเทศที่ล่มสลายอย่างฉับพลัน หากแต่คือสภาวะที่รัฐค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการปกครองดูแลประชาชนของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง การบริการสาธารณะ หรือการรักษากฎหมายและความยุติธรรม
คำถามสำคัญที่เราต้องกล้าถามอย่างตรงไปตรงมาก็คือ ประเทศไทยกำลังแสดงสัญญาณของการก้าวสู่การเป็นรัฐล้มเหลวหรือไม่ ?
สัญญาณที่น่าเป็นห่วง
1. เมื่อกฎหมายไม่ใช่เครื่องมือเพื่อความยุติธรรม แต่กลายเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจในรัฐที่แข็งแรง กฎหมายคือเครื่องค้ำจุนความยุติธรรม แต่ในบางกรณีของไทยวันนี้ กฎหมายดูเหมือนจะถูกบังคับใช้อย่างไม่เท่าเทียม :
- คดีการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มีอำนาจ มักถูกมองว่าดำเนินการอย่างไม่เป็นกลาง
- คดีทุจริตของผู้มีอำนาจกลับล่าช้า เงียบหาย หรือไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน
- คนจนติดคุกเพราะความผิดเล็กน้อย ขณะที่คนรวยลอยนวลในคดีร้ายแรง
เมื่อความยุติธรรมเอนเอียง ความไว้วางใจในระบบยุติธรรมก็เริ่มสั่นคลอน
2. เมื่อการทุจริตกลายเป็นเรื่อง “ปกติ” ดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยในปีล่าสุด (CPI 2024) อยู่ในอันดับ 107 จาก 180 ประเทศ คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างเห็นได้ชัด ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ความรู้สึกชินชาในสังคม :
- โครงการของรัฐที่ “ต้องมีเปอร์เซ็นต์”
- วัฒนธรรม “ฝากเข้า” และ “เด็กเส้น”
- การเมืองที่ยังขับเคลื่อนด้วยเงินและผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
นี่ไม่ใช่เพียงการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย แต่คือการกัดกร่อนรากฐานความน่าเชื่อถือของรัฐอย่างต่อเนื่อง
3. เมื่อโครงสร้างพื้นฐานของรัฐพังลงจริง ๆ เหตุการณ์ล่าสุดที่น่าสะเทือนใจคือ อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่อยู่ระหว่างก่อสร้างถล่มลงในช่วงเกิดแผ่นดินไหวเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โครงสร้างก่อสร้างต่ำกว่ามาตรฐาน ใช้วัสดุด้อยคุณภาพ และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่สำคัญคือ ไม่มีหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบอย่างชัดเจน เรื่องราวจึงค่อย ๆ เงียบหาย ทั้งที่ตึกนั้นเป็นของหน่วยงานที่มีหน้าที่ “ตรวจสอบงบประมาณของรัฐ”
เมื่อองค์กรที่ควรจะยืนหยัดในหลักความโปร่งใส ยังไม่สามารถตรวจสอบตนเองได้ นี่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดเฉพาะกรณี แต่สะท้อนถึงปัญหาทางโครงสร้างที่ฝังลึก
4. เมื่อประชาชนหมดศรัทธา ความเสื่อมถอยของรัฐไม่เพียงเกิดจากการบริหารที่ล้มเหลว แต่ยังสะท้อนผ่านความรู้สึกของประชาชนที่สิ้นหวัง :
- คนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพจำนวนมากเลือกย้ายประเทศแทนการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลง
- ความเฉยชาเริ่มแทนที่ความหวัง
- คำพูดอย่าง “อยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น” กลายเป็นเสียงสะท้อนของยุคสมัย
เมื่อประชาชนไม่เชื่อว่าเสียงของตนมีความหมายอีกต่อไป ความชอบธรรมของรัฐก็เริ่มสั่นคลอน
ประเทศไทยยังไม่ล้มเหลว… แต่กำลังเดินไปในทิศทางนั้นหรือไม่?
ประเทศไทยยังไม่ใช่รัฐล้มเหลวในความหมายเต็มรูปแบบ เรายังมีโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานได้ ยังมีระบบราชการ ยังมีศาลและกระบวนการยุติธรรมที่แม้จะมีปัญหา แต่ยังคงดำรงอยู่ อย่างไรก็ตาม เรากำลังเห็นสัญญาณหลายอย่างที่คล้ายคลึงกับ “รัฐที่กำลังล้มเหลว” ในหลายประเทศ :
- สถาบันหลักไร้เสถียรภาพ
- ความยุติธรรมเลือกปฏิบัติ
- การทุจริตเชิงโครงสร้าง
- การขาดความรับผิดชอบจากผู้มีอำนาจ
- ความสิ้นหวังของประชาชน
สิ่งเหล่านี้คือแรงสั่นสะเทือนเงียบ ๆ ที่อาจนำไปสู่การล่มสลายของรัฐในระยะยาว หากเราไม่ตื่นตัว
ทางรอดอยู่ที่การลงมือของทุกภาคส่วน
หากยังมีคำถาม ยังมีเสียงเรียกร้อง ยังมีคนที่ไม่ยอมจำนนต่อความไม่ถูกต้อง ก็แปลว่า เรายังมีโอกาสฟื้นฟูรัฐให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
สิ่งที่ต้องเร่งทำ
1. ฟื้นฟูหลักนิติธรรม
- ปฏิรูประบบยุติธรรมให้โปร่งใสและเข้าถึงได้
- ยุติการใช้กฎหมายในเชิงเลือกปฏิบัติ
- ส่งเสริมองค์กรอิสระให้มีอำนาจตรวจสอบจริง
2. ปรับโครงสร้างการจัดการภาครัฐ
- เพิ่มความโปร่งใสในโครงการงบประมาณ
- ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเข้มงวด
- ลงโทษผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม
3. คืนความหวังให้ประชาชน
- ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและโอกาส
- เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง
- สนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้เชื่อมั่นในประเทศของตน
เราเลือกอนาคตได้
อนาคตของประเทศไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราทุกคนในวันนี้
จะนิ่งเฉย หรือจะลงมือ?
จะยอมรับ หรือจะลุกขึ้นเปลี่ยนแปลง?
จะหนีปัญหา หรือจะร่วมกันเผชิญหน้า?
ในเวลาที่ประเทศสั่นคลอนประวัติศาสตร์จะจดจำว่า คนไทยเลือกทำอะไรและทางเลือกนั้น จะกำหนดอนาคตของลูกหลานเราตลอดไป ถึงเวลาที่คนไทยต้องเลือก !
กิตติพงษ์ กิตยารักษ์
12 มิถุนายน 2568″