Skip to content

ดีอี ตั้งเป้าขยาย ศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพิ่มเป็น 2,200 แห่ง

14 มิ.ย. 2568 | 11:38น.
ดีอี ตั้งเป้าขยาย ศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพิ่มเป็น 2,200 แห่ง

ดีอี เปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชน เล็งขยายเป็น 2,200 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน หนุนเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำดิจิทัล

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชนโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม และกล่าวว่า ภายใต้การขับเคลื่อนของนโยบายรัฐบาล “ศูนย์ดิจิทัลชุมชน” มีบทบาทสำคัญในการให้บริการด้านดิจิทัลของรัฐบาลในด้านต่างๆ ทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพสูง การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชน การส่งเสริมเศรษฐกิจรากฐานของประเทศให้เข้มแข็ง เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

“กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) มีความมุ่งมั่นในการผลักดันนโยบายของรัฐบาลไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน ที่จัดตั้งอยู่ในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดสังคมแห่งการสร้างภูมิปัญญาและการเรียนรู้ (Knowledge Base Society) ในระดับท้องถิ่น ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ และบริการภาครัฐได้อย่างสะดวกรวดเร็ว อันเป็นรากฐานของการขับเคลื่อนประเทศ ไปสู่การพัฒนาในอนาคตของทุกมิติ สามารถช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันเทียบเท่าระดับนานาประเทศ”

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า “ศูนย์ดิจิทัลชุมชน” จัดตั้งขึ้นตามนโยบายและแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของกระทรวงฯ มีบทบาทในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อุปกรณ์ดิจิทัล การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล และส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับชุมชน เพื่อลดช่องว่างทางด้านดิจิทัลกับชุมชนให้สามารถใช้ประโยชน์ในด้านการศึกษา ด้านการส่งเสริมอาชีพ การสร้างและเพิ่มพูนรายได้ เพิ่มช่องทางในการเข้าถึงข่าวสาร บริการดิจิทัล ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมสำหรับคนทุกกลุ่ม

โดยศูนย์ดิจิทัลชุมชนโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมแห่งนี้ เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 มีกลุ่มเป้าหมายในการให้บริการ ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม กว่า 4,000 คน และประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าทอง กว่า 14,000 คน โดยส่วนใหญ่จะให้บริการในการสืบค้นข้อมูล จัดอบรมให้ความรู้ทางด้านดิจิทัลให้แก่ประชาชนในพื้นที่

รวมถึงเป็นสถานที่ให้บริการรับเรื่องร้องเรียนออนไลน์ และบริการด้านดิจิทัลต่างๆ ของสำนักงานศาลปกครองสูงสุด และจัดประชุมกิจกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ e-Services ภาครัฐด้านสวัสดิการและบริการ พร้อมให้คำปรึกษาในการสร้าง Page Facebook/ TikTok ให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มแม่บ้าน เพื่อโปรโมทสินค้าของชุมชน จำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ไปรษณีย์ไทย (www.thailandpostmart.com)

“ในปี พ.ศ. 2566 – 2571 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ได้ดำเนินการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน จำนวน 1,722 แห่ง และศูนย์ดิจิทัลชุมชนโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เป็นศูนย์ฯ ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับอุปกรณ์ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่เหมาะสมกับบริบทและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป

โดยอุปกรณ์ที่จัดสรรมีความหลากหลายและทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของชุมชน อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ PC พร้อมระบบปฏิบัติการและโปรแกรมจัดการสำนักงาน เครื่องพิมพ์ Multifunction สำหรับพิมพ์/ถ่าย/สแกน/แฟกซ์เอกสาร สมาร์ททีวี เครื่องมัลติมีเดีย โปรเจคเตอร์ หน้าจอสมาร์ทบอร์ด เครื่องขยายเสียงพร้อมลำโพงแบบเคลื่อนที่ระบบกล้อง CCTV ชุดสตูดิโอถ่ายภาพและกล้องถ่ายรูปดิจิทัล ชุดโต๊ะประชุม รวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่สร้างสรรค์ผลงาน (Co-working space) ที่สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และในปีนี้ จะมีการขยายผลจาก ศูนย์ดิจิทัลชุมชนกว่า 1,700 แห่ง เพิ่มอีก 500 แห่ง เป็น 2,000 แห่ง เพื่อให้ตามเป้าหมายครอบคลุม 8,000 ตำบลในระยะถัดๆ ไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงดีอีเอส บอร์ดดีอี